จาก ‘ซีเกมส์’ สู่ ‘เอเชี่ยนเกมส์’ ภารกิจทัพไทยที่ใหญ่กว่าเดิม
เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่
จากเมื่อปลายปีที่แล้วทัพนักกีฬาทีมชาติไทยสร้างผลงานยอดเยี่ยมในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 “ไทยแลนด์ 2025” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ต่อยอดมาสู่ปีนี้กับมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่ยิ่งใหญ่ขึ้นจากระดับอาเซียนมาสู่ระดับเอเชีย
ที่จะเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของทัพไทยอย่างแท้จริง
ในศึกซีเกมส์ 2025 ที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาไทยทำได้ 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน 112 เหรียญทองแดง ครองเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 14 ซึ่งนับเป็นการทวงเจ้าเหรียญทองกลับคืนมาได้ในรอบ 10 ปี หลังเคยทำได้ครั้งล่าสุดในซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2015
พร้อมทำลายสถิติคว้าเหรียญทองมากที่สุดในซีเกมส์ของเวียดนาม ที่เคยทำไว้ 205 เหรียญทอง ในซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อปี 2022
เรียกได้ว่าเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมของทัพนักกีฬาไทย แม้ตลอดระยะเวลาการเก็บตัวฝึกซ้อมที่ผ่านมา หลายสมาคมกีฬาจะเผชิญกับปัญหาเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาที่ออกมาล่าช้า จนอาจส่งผลกระทบต่อการฝึกซ้อม และสภาพจิตใจ
แต่ช่วงเวลาการฟิตซ้อม 1 ปี ทุกชนิดกีฬาต่างมุ่งมั่นทุ่มเทฝึกซ้อมเต็มที่ จนสามารถประสบความสำเร็จครองเจ้าอาเซียนที่รอคอยมายาวนานบนแผ่นดินบ้านเกิดของตัวเองในที่สุด
ตามข้อมูลพบว่า จาก 50 ชนิดกีฬาที่บรรจุแข่งขันในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 หากพิจารณาแยกเฉพาะกลุ่มกีฬาโอลิมปิกสปอร์ต ผลงานของนักกีฬาไทยถือว่าดีมากๆ เนื่องจากหลายสมาคมกีฬาสามารถสร้างสถิติระดับโลก อาทิ กรีฑา, ยกน้ำหนัก ซึ่งไม่ค่อยได้เกิดขึ้นในมหกรรมกีฬาซีเกมส์
อย่างไรก็ตาม จากผลงานในซีเกมส์ถือเป็นการวางรากฐานในการต่อยอดไปสู่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ทั้งเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้ที่สุดในปีนี้เป็นมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ซึ่งการเป็นเจ้าภาพของประเทศญี่ปุ่นการันตีมาตรฐานการจัดได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น เวทีนี้คือภารกิจ และโอกาสครั้งสำคัญของทัพไทยในการโชว์ผลงานในเวทีเอเชีย
สําหรับการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยเจ้าภาพเตรียมจัดการแข่งขันทั้งหมด 41 ชนิดกีฬา
ในจำนวนนี้มี 32 ชนิดกีฬาที่จัดในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 และมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่รวม 15,000 คน จาก 45 ประเทศเข้าร่วม
ในส่วนของแผนงานการเตรียมทัพในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ในปี 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น และมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในปี 2028 แล้ว ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้วางแผนต่อเนื่องระยะยาว ซึ่งการเตรียมนักกีฬาจะต้องทำงานร่วมกับสมาคมกีฬาอย่างใกล้ชิด เก็บตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อสานต่อความสำเร็จต่อไป
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ระบุว่า ในส่วนของเอเชี่ยนเกมส์ปีหน้า กกท.วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเราจะมีการคัดเลือกนักกีฬาอย่างเข้มข้น เน้นเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ ซึ่งจะต่างจากเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ที่เราส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก แต่ครั้งนี้จะเน้นการคัดเลือกนักกีฬาคุณภาพ และคาดหวังผลงานของนักกีฬามากยิ่งขึ้น
โดย กกท.ได้พิจารณาวางงบประมาณกว่า 226 ล้านบาทสำหรับการเตรียมทัพไทยลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2026 โดยเบื้องต้นในการเลือกชนิดกีฬาไว้ที่ 10 กีฬา ซึ่งยึดจากงานเดิมในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ไม่หวังทำลายสถิติ แต่จะต้องส่งไปให้ได้เป้าหมายมากที่สุด
พร้อมวางเป้าหมายผลงานครั้งนี้คือ เหรียญทองต้องไม่น้อยกว่า 18 เหรียญทอง หรือมากกว่าครั้งก่อน 6 เหรียญทอง

หากย้อนกลับไปในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ผลงานของทัพนักกีฬาไทยช่วยกันคว้ามาได้จำนวน 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน 32 เหรียญทองแดง รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 58 เหรียญรางวัล พร้อมกับจบอันดับที่ 8 ในตารางรวมเหรียญรางวัล และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ส่วนเจ้าเหรียญทองเป็นมหาอำนาจอย่าง จีน 201 เหรียญทอง 111 เหรียญเงิน 71 เหรียญทองแดง
ถ้าเจาะลึกลงไปตามชนิดกีฬาของทัพไทยที่สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ ประกอบด้วย เซปักตะกร้อ 4 เหรียญทอง, เรือใบ 3 เหรียญทอง, กอล์ฟ 2 เหรียญทอง, เทควันโด 2 เหรียญทอง, อีสปอร์ต 1 เหรียญทอง ส่วนกีฬาที่เคยเป็นความหวังในโอลิมปิกเกมส์อย่าง มวยสากล และยกน้ำหนัก กลับไม่มีเหรียญทองติดมือกลับมาได้เลย
ดังนั้น 2 ชนิดกีฬาอย่าง มวยสากล และยกน้ำหนัก ที่เคยเป็นพระเอกในโอลิมปิกเกมส์จะต้องกลับมาโชว์ผลงานคว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ให้ได้ รวมถึงชนิดกีฬาความหวังทั้งเซปักตะกร้อ, เรือใบ, กอล์ฟ, เทควันโด, อีสปอร์ต และอื่นๆ ที่จะต้องเค้นศักยภาพออกมา เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมาย 18 เหรียญทองให้ได้
แต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับวงการกีฬาไทยในปีนี้คือ เรื่องงบประมาณของฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการใช้เก็บตัวและส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างๆ ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาจะได้รับอยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท แต่ปีนี้ถูกตัดเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท ขณะที่งบฯ เชิงนโยบายได้รับอนุมัติถึงราว 1,600 ล้านบาท
เรื่องนี้สร้างความกังวลให้กับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่กลัวว่าอาจทำให้จะต้องเผชิญกับปัญหาเหมือนตอนซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่นักกีฬาก็ยังสามารถทำผลงานได้ดี จนคว้าเจ้าเหรียญทองมาครองสำเร็จ เป็นสถิติสูงสุดถึง 233 เหรียญทอง และได้เหรียญรวมถึง 500 เหรียญ
ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ แสดงความคิดเห็นว่า โอลิมปิคไทยมีความกังวลมากเกี่ยวกับการเตรียมเงินของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่ผ่านมา เพราะงบฯ ที่มาจากโครงการเชิงนโยบายมีผลกระทบต่องบฯ กีฬาเป็นเลิศ ซึ่งเป็นกีฬาหลัก เงินกองทุนฯ แต่ละปีมีประมาณ 3,800-4,000 ล้านบาท ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ เหลือแค่ 1,200 ล้าน
“มันจะเข้าอีหรอบเดิม และเป็นปัญหาที่เราแก้ไม่ตก ไม่ว่าจะเป็นการส่งแข่งขันก็ดี หรือการเก็บตัวก็ดี เราเห็นและประสบปัญหามาตลอดตั้งแต่ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 แต่ผลงานนักกีฬาไทยก็ยังยอดเยี่ยม ได้ถึง 233 เหรียญทอง และรวม 500 เหรียญ เป็นประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีเจ้าภาพชาติใดทำได้มาก่อน ซึ่งก็เป็นขั้นตอนที่จะก้าวไปมีผลงานที่ดีขึ้นในเอเชี่ยนเกมส์ แต่ติดปัญหาเรื่องงบฯ”
ปัญหาเรื่องงบฯ ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. ที่น้อยกว่างบฯ เชิงนโยบาย ที่นำไปใช้กับกิจกรรมต่างๆ เช่น วิ่งเข้าป่าบ้าง วิ่งเทรลบ้าง แม้แต่มวยไทยภูมิภาค ตรงนี้เป็นเรื่องน่าห่วง ซึ่งหลายสมาคมกีฬาก็กังวลมาก
ดังนั้น ทางคณะกรรมการโอลิมปิคฯ จำเป็นที่จะต้องหารือกับ กกท. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ถ้าปล่อยไปแบบนี้ ปีนี้ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ก็จะเหมือนปีที่แล้วที่เกิดขึ้น
ท้ายที่สุดนี้ปัญหาเรื่องงบประมาณสอดคล้องกับผลงานของนักกีฬาไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากซีเกมส์มาจนถึงเอเชี่ยนเกมส์ก็คาดหวังให้แก้ไขปัญหานี้ให้ได้ พร้อมกับความคาดหวังในการสร้างผลงานคว้าเหรียญทองให้ได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้
เพื่อเป็นการพิสูจน์ทั้งในแง่ของการบริหารงานของภาครัฐ และในแง่ของศักยภาพนักกีฬาไทยที่ก็ไม่เป็นรองชาติใดในระดับเอเชีย…
