ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์
ผมเป็นแฟนเพลงของ “พี่แจ้” ดนุพล แก้วกาญจน์ มาตั้งแต่สมัยเป็นนักร้องนำวง “แกรนด์เอ็กซ์”
ตอนนั้นยังเรียนมัธยมอยู่เมืองจันท์
ฟังตั้งแต่อัลบั้ม “ลูกทุ่งดิสโก้” ตามด้วย “แกรนด์เอ็กซ์โอ”
เอาเพลงเก่าทั้งเพลงลูกทุ่งและเพลงลูกกรุงมาทำจังหวะใหม่
ตามมาเรื่อยๆ จน “พี่แจ้” แยกออกมาทำอัลบั้มเดี่ยวก็ยังติดตาม
ตอนที่ชีวิตผมพลิกผันมาจัดคอนเสิร์ต Wednesday Song
ทุกครั้งที่มีการเสนอชื่อศิลปินในวงประชุม
นอกเหนือจากศิลปินดังๆ ในวันนี้แล้ว
ผมมีชื่อ “พี่แจ้” อยู่ในใจตลอด
แต่ไม่กล้าเสนอ
เพราะรู้ว่าเสนอไปก็ไม่ได้
ไม่ใช่ทีมงานไม่เอานะครับ
ทุกคนเอาแน่นอน
แต่ติดต่อไปก็คงไม่ได้
“พี่แจ้” คงไม่มา
เพราะปีหนึ่งจะออกมาสักครั้งบนเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเอง
นั่นคือ เรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจมาตลอด
จนวันหนึ่งในการประชุมทีมงาน ก็มีคนพูดถึงชื่อ “พี่แจ้” ขึ้นมา
ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้สึกเหมือนกันว่าเป็นไปไม่ได้
ถ้าคิดแบบเดิมๆ เรื่องคงจบแบบนี้
แต่ถ้าคิดแบบ “สตาร์ตอัพ”
แทนที่จะสรุปเองว่าไม่ได้ ให้ทดลองทำก่อนดีกว่า
ผมกับ “เอก สยามพิฆเนศ” สบตากัน แล้วสรุปแบบ “สตาร์ตอัพ”
“ลองติดต่อดูไหม เผื่อพี่แจ้สนใจ”
ที่สำคัญ การติดต่อ “พี่แจ้” ไม่เสียเงิน
แย่ที่สุดก็แค่ “พี่แจ้” ปฏิเสธไม่มาเล่นเท่านั้นเอง
“มิค” ที่รับหน้าที่ติดต่อศิลปินรับปากว่าจะลองติดต่อดู
ไม่กี่วัน เขาก็ไลน์เข้ามาในกลุ่ม
“พี่แจ้สนใจ”
เอาล่ะสิ เป็นเรื่อง
ทุกอย่างง่ายกว่าที่คิด
ก่อนวันเปิดขายบัตร “พี่แจ้” ส่งแผนผังการวางเครื่องดนตรีบนเวทีมาให้
เป็นภาพที่สเกตช์ด้วยฝีมือตัวเองพร้อมลายเซ็น
สวยมาก
เขาเอาจริงเอาจังกับคอนเสิร์ตนี้มาก
มีการเปลี่ยนลิสต์เพลงหลายครั้ง
ก่อนจะสรุปก่อนวันงานไม่กี่วัน
วันงานตามปกติศิลปินดังๆ เขาจะมีทีมมาล่วงหน้า
นักดนตรีจะมาซ้อม มีคนร้องแทนศิลปิน และเช็กตั้งเสียงกัน
ส่วนศิลปินจะมาช่วงก่อนขึ้นเล่นไม่นาน
ไม่ต้องซ้อม ลุยเลย
แต่ “พี่แจ้” มาตั้งแต่ช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงนักดนตรีมาซ้อมและเช็กเสียง
พอมาถึง สิ่งแรกที่เขาทำก็คือ ให้มือกลองตีกลองทีละใบ
เพื่อฟังเพลงกลอง
จากนั้นก็เช็กเครื่องดนตรีทั้งหมด
ก่อนที่จะเริ่มซ้อมเพลงเร็วและเพลงช้า
“พี่แจ้” เริ่มต้นด้วยการร้องบนเวที
สั่งให้ทีมงานปรับเสียงเอง
ก่อนที่จะมานั่งตรงที่นั่งคนดู
เขาอยากรู้ว่าระดับเสียงที่ “คนดู” ได้ยินเป็นอย่างไร
…ละเอียดยิบจริงๆ
ตอนที่นั่งฟัง “พี่แจ้” ร้องเพลงระดับเผาขน
สิ่งที่รู้สึก ก็คือ เหมือนฟัง “เทป” เลย
เสียง “พี่แจ้” ยังคงเหมือนเดิม
หลังซ้อมเสร็จ “เอก” บอกผมว่า “พี่แจ้” ซ้อมเหมือนอยู่ในห้องอัด
เพราะลงรายละเอียดทุกเม็ด
ถึงขั้นบอกมือกีตาร์ให้ลดหรือเพิ่มเสียงตอนไหน
“รายละเอียด” คือ “พระเจ้า” จริงๆ
Wednesday Song ครั้งนี้ถือเป็นคอนเสิร์ตที่อิ่มอารมณ์จริงๆ ครับ
แฟนเพลงได้ฟัง “พี่แจ้” ดนุพล แก้วกาญจน์ แบบสดๆ และใกล้ชิด
ระบบเสียงของโรงละครกับเสียง “พี่แจ้” มันคือ ดับเบิ้ลของความสมบูรณ์แบบ
ทุกคนที่ไปดูคงรู้สึกเหมือนกัน
“พี่แจ้” มาครั้งนี้แบบสบายๆ
เสียงของเขายังสุดยอดเหมือนเดิม
Wednesday Song เป็นคอนเสิร์ตที่ไม่เน้นความสมบูรณ์แบบของโชว์บนเวที
ยกเว้นระบบเสียง
บางจังหวะ “พี่แจ้” เข้าเพลงผิด
เขาแก้ตัวว่าตั้งใจให้คนดูฟังเสียงดนตรีก่อน แล้วให้ขึ้นเพลงใหม่
คนดูก็หัวเราะ
ร้องเนื้อผิดก็โบ้ยนักดนตรีว่าเล่นพลาดเอง
คนดูก็หัวเราะ
เขายิงมุขตลอดเวลา
โดยเฉพาะมุขทำร้ายตัวเอง
อย่างเช่น บอกว่าตอนหนุ่มๆ เขาเล่นอยู่ในร้านแถวสุขุมวิท
ตอนนั้น “พี่แจ้” ผอมมาก
มีแฟนเพลงคนหนึ่งบอกว่าผอมแบบนี้ดูไม่ดี ควรจะอ้วนกว่านี้หน่อย
“จะได้ดูเป็นผู้ชายอบอุ่น”
“พี่แจ้” ก็เชื่อ เลยปล่อยตัวให้น้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงวันนี้
เจอกันอีกครั้ง แฟนเพลงถามใหม่
“เมื่อไรจะคลอด”
…ฮา 1 ดอก
“พี่แจ้” บอกว่าเลี้ยงกันมานานจนเหมือนลูก
“เป็นลูกกตัญญูด้วย เพราะไล่เท่าไรก็ไม่ไป”
…ฮาอีก 1 ดอก
ยังไม่พอ “พี่แจ้” บอกว่าวิธีแก้ปัญหาพุงใหญ่แบบง่ายๆ
ก็คือ ใส่กางเกงขาใหญ่ๆ
พอขากางเกงใหญ่กว่าพุง
พุงก็ดูเล็กลง
555
ตลอดคอนเสิร์ต “พี่แจ้” ยิงมุขตลอด
คนที่ไปดู “พี่แจ้” ทุกคอนเสิร์ตบอกผมว่าไม่เคยมีครั้งใดที่ “พี่แจ้” จะคุยสนุกเท่านี้มาก่อน
หัวเราะจนเหนื่อย
เป็นกันเองกับคนดูมาก
ความเป็นกันเองเริ่มต้นตั้งแต่การเปิดตัวศิลปิน
ตามปกตินักร้องจะออกมาและร้องเพลงเลย
แต่ “พี่แจ้” เริ่มต้นจากเสียงตอนอยู่หลังเวที
“รอแป๊บนึงนะคร้าบ พี่แจ้กำลังจอดรถอยู่”
อำแฟนเพลงเล่นๆ
ก่อนจะเดินออกไปกลางเวที ทักทายคุยกับแฟนเพลงพักหนึ่งก่อนจะเริ่มเพลงแรก
“พี่แจ้” จะร้องเพลงหนึ่งแล้วพักคุย
เขาบอกว่าขอเก็บแรงไว้ตอนร้องเพลง
“จะได้ร้องเพลงเพราะๆ”
ช่วงคุยกับคนดู มีบางช่วงที่หายใจแรงเหมือนเหนื่อย
แต่พอตอนร้องเพลง เสียงเพอร์เฟ็กต์เหมือนฟัง “เทป” เลยครับ
จนช่วงท้าย เขาเล่นเพลงเร็ว 3 เพลงติด
“หัวใจมีปีก-เพียงสบตา-เชื่อฉัน”
ก่อนเล่น “พี่แจ้” บอกให้ทุกคนลุกขึ้น เพื่อออกกำลังกายก่อนนอน
คนดูทั้งฮอลล์ทำตาม “พี่แจ้” บอก
ลุกขึ้นเต้นกันอย่างสนุกสนาน
“พี่แจ้” เห็นท่าเต้นของแต่ละคนแล้วอดแซวไม่ได้
“30 ปีก่อนเต้นท่าไหน วันนี้ก็ยังเต้นท่าเดิม”
555
แต่ที่น่ารักที่สุด คือ ตอนจบคอนเสิร์ต
“พี่แจ้” บอกให้คนดูที่อยากถ่ายรูปขึ้นมาบนเวทีเลย
“ดนุพลเซอร์วิส” อย่างแท้จริง
ครับ อีกเกือบ 1 ชั่วโมง
“พี่แจ้” จึงได้ลงจากเวที
จบคอนเสิร์ต เจอคนดูทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก
ทุกคนขอบคุณผม
บอกว่าเป็นคอนเสิร์ตที่สนุก
และมีความสุขมาก
…ผมก็เช่นกัน
