bg-single

กราฟิตี้ดึกดำบรรพ์กับการสะพรั่งแห่งสติปัญญามนุษย์ (2) : เส้นทางการอพยพกับนิยามความเป็นมนุษย์

02.03.2026

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ

ภาพกราฟิตี้โบราณจากยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) ในถ้ำเลียงเมทานดูโน (Liang Metanduno) บนเกาะมูนา (Muna) ที่ซูลาเวซี (Sulavesi)ได้บันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ของมนุษย์เอาไว้โดยแทบจะไม่ต้องใช้ภาษา

แค่ภาพรอยฝ่ามือที่พ่นอยู่บนผนังถ้ำหินปูนที่สุดแสนจะเก่าแก่โบราณ ก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเห็นได้แล้วว่ามนุษย์ Homo sapiens นั้นมีความคิดเป็นเหตุเป็นผลมาเนิ่นนานกว่าที่เคยเชื่อและยึดถือกันมายาวนานมาก…อย่างน้อยก็เป็นหมื่นปี

อาจจะตั้งแต่ยังไม่ออกมาจากแอฟริกาเลยด้วยซ้ำ

วิวัฒน์ขึ้นมาในแอฟริกา เราเชื่อกันว่ามนุษย์ดำรงชีวิตเป็นแบบพรานป่า-นักเก็บของป่า (hunter-gatherer) ที่อาจจะเริ่มมีภาษา ประเพณี และความคิดในเชิงสัญลักษณ์มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ อาจจะก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางออกจากถิ่นเดิมในแอฟริกา ขยายอาณาเขตที่อยู่อาศัย กระจายไปยังทวีปต่างๆ ทั่วโลก…

ขบวนคาราวานมนุษย์ยุคหินไม่ได้เลือกเส้นทางไปเพียงเส้นทางเดียว พวกเขาออกจากแอฟริกาหลายระลอก และแต่ละระลอกพวกเขาก็เลือกเส้นทางที่แตกต่างกันไป

เส้นทางที่เก่าแก่ที่สุดเส้นหนึ่ง เริ่มต้นตั้งแต่ราวกว่าหนึ่งแสนปีก่อน มนุษย์ออกจากแอฟริกา มุ่งสู่ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันตก ลงสู่เอเชียใต้

และราว 70,000 ปีก่อน ได้ขยายเข้ามาสู่ดินแดนอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในยุคนั้นเป็นผืนแผ่นดินใหญ่ที่เรียกว่า “ซุนดา” หรือ “ซุนดาแลนด์” (Sunda / Sundaland)

จากซุนดา มนุษย์บางกลุ่มเดินทางต่อไปยังเขตหมู่เกาะที่ไม่เคยเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ เรียกว่า “วอลลาซี” (Wallacea) และในที่สุดก็ข้ามทะเลไปถึง “ซาฮุล” (Sahul) ซึ่งขณะนั้นคือผืนแผ่นดินเดียวกันของออสเตรเลียและปาปัวนิวกินี เมื่อราว 65,000 ปีก่อน

เส้นทางนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ ไม่เพียงเพราะมันเก่าแก่ที่สุด แต่เพราะร่องรอยภาพเขียนสีและศิลปะถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกจำนวนมาก ถูกค้นพบอยู่ตามแนวเส้นทางนี้

ขณะเดียวกัน ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก นั่นคือการอพยพจากแอฟริกาสู่ยุโรป เมื่อราว 45,000 ปีก่อน

เหตุผลที่เส้นทางยุโรปโดดเด่น ก็เพราะในยุโรปมีการค้นพบร่องรอยทางวัฒนธรรมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ศิลปะถ้ำ หรือภาพเขียนเชิงสัญลักษณ์ ที่ไม่เพียงงดงาม แต่ยังสื่อสารเรื่องราวที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะถ้ำลัสโก (Lascaux) ในฝรั่งเศส ซึ่งมีภาพเขียนสีนับพันกระจัดกระจายอยู่ทั่วถ้ำ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “มหาวิหารซิสตีนชาเปลแห่งยุคหิน”

ที่นี่คือหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่เป็นนามธรรมของมนุษย์ Homo sapiens เป็นครั้งแรก…

และนอกจากถ้ำลัสโกแล้ว ยังมีการค้นพบผลงานภาพเขียนสี และจารึกที่โดดเด่นอีกมากมายในยุโรป เช่น ถ้ำโชแวต์ (Chauvet) ในประเทศฝรั่งเศส และถ้ำอัลตามีรา (Altamira) ในประเทศสเปน ที่แสดงให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์ในระดับน่าตกตะลึง

แผนที่การเดินทางของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในยุคแรกๆ (Wikipedia)

จากหลักฐานเหล่านี้ แนวคิดหนึ่งจึงถือกำเนิดขึ้นว่า “มนุษย์อาจเกิดการตื่นรู้ (awakening) ทางสติปัญญาเป็นครั้งแรกในยุโรป”

บางที ในช่วงที่มนุษย์อพยพเข้าสู่ยุโรปราว 40,000 ปีก่อน อะไรบางอย่างที่พวกเขาได้พบเจอ อาจจุดชนวนให้เกิดการสะพรั่งเบ่งบานทางปัญญา และนำไปสู่สิ่งที่ถูกเรียกว่า creative explosion หรือการระเบิดของความคิดสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ

นี่คือสิ่งที่อดัม บรัมม์ (Adam Brumm) นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิทส์ (Griffith University) ประเทศออสเตรเลีย เล่าว่าเขาเองก็เคยเรียนรู้มาเช่นนั้นในช่วงที่ยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยช่วงปลายทศวรรษ 1990 ในเวลานั้น เราเชื่อกันว่าการระเบิดทางปัญญานี้เกิดขึ้นในพื้นที่เล็กๆ ของยุโรปเท่านั้น

แต่บรัมม์คือหนึ่งในทีมวิจัยที่ศึกษาภาพเขียนสีในถ้ำเลียงเมทานดูโน และเมื่อการวัดอายุชี้ว่าภาพเหล่านั้นมีอายุถึงราว 67,800 ปี เก่าแก่กว่าภาพถ้ำใดๆ ในยุโรป

และในตอนนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

บางทีการ “ตื่นรู้” อาจไม่เคยเกิดขึ้นจริง

บางทีความคิดสร้างสรรค์อาจไม่ได้ปะทุขึ้น ณ จุดใดจุดหนึ่ง

แต่มันอาจเป็นสิ่งที่อยู่กับมนุษย์ Homo sapiens มาตั้งแต่ต้น

หรืออาจตั้งแต่ก่อนที่เราจะออกจากแอฟริกาเสียด้วยซ้ำ

เกิดการระเบิดทางความคิดสร้างสรรค์ (creative explosion) ที่ยิ่งใหญ่และกระจายต่อไปทั่วโลก

“นั่นคือสิ่งที่เราเรียนรู้กัน ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยในช่วงกลางถึงช่วงปลายทศวรรษ 1990 การระเบิดทางความคิดสร้างสรรค์ในมนุษย์นี้เกิดขึ้นแค่ในเขตเล็กๆ ในยุโรป” อดัม บรัมม์ (Adam Brumm) นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิทส์ (Griffith University) ในประเทศออสเตรเลียกล่าว

เขาคือหนึ่งในทีมนักวิจัยที่ศึกษาอายุของภาพเขียนสีในถ้ำเลียงเมทานดูโนในซูลาเวซี ชัดเจนว่าภาพกราฟฟิตี้บนผนังถ้ำที่ซูลาเวซีนั้นเก่าแก่ โบราณกว่าที่เจอในสารพัดถ้ำในยุโรป และพอเรารู้ว่าภาพในถ้ำในซูลาเวซีมีอายุถึง 67,800 ปี ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

บางทีการตื่นรู้อาจจะไม่มีจริง…บางทีความคิดสร้างสรรค์ก็อาจจะไม่ได้ปะทุขึ้นแค่ในยุโรป แต่ที่จริงมันอยู่กับเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ Homo sapiens มาแล้วตั้งแต่ต้น เผลอๆ อาจจะตั้งแต่ก่อนจะออกจากแอฟริกาเสียด้วยซ้ำ

ซึ่งเมื่อคิดให้ดี ก็ฟังดูสมเหตุสมผล เพราะถ้ามนุษย์ไม่ได้ “คิดแบบมนุษย์” มาตั้งแต่แรก อารยธรรมก็คงจะเกิดขึ้นได้แค่ในยุโรป และไม่อาจปรากฏในที่อื่นของโลก

Immanuel Kant (Wikipedia)

คําถามคือ แค่ภาพเขียนสีในถ้ำ มันมีอะไรพิเศษ…

ทำไมนักวิทยาศาสตร์ถึงตื่นเต้นกับมันมากนัก?

คำตอบสั้นๆ ก็คือภาพเขียนสีพวกนี้ทำให้พวกเราสามารถเห็นพฤติกรรมที่สัตว์ปกติไม่ทำกัน…

เช่น การบันทึกเรื่องราว การสื่อความ การมีความคิดที่ซับซ้อน การมองภาพในเชิงสัญลักษณ์

ทั้งหมดนี้คือร่องรอยของความเป็นมนุษย์

มนุษย์เราพยายามนิยามตนเองให้อยู่เหนือสัตว์มาเนิ่นนาน…

และคำถามที่ผมเริ่มตั้งขึ้นหลังอ่านงานวิจัยเหล่านั้นก็คือ “แท้จริงแล้ว มนุษย์ต่างจากสัตว์อย่างไร?…”

อริสโตเติลเคยเสนอว่า สิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างคือ logos หรือความสามารถในการคิดเชิงตรรกะ

มนุษย์จึงไม่ใช่แค่ทำตามสัญชาตญาณ แต่เป็นสัตว์ที่มีเหตุมีผล (zoon logon echon)

และด้วยเหตุผลนี้เอง มนุษย์จึงสามารถถกเถียง เข้าใจกัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างยุติธรรม

ก่อรูปเป็นกฎหมาย รัฐ และสังคมการเมือง (zoon politikon)

และเมื่อมีตรรกะ ความสามารถในการแยกแยะถูกผิดเราจึงมีกฎหมาย และสามารถสถาปนา “รัฐ” ขึ้นมา ได้

และเนื่องจากมนุษย์เป็น Zoon logon echon (สัตว์ที่มีเหตุมีผลนั้นเอง) ทำให้มนุษย์เป็น zoon politikon หรือสัตว์ที่มีสังคม…

และแน่นอนที่สุด เมื่อมีสังคม ก็ต้องมีการเมืองไปด้วยโดยปริยาย…

แต่จากการศึกษาเพิ่มเติมของนักชีววิทยาพฤติกรรมสมัยใหม่ อย่างเช่น ฟรานส์ เดอ วาล (Frans de Waal) จากมหาวิทยาลัยอีโมรี (Emory University) พบว่า สัตว์หลายชนิดก็มีรากฐานแนวคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และมีความการประท้วงเมื่อไม่ได้รับความยุติธรรม เช่น ลิงบางชนิดแสดงพฤติกรรมต่อต้าน เมื่อได้รับการทรีตเมนต์แบบไม่เท่าเทียม

เป็นไปได้ไหมที่ logos อาจจะมีมาในสัตว์ อาจจะก่อนที่จะเกิดวิวัฒนาการกันขึ้นมาเป็นมนุษย์!?

อิมานูเอล คานต์ (Immanuel Kant) นักปรัชญาชาวเยอรมัน เสนอคำตอบอีกแบบหนึ่ง ได้เสนอความพิเศษของความเป็นมนุษย์ในหนังสือรากฐานแห่งอภิปรัชญาของจริยธรรม (Groundwork of the Metaphysics of Morals) ของเขาว่า มนุษย์มีความเป็น Autonomy : มนุษย์มีความสามารถในการใช้เหตุผลเพื่อ “ตั้งกฎให้ตนเองได้” และบังคับตัวเองให้ทำตามกฎหรือเจตจำนงนั้น แม้ว่ามันจะขัดกับความต้องการส่วนตัวหรือความอยู่รอดก็ตาม

เช่น มนุษย์บางคนอาจจะยอมอดอาหารเพื่อประท้วงความไม่ยุติธรรม เพื่อรักษาสิทธิและเสรีภาพของตน

ซึ่งต่างจากสัตว์ที่เป็น Heteronomy ซึ่งจะดำรงตนเป็นไปตามกฎของธรรมชาติหรือสัญชาตญาณ (instinct) เช่น เมื่อหิวต้องกิน เมื่อโกรธก็ต้องสู้

แต่สำหรับลุดวิก วิตต์เกนสไตน์ (Ludwig Wittgenstein) นักปรัชญาภาษา มนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ “สื่อสาร” กันได้เท่านั้น

หากแต่เป็นผู้สร้าง เกมภาษา ขึ้นมา

เกมภาษานี้เองที่ทำให้มนุษย์ผูกติดอยู่กับสัญญะทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ และระบบความหมายทั้งมวล

สำหรับวิตต์เกนสไตน์ ความหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้อยู่ที่ตัวมันเอง แต่อยู่ที่การใช้งานภายใต้กฎเกณฑ์ของสังคม

ตัวอย่างเช่น “เงิน” ในเชิงกายภาพอาจเป็นเพียงเศษกระดาษ แต่ภายในเกมภาษา มันคือสิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

แต่ในทางกลับกัน สำหรับสัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในเกมภาษาเดียวกัน เงินก็เป็นเพียงเศษกระดาษธรรมดา ไม่มีความหมายพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น

และด้วยเกมภาษานี้ มนุษย์สร้างกฎหมาย ศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ระบบเงินตรา และโครงสร้างเชิงนามธรรมอื่นๆ ขึ้นมา แบบที่สัตว์ทำไม่ได้ และโลกของมนุษย์ก็หมุนอยู่ในเกมเหล่านั้น

คำถามต่อมาคือ แล้วถ้ามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ มนุษย์เริ่มมีความเป็นมนุษย์ตอนไหน?

เดี๋ยวคราวหน้าเราจะมาต่อกันครับ…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”