Technical Time-Out | จริงตนาการ
แอนโธนี่ คิม กลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งนักกีฬาที่อาจจะได้รับรางวัล “การกลับมาแห่งปี” หรือ Come Back of the year หลังจากเขาคว้าแชมป์ในลิฟ กอล์ฟ ทัวร์ รายการ “ลิฟ กอล์ฟ อาเดเลด” ที่ประเทศออสเตรเลีย มาครองได้
คิมในวัย 40 ปี เอาชนะทั้ง ยอน ราห์ม และ ไบรสัน เดอแชมโบ สองโปรชื่อดังไปแบบน่าทึ่ง เมื่อเขาทำสกอร์รวม 23 อันเดอร์พาร์ เป็นแชมป์แรกในรอบ 5,769 วัน ที่อาจจะไม่มีใครรอคอยเท่ากับตัวเขาเอง
คิมเคยถูกยกให้เป็น “ไทเกอร์ วู้ดส์ 2” เพราะสร้างประวัติศาสตร์แบบเดียวกับไทเกอร์ ในปี 2008 เขาคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ ได้ 2 รายการตั้งแต่อายุไม่ถึง 25 ปี ซึ่งคนสุดท้ายที่ทำได้ก่อนหน้านั้นคือ ไทเกอร์ และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมสหรัฐอเมริกาคว้าแชมป์ไรเดอร์คัพ โดยเฉพาะการเอาชนะ เซร์คิโอ้ การ์เซีย ของทีมยุโรปแบบขาดลอย 5&4 ภาพจังหวะการสะใจของเขากลายเป็นตำนาน
ด้วยบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร ต่างกับนักกอล์ฟชื่อดังคนอื่นๆ ในยุคนั้น การใส่หัวเข็มขัดขนาดใหญ่ที่ใครมองเห็นก็ต้องรู้ว่าเป็นเขา สไตล์การเล่นที่ดุดัน แคแร็กเตอร์ที่ชัดเจนขนาดนี้ กับผลงานที่ไม่ธรรมดา ทำให้คิมโดดเด่นอย่างมากในช่วงปี 2008-2010
สถิติที่คิมเคยทำไว้ในรายการระดับเมเจอร์ และยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ คือ การทำ 11 เบอร์ดี้ในรอบเดียว ในศึก “เดอะ มาสเตอร์ส” เมื่อปี 2009 ยังเป็นสถิติเบอร์ดี้สูงสุดต่อรอบที่ยังไม่มีใครทำลายลงได้ ในปี 2010 ก็คว้าอันดับ 3 ในเดอะ มาสเตอร์ส
แต่หลังจากนั้นไม่นาน คิมก็หายหน้าหายตาไปจากวงการกอล์ฟ เหมือคนหายสาบสูญ

คิมมีอาการเจ็บรุมเร้า ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นร้อยหวายในปี 2012 และหลังจากนั้นเขาก็หายไปจากพีจีเอทัวร์ อย่างถาวร และแทบไม่มีใครเห็นเขาในที่สาธารณะอีกเลย
ว่ากันว่าในตอนนี้ คิมเองมีกรมธรรม์ประกันภัยมูลค่าหลายร้อยล้านบาท แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเลิกเล่นกอล์ฟแบบถาวรเท่านั้น ทำให้เขาเลือกไม่กลับมาแข่งขันกอล์ฟอีกแล้ว ซึ่งก็ยังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายไหนทั้งสิ้น รวมทั้งตัวคิมเอง
ในปี 2024 คิมกลับมาสู่วงการกอล์ฟอีกครั้ง แต่กลับมาในลิฟ กอล์ฟ ทัวร์ พร้อมเปิดใจว่า ตลอด 12 ปีที่หายไป ต้องเจอความเจ็บปวดมากมาย ทั้งการติดยาเสพติด แอลกอฮอล์ และการถูกหักหลังจากคนรอบข้าง แต่การมีลูกสาว ทำให้เขาอยากพิสูจน์ตัวเอง
คิมได้รับไวลด์การ์ดเข้าร่วมลิฟ กอล์ฟ ในปี 2024 แต่ตลอด 2 ฤดูกาล ที่ได้รับสิทธิ์นั้น ความเก่งกาจยังไม่กลับมา ฤดูกาล 2024 จบอันดับ 56 จากนักกอล์ฟ 57 คน ได้ไวลด์การ์ดในปี 2025 แต่จบอันดับ 55 ต้องมาแข่งขันคิวสคูล เพื่อกลับไปแข่งในทัวร์ในปีนี้ และก็ทำสำเร็จ
และมาคว้าแชมป์ที่ออสเตรเลีย ซึ่งได้รับเงินรางวัลไปถึง 140 ล้านบาท พร้อมขยับอันดับโลกมาอยู่ที่ 203 ของโลก
เหมือนกับว่าเขาได้เกิดใหม่ในโลกของกอล์ฟอีกครั้ง

ตลอดช่วงเวลาที่หายไป คิมบอกว่าเขามีปัญหาสุขภาพจิต เคยคิดจะลาโลกไปหลายครั้ง แต่การพยายามเลิกยาและเหล้าจนสำเร็จเมื่อ 2 ปีก่อน ดังนั้น แชมป์ครั้งนี้เป็นเหมือนรางวัลชีวิตที่คุ้มค่ามากๆ
“ผมเชื่อเสมอว่าวันนี้จะมาถึง ด้วยกำลังใจจากภรรยา ลูกสาว และแม่ของผม ผมรู้ว่ามันจะต้องเป็นไปได้ และเมื่อเป็นจริง มันก็ยังเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออยู่ดี ผมอยากจะดื่มด่ำกับมันให้มากที่สุด เพราะในช่วงอายุ 20 กว่าๆ ผมไม่ได้มีความสุขไปกับมัน แต่ช่วงเวลานี้ ผมมีทั้งลูกและภรรยา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตที่ผมจะมีได้แล้ว ทุกๆ พัตต์ที่ลงหลุม ผมรู้สึกเหมือนได้ขุดตัวเองขึ้นมาจากจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิต มันคือการต่อสู้ผ่านอุปสรรคและกลับมาอยู่เหนือมันได้อีกครั้ง”
คิมยอมรับว่า ที่ผ่านมาเขาไม่เคยสู้เพื่อครอบครัวมาก่อนเลย ทั้งๆ ที่พระเจ้าให้พรสวรรค์ในเกมกอล์ฟมา แต่เชื่อว่าวันเวลาดีๆ จะต้องมาถึง
“ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีใครเชื่อในตัวผม แต่ผมเชื่อในตัวเอง สำหรับทุกคนที่กำลังเจอวันแย่ๆ อยากให้เชื่อมั่นว่า คุณจะผ่านมันไปได้ ผมอยากพิสูจน์ให้ลูกสาวเห็นว่า พ่อของเธอไม่ใช่คนขี้แพ้ เธออาจจะยังไม่เข้าใจในวันนี้ แต่สักวันเธอจะเข้าใจว่าชัยชนะนี้คือความพิเศษที่สุดในชีวิตของผม” โปรวัย 40 ปี เปิดใจหลังกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง
คิมเป็นตัวอย่างของคนที่พาตัวเองกลับมาสู่ความสุขได้อีกครั้ง ต้องขอบคุณหัวใจของเขาเอง ครอบครัว กอล์ฟ ที่เป็นส่วนสำคัญให้นักกอล์ฟฉายาไทเกอร์2 ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
แต่ไม่ใช่การจะก้าวไปเป็นไทเกอร์ วู้ด คนต่อไป แต่เป็นนักกอล์ฟที่ประสบความสำเร็จ ด้วยความเป็นตัวเอง และความรักจากครอบครัว
