E-DUANG
สงคราม สหรัฐอเมริกา อิสราเอล ที่กระทำต่ออิหร่านนับแต่วันที่ 28 กุม ภาพันธ์ ได้กลายเป็นบททดสอบอันแหลมคมและทวีความร้อนแรงเป็นลำดับให้กับรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
หนักกว่าสงครามและการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างแน่นอน
แม้ว่าจะเกิดที่อิหร่าน แม้สมรภูมิแห่งการสู้รบจะอยู่ที่ตะวันออกกลาง ห่างไกลเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับความร้อนแรงและแหลมคมจากกรณีไทย-กัมพูชา
ไม่เพียงทดสอบในเรื่องการจัดความสัมพันธ์ของคู่กรณี หากที่สำคัญยิ่งกว่านั้นยังอยู่ที่ผลสะเทือนและความต่อเนื่อง
อย่างแรกอาจเป็นเรื่องทางการทูตอาจเป็นเรื่องทางการเมือง
แต่ผลสะเทือนในเรื่องของเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่นั้นมากด้วยความละเอียดอ่อนและอ่อนไหว
ทดสอบ”วิธีวิทยา”ในการบริหารจัดการในแต่ละ”วิกฤต”
สิ่งแรกสุดซึ่งท้าทายเป็นอย่างสูงย่อมเป็นราคาน้ำมันที่มีความชัดเจนเป็นลำดับว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น สูงขึ้น ในสภาวะแห่งความขาดแคลนที่จะตามมา
ไม่ว่าสงครามจะจบสิ้นโดยเร็ว ไม่ว่าสงครามจะยืดเยื้อยาวนาน
ความพร้อมของคนที่จะรับผิดชอบในงานต่างประเทศ ความพร้อมของคนที่จะรับผิดในเรื่องพลังงาน ในเรื่องการคลัง การพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งเรื่องแรงงานจึงสำคัญ
ทั้งหมดนี้จึงมิได้อยู่ที่ความสามารถของ”นายกรัฐมนตรี”เพียงผู้เดียว หากแต่ยังอยู่ที่การประกอบส่วนขึ้นของ”คณะรัฐมนตรี”
ไม่ว่าจะเป็นของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นของพรรคเพื่อไทย
เพราะว่าสถานการณ์ในระดับนี้มิได้เป็นเรื่องของ”วัน แมน โชว์” หากแต่ต้องเป็นเรื่องของ”ทีมเวอร์ก”
มิได้เป็นเรื่องของ”รัฐบาล” หากแต่ต้องเป็นของ”ฝ่ายค้าน”
แม้วิกฤตจะยังไม่ถึงขั้นต้องมี”รัฐบาลแห่งชาติ” กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่หลวง
ใหญ่กว่าเรื่อง”โควิด” ใหญ่กว่าเรื่อง”หาดใหญ่”
กล่าวสำหรับตัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ถือได้ว่ามีประสบการณ์สูง อย่างยิ่งในฐานะของ”นักบริหาร” ไม่ว่าจะในสถานะแห่ง”รัฐมนตรี” ไม่ว่าจะในสถานะแห่ง”นายกรัฐมนตรี”
แม้ในห้วงแห่ง”โควิด”จะอยู่ในจุดของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
มิได้เป็นคนรับผิดชอบ”องค์กรบริหาร”สูงสุด
แต่ในห้วงหนึ่งแห่งสถานการณ์ความขัดแย้งกับกัมพูชา และในห้วงหนึ่งแห่งสถานการณ์น้ำท่วม นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทั้งหมดจึงสามารถเก็บรับมาเป็น”บทเรียน”และเป็นอุปกรณ์สำคัญเมื่อเข้ารับผิดชอบ
การเปลี่ยนผ่านจากนายกรัฐมนตรี”รักษาการ” ไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีที่”ถาวร”ครบถ้วนในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจึงเป็นการดำรง อยู่อย่างมีการเชื่อมต่อ
ปมอยู่ที่จะสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจได้เพียงใด
ความเชื่อมั่นและความมั่นใจนั้นแม้ส่วนหนึ่งจะอยู่ที่คำแถลงแต่ในที่สุดแล้วย่อมเป็นการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นจริง
การปฏิบัติต่างหากคือปัจจัยชี้ขาด เป็นคำตอบสุดท้าย
หากขจัดปัดเป่าปัญหาได้อย่างเป็นจริง ดำเนินไปเหมือนที่ประกาศอย่างครบถ้วน
อนาคตของรัฐบาล ของพรรคภูมิใจไทย ย่อมรุ่งโรจน์
