คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
จากการวิจัยของวิศวกรการบิน ของมหาวิทยาลัยเฮเรียต-วัตต์ (Heriot-Watt University) ในนครเอดินบะระ (Edinburgh) ประเทศสกอตแลนด์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเคยู ลูเว่น ของประเทศเบลเยียม และบริษัทซอฟต์แวร์ แอนซิส (Ansys) ตีพิมพ์ใน Journal of Wind Engineering & Industrial Aerodynamics หรือวารสารวิศวกรรมลมและอากาศพลศาสตร์อุตสาหกรรม
พบว่า นักกีฬาที่มีผมหยิกยาว และเสื้อผ้าหลวมๆ จะทำให้ประสิทธิภาพของนักกีฬาในการแข่งขันกระโดดไกลและวิ่ง 100 เมตรลดลงอย่างมาก มีโอกาสทำให้พลาดเหรียญทองได้
ก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส นักวิทยาศาสตร์ด้านอากาศพลศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังงานวิจัยนี้ เสนอแนะให้พิจารณาการใช้หมวกคลุมผมและเสื้อผ้าที่มีแรงต้านอากาศต่ำในกีฬา วิ่ง 100 เมตรและกระโดดไกล
เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันในการแข่งขัน
คณะผู้วิจัยได้ศึกษาอากาศพลศาสตร์ หรือ Aerodynamics คือ หลักอากาศพลศาสตร์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เรื่องที่ว่าด้วยศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอากาศ
โดยศึกษาทรงผม 10 แบบและสไตล์เสื้อผ้า 20 แบบของนักกีฬาหญิงที่ลงแข่งในการกระโดดไกลและวิ่ง 100 เมตร
และสรุปว่าทรงผมและเสื้อผ้าสามารถสร้างความแตกต่างระหว่างการชนะหรือแพ้ หรือความแตกต่างของเหรียญรางวัลได้
เหตุผลที่งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่นักกีฬาหญิงเท่านั้น เพราะเนื่องจากนักกีฬาชายโดยทั่วไปมีผมสั้นหรือโกนผม
นักวิทยาศาสตร์พบว่า สำหรับนักกีฬากระโดดไกล ผมยาวหยิกและเสื้อผ้าหลวมๆ สามารถลดระยะกระโดดได้ถึง 10 เซนติเมตร เมื่อเทียบกับนักกีฬาที่มีผมสั้นและสวมเสื้อผ้าที่กระชับ
ซึ่งระยะการกระโดดที่สั้นลงถึง 10 เซนติเมตรนั้น มากพอที่จะทำให้พลาดเหรียญทองได้
สำหรับนักกีฬาวิ่ง 100 เมตร การไว้ผมหยิกยาวและสวมเสื้อผ้าหลวมๆ แบบเดียวกับนักกีฬากระโดดไกล สามารถลดเวลาวิ่งได้ถึง 0.07 วินาที ซึ่งมากพอที่จะมอบเหรียญทองให้กับคู่แข่งคนอื่นใน การแข่งขันได้เช่นกัน

นักวิจัยกล่าวว่างานวิจัยของพวกเขาเป็นการศึกษาที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเกี่ยวกับผลกระทบของทรงผมและเสื้อผ้าต่อระยะกระโดดไกล และยังเป็นการศึกษาในอุโมงค์ลมที่ครอบคลุมมากที่สุดจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับการวิ่ง 100 เมตร เพราะมีความเข้าใจผิดในหมู่นักกีฬาและโค้ชบางคนในกีฬากรีฑาว่าทรงผมและเสื้อผ้าในกีฬาเหล่านี้ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประสิทธิภาพของนักกีฬา
ศาสตราจารย์เบิร์ต บล็อคเค่น (Bert Blocken) ผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้นำโครงการการบินและอวกาศของมหาวิทยาลัยเฮเรียต วัตต์ ยังให้คำปรึกษาแก่ทีมกีฬามืออาชีพเกี่ยวกับ อากาศพลศาสตร์ บอกว่า ยังมีความเข้าใจผิดๆ ในหมู่นักกีฬาและโค้ชบางคนว่าแรงต้านอากาศพลศาสตร์ไม่สำคัญในกรีฑา
นักวิจัยใช้หุ่นพลาสติกขนาดเท่าคนจริงในอุโมงค์ลม เพื่อทดสอบเรื่องทรงผม และเสื้อผ้าของนักกีฬา รวมถึงท่ากระโดดที่แตกต่างกัน ผลการศึกษาพบว่า ผมยาวหยิกสามารถเพิ่มแรงต้านของนักกีฬาได้ถึง 8.7% ในการกระโดดไกล
ส่วนการวิ่ง 100 เมตร การสวมเสื้อหลวมและกางเกงขาสั้นหลวมยังเพิ่มแรงต้านมากกว่า 23% เมื่อเทียบกับการสวมเสื้อรัดรูปและกางเกงขาสั้นรัดรูป
ศาสตราจารย์เบิร์ต บล็อคเค่น บอกว่า เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ในหมู่นักกีฬาระดับแนวหน้า หมวกคลุมผมก็แทบไม่เคยถูกใช้ในการกระโดดไกลและการวิ่ง 100 เมตร และเสื้อผ้ากรีฑาก็ไม่ได้ถูกทดสอบในอุโมงค์ลมอย่างเป็นระบบ
แต่กรีฑาเป็นที่ทราบกันว่าเป็นกีฬาที่ค่อนข้างอนุรักษนิยม และไม่คาดหวังว่าหมวกคลุมผมจะถูกนำมาใช้ในเร็วๆ นี้ แม้แต่ในการปั่นจักรยาน กว่าจะนำหมวกกันน็อกมาใช้ก็เป็นเวลาหลายปี
แถมในตอนแรกนักปั่นยังประท้วงซะด้วยซ้ำ!!!
