| สุจิตต์ วงษ์เทศ
นาฏศิลป์และดนตรีเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ไม่ใช่เพื่อความบันเทิงเริงรมย์สนุกสนานส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง (เหมือนปัจจุบัน) แต่ต้องมีในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แม้ทำเลียนเสียงสัตว์ที่จะจับเป็นอาหารก็นับเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ด้วย และผู้เล่นเป็นบุคคลพิเศษเพศหญิง หัวหน้าพิธีกรรม หรือหัวหน้าเผ่าพันธุ์ อาจเป็นหมอผี, หมอมด
ไม่มีอาชีพนาฏศิลป์และดนตรีเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เพราะทั้งชุมชนมีวิถีชีวิตเหมือนกันหมด คือทำมาหากินด้วยการทำไร่ไถนาหาปลาหาเนื้อและของป่า แต่มีบางคนได้รับยกย่องเป็นพิเศษจากชุมชนมีหน้าที่ร้องรำทำเพลง
เครื่องดนตรีเป็นเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสมบัติรวมของชุมชนให้บุคคลพิเศษเก็บรักษาไว้


เครื่องตีจากไม้ไผ่
หลายพันปีมาแล้ว คนอุษาคเนย์ทำเครื่องประโคม “วัฒนธรรมไม้ไผ่” ด้วยไม้ไผ่ขนาดต่างๆ เพื่อพิธีกรรมวิงวอนร้องขอต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ แล้วถือเป็นเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์ มี “ผี” สิง โดยมีชื่อเรียกสมัยหลังว่า เกราะ, โกร่ง, กรับ
ไม้ไผ่ทำเกราะและโกร่งเป็นต้นแบบของโปง ใช้แขวนตีบอกสัญญาณ แล้วพัฒนาเป็นกลองไม้ กระทั่งปัจจุบันเรียกกลองเพลแขวนตามวัด (แต่ในวงปี่พาทย์เรียกกลองทัด)
[ส่วน โปงลาง ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง มีผู้คิดประดิษฐ์ใหม่เมื่อราวหลัง พ.ศ.2500 จึงไม่ใช่เครื่องมือตีไม้ไผ่มาแต่เดิม]
กระบอกไม้ไผ่เป็นปล้องๆ ตัดมาวางเรียงกันหลายปล้อง ใช้ตีปล้องละหนึ่งเสียงได้หลายเสียง มีระดับไม่เท่ากัน ต่อมาภายหลังจะมีพัฒนาการจนเรียกเครื่องมืออย่างนี้ว่า “ระนาด”



ระนาดหิน ไม่เคยมีจริง แต่หินเป็นท่อนๆ แท่งๆ พบในหลุมศพดึกดำบรรพ์ ล้วนเป็นขวานหินยาวใช้ในพิธีกรรมฝังศพ
ระนาดแก้ว เป็นคำยกย่องระนาดไม้เนื้อแข็งที่ตีดังเสียงใสไพเราะเหมือนแก้ว คำว่าแก้ว ใช้ประกอบเพื่อยกย่องเป็นของสูง เสมือนรัตนะของจักรพรรดิราช มี 7 อย่าง เช่น ช้างแก้ว, ม้าแก้ว, ขุนพลแก้ว, เมียแก้ว, ฯลฯ เคยมีผู้ทำลูกระนาดด้วยแก้วจริงๆ แต่ใช้การไม่ได้ ตีไม่ดังเท่าที่ต้องการ และไม่ไพเราะเหมือนที่คิด


