bg-single

คณาจารย์ ‘ภาคปกครอง’ จุฬาฯ ชำแหละผลงาน-ความชอบธรรม ‘กกต.’

02.03.2026

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี

คณาจารย์ ‘ภาคปกครอง’ จุฬาฯ

ชำแหละผลงาน-ความชอบธรรม ‘กกต.’

หมายเหตุ เนื้อหาบางส่วนจากโครงการรัฐศาสตร์เสวนา การสัมมนาวิชาการหัวข้อ “เลือกตั้ง 2569 หักปากกาใคร?” โดย คณาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์

รศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

ผมพูดไปประมาณ 3-4 ที่ก่อนเลือกตั้ง ผมพูดตลอดว่า ต้องระวัง จับตาดูการทำงานของ กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งรอบนี้เป็นการเลือกตั้งที่ชอบธรรมและยุติธรรม การแข่งขันเป็นไปแบบ “ฟรีแอนด์แฟร์”

แต่เราก็จะพบปัญหาว่า มันมีข้อสังเกตหลายอย่าง เช่น ในการเลือกตั้งปี 2566 หน่วยเลือกตั้งมีประมาณ 94,775 หน่วย ในการเลือกตั้งปี 2569 มีหน่วยเลือกตั้งถึง 99,487 หน่วย

อันนี้ก็อาจจะตอบคำถามว่า ทำไมให้นายอำเภอมาเป็นผู้อำนวยการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งในความเป็นจริง กำเนิดของ กกต.ก็คือเราต้องการดึงการเลือกตั้งออกจากมหาดไทย เราต้องการเอาการเลือกตั้งออกจากมือข้าราชการประจำ เพราะเราไม่ไว้ใจ แล้วเรากังวลในเรื่องความเสรีและเป็นธรรมในการจัดเลือกตั้ง

พอเราให้อำเภอเป็นหัวหน้า ผมไม่ได้บอกว่าท่านทุจริต แต่ในกระบวนการจัดหน่วยเลือกตั้ง มันทำให้เราคิดว่าทำไมต้องจัดหน่วยยิบย่อยแบบนี้

จำนวนหน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้นประมาณ 4 พันหน่วย นั่นหมายความว่า ถ้าคุณเป็นพรรคการเมือง เท่าที่ผมถามน้องคนหนึ่งที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็เป็นหน้าที่ของผู้สมัคร ส.ส.ที่จะต้องจัดคน (ไปสังเกตการณ์) อย่างน้อย 1-2 คนต่อหน่วยเลือกตั้ง เท่ากับว่าแต่ละพรรคต้องมีคนของตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ 9 หมื่นคน

เทียบกับจำนวนหน่วยที่ทางไอลอว์ได้ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชน ว่าใครเป็นอาสาสมัครในแต่ละหน่วย ให้ส่งรูปเข้ามาว่าผลเป็นอย่างไร ไอลอว์ได้ประมาณ 25,000 หน่วยเท่านั้นเอง ก็คือประมาณหนึ่งในสี่ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด

แล้วตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จนถึงวันนี้ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ สิบวันผ่านไป เรายังไม่เห็นผลการเลือกตั้งครบทุกหน่วย 100 เปอร์เซ็นต์ คำถามคือ กกต.ที่มีอาชีพเดียวคือจัดเลือกตั้งให้เสรีและเป็นธรรม ทำอะไรอยู่?

ผมพูดเรื่องนี้หลายครั้ง ท่านไม่ได้ทำงานฟรี แล้วทั้งเจ็ดท่าน วันก่อนยังมีเวลาประชุมด่วนเพื่อบอกว่ามีใครทำให้ กกต.เสียหายไหม? แล้ว กกต.จังหวัดมีไว้เพื่ออะไร? อันนี้คือคำถาม

ดังนั้น การจัดการเลือกตั้งรอบนี้ ในเรื่องความเสรีและเป็นธรรมถูกตั้งคำถามอย่างมาก วันเลือกตั้ง ผมไปออกรายการทีวีรายการหนึ่ง นักการเมืองสองท่านพูดชัดเลยว่า มีการซื้อเสียงกระจายไปทั่ว เพื่อนผมที่อยู่ทางภาคตะวันออกบอกว่า เที่ยงแล้วยังไม่มีใครไปลงคะแนน เขาให้หัวคะแนนไล่โทร.ตามบ้าน แล้วมีเงินเพิ่มพิเศษสำหรับคนที่ไปเลือกทั้งครอบครัว

คือการกระจายหน่วยเลือกตั้ง โดยความเชื่อพื้นฐานว่ามันเยอะขนาดนี้ มันซื้อเสียงไม่ได้หรอก มันกลายเป็นความง่ายในการซื้อเสียง มันสามารถเจาะลงพื้นที่ได้ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่จะต้องพูดถึง ถ้าหากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง

เวลาเราดูการจัดการเลือกตั้ง เราคงพูดได้ว่า มันมีอะไรไม่ปกติหรือไม่ตรงไปตรงมาเยอะ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้โดยตรง

แต่มันต้องค่อยๆ แยกว่า ระหว่างอันที่มันเป็นเรื่องของความไร้ประสิทธิภาพหรือความไม่เป็นมืออาชีพ อันนี้เป็นเรื่องหนึ่ง กับอีกอันคือความไม่เป็นกลาง อันนี้ก็จะแสดงออกผ่านความผิดปกติอีกแบบหนึ่ง

แบบแรกผมคิดว่า มันอธิบายแบบตรงไปตรงมาได้ มันมีงานศึกษาอยู่ว่า เวลาเกิดองค์กรอิสระขึ้นมา เพื่อช่วยการเปลี่ยนผ่านหรือช่วยเสริมสร้างประชาธิปไตยในแต่ละรัฐ มันจะมีวงจรชีวิตอยู่

เริ่มจากมีความคาดหวังสูง หน่วยงานเองพอเป็นหน่วยงานใหม่ที่มีอิสระจากความเป็นราชการ มันก็จะมีความแอ๊กทีฟในการจัดการเลือกตั้งอย่างขยันขันแข็ง รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา มีการตีความกฎระเบียบต่างๆ เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมาย

แต่นานๆ ไป ถ้าเกิดไม่มีการคอยตรวจสอบ คอยเรียกหาความรับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ ความกระตือรือร้นตรงนี้จะค่อยๆ ดร็อปลง มันจะเข้าสู่ช่วงที่เฉื่อย พอมันเฉื่อย ถ้าดูการทำงาน องค์กรอิสระจะค่อยๆ กลับเข้าสู่ความเป็นราชการมากขึ้น หมายถึงวิธีคิด ส่วนเงินเดือนหรือการบริหารจัดการบุคคลมันยังเป็นองค์กรอิสระอยู่

ส่วนหนึ่งต้องถามด้วยว่า ตอนตั้งหน่วยงานขึ้น มันหาคนทำงานใหม่มาทั้งหมด หรือรับโอนข้าราชการจากราชการประจำเข้ามาเป็นคนในระดับผู้บริหารชั้นต้น หรือระดับ ผอ. เพราะพวกนี้คือคนที่สร้างวัฒนธรรมองค์กร

ถ้าคุณเอาข้าราชการประจำทั้งหมดมาเป็นผู้บริหารชั้นต้นชั้นกลาง ภายในสิบปี คนเหล่านี้กลายเป็นหัว ก็จะเอาวัฒนธรรมราชการมา กกต.ก็กลับไปเป็นราชการ

ก็จะเห็นเรื่องพวกนี้จากการตีความกฎหยุมหยิม ประเภทเลือกตั้งล่วงหน้าห้ามไปเลือกที่เขตตัวเอง ต้องไปลงทะเบียนอีกเขตหนึ่ง หรือทำไมเว็บไซต์ (ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า) มันเข้ายาก เปิดลงทะเบียนประชามติหรือลงเลือกตั้งในต่างประเทศ ทำไมถึงเปิดน้อย

เรื่องพวกนี้ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องความลำเอียงหรือความไม่เป็นกลาง ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องการตีความของราชการมากกว่า ก็เอาสะดวกตัวเอง ถ้ายึดตามกฎก็เอาแค่นั้น ไม่ได้สนใจเรื่องความไม่พอใจของประชาชน ว่าไม่ได้รับความสะดวก

ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง ผมคิดว่า กกต.ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการควบคุมข่าวลวง แต่อย่างสมมุติว่าผู้สมัครสักคนหนึ่งลืมเขียนว่า ข้อความนี้ผลิตโดยนาย… เลขที่เท่านี้ จำนวนหนึ่งชิ้น ผมคิดว่าโดน (กกต. ลงโทษ) นะ แต่เนื้อหาที่ใช้สถาบันฯ ในการปลุกระดม หรือให้ร้ายคนอื่น อาจจะไม่โดนก็ได้ คือมาสนเรื่องรูปแบบ

ปัญหาอีกระดับหนึ่งที่ใหญ่กว่าคือ เรารู้สึกว่า กกต.ไม่เป็นกลาง อันนี้ก็แสดงออกผ่านเรื่อง “บาร์โค้ด” นี่มาทำไม? ซึ่งอันนี้ไม่ได้มาจากการกลายเป็นข้าราชการประจำ แต่มันมาจากโครงการยาวๆ เลย

เช่น คุณต้องยึดกุม อสม. คุณต้องยึดกุมมหาดไทย คุณต้องยึดกุมครูให้ได้ แล้วคุณก็เอาคนพวกนี้ไปสมัคร ส.ว. แล้วจาก ส.ว.คุณก็ไป กกต. ในท้องถิ่นคุณก็จัดการกับ กปน.ด้วย

เพราะฉะนั้น ปัญหามันมีสองระดับ ปัญหาของการเป็นราชการ ไอ้เรื่องฝึกอบรมไม่พอ ลงรหัสเขตเลือกตั้งผิด ส่งบัตรช้า เป็นปัญหาพวกนี้ แต่ปัญหาอย่างเช่น การคิดคำนวณคะแนน หรือการจะจับทุจริตใคร จะฟ้องใคร การสอยคน มันจะเป็นปัญหาเรื่องอคติ ความไม่เป็นกลาง เวลาเราวิจารณ์ กกต.อาจต้องแยกวิจารณ์เป็นสองระดับนี้

รศ.ดร.นฤมล ทับจุมพล

เนื่องจากเป็นคนที่ผลักดัน เป็นทีมงานรุ่นที่หนึ่งของ กกต.ชุดที่หนึ่ง ตอนนั้นปี 2541 ยังไม่มาอยู่คณะรัฐศาสตร์ (จุฬาฯ) ตอนนั้นที่คุยกันก็ยืนอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า มหาดไทยไม่ควรจะคุม (การเลือกตั้ง) ดังนั้น (กกต.) ควรจะมีความเป็นอิสระ ก็อุตส่าห์ทำโน่นทำนี่

แต่โจทย์อันหนึ่งที่เราคิดว่าเป็นในตอนนี้ก็คือ กกต.ทำงานเหมือน “องคาพยพของรัฐ” ยืมคำศาลรัฐธรรมนูญหน่อย สิ่งที่ กกต.ทำกำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า “ซ่อนเกราะบ่อนทำลายสถาบันประชาธิปไตย” เพราะคนไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งมันเป็นเจตจำนง (ประชาชน) เรื่องอะไรเราจะต้องเสียเวลาไปเลือกตั้ง อันนี้เป็นโจทย์ที่สำคัญที่สุด

แล้วมันก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ทุกคนรู้สึกว่า เออ งั้นเอา (หน้าที่การจัดการเลือกตั้ง) กลับไปให้มหาดไทย อันนี้คุณคิดผิดหรือเปล่า?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’
‘ฝ่ายอนุรักษนิยม (กว่า)’ ประสานเสียง วิพากษ์ ‘การเมืองวิปริต’ ใต้ ‘รธน.2560’
ตัดจบ โผทหาร ‘บิ๊กปู’ หักดิบ เก้าอี้สุดท้าย ‘บิ๊กใหญ่’ เซอร์ไพรส์ 5 เสือ ทบ. ทัพเรือวุ่น ‘ผบ.ทร.ฟริเกต’
E-DUANG | สภาวะ ซับซ้อน การเมือง แยกกัน”เดิน” รวมกัน”ตี”
SPIDER-MAN : BRAND NEW DAY | ‘โดดเดี่ยวอ้างว้าง’
การ์ตูน “อรุณ วัชระสวัสดิ์”
กาเมสุมิจฉาจาร ในรัฐจารีต ที่การมีเมียมาก คือสัญลักษณ์ของอำนาจและบารมี