E-DUANG
ทั้งๆที่รัฐบาล”รักษาการ”ในขณะนี้มีพรรคภูมิใจไทย มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็น”นายกรัฐมนตรี” เหตุใดจึงมีเสียงเรียกร้องให้ฝ่ายค้านสำแดงบทบาท
ทั้งยังเป้าหมายเน้นไปยังพรรคประชาชนไม่ใช่พรรคกล้าธรรม ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์
มีการเน้นอย่างหนักแน่นและจริงจังไปยัง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเริ่มจาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร
แม้เมื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงในเรื่องการนำเสนอร่างกฎหมายมากกว่า 40 ฉบับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ก็ยังถูกตำหนิจากสังคมว่าไม่ได้ให้ความสนใจกับปัญหาของประชาชนเท่าที่ควร
นั่นก็คือ ไม่ได้ให้ความสนใจต่อปัญหา”น้ำมัน” ไม่ได้ให้ความสนใจต่อปัญหา”สงครามอิหร่าน”อย่างจริงจัง
“ปฎิกิริยา”ในทาง”การเมือง”เช่นนี้สะท้อนอะไร
สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหา”สงครามอิหร่าน”เป็นเรื่องใหญ่มีผลสะเทือนและกำลังก่อวิกฤตให้กับประเทศไทย
รูปธรรมเฉพาะหน้าคือวิกฤตอันเนื่องแต่”น้ำมัน”
กระนั้น คำถามที่ตามมาอย่างฉับพลันอยู่ที่ทำไมจึงเรียกร้อง และคาดคั้นต้องการคำตอบจากฝ่ายค้านและโดยเฉพาะจากพรรคประชาชน
ทั้งๆที่อำนาจในการบริหารเป็นของรัฐบาล ขณะนี้และที่จะเป็นไปในอนาคตอันใกล้คือ พรรคภูมิใจไทย
และนายกรัฐมนตรี คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
โดยที่ที่แวดล้อมรัฐบาลยังคึกคักด้วย”เทคโนแครท”ที่สร้าง ความหวังเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ไม่ว่าจะเป็น นายพงษ์ศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
ยิ่งกว่านั้นยังได้รับการหนุนเสริมจากพรรคเพื่อไทยอันมากด้วยประสบการณ์และความจัดเจนเป็นอย่างสูงทางการบริหาร
ทำไมจึงเรียกร้องฝ่ายค้าน ทำไมจึงเรียกร้องพรรคประชาชน
คำตอบจึงไม่เพียงอยู่ที่ว่าสังคมคาดหวังแนวคิดและข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านโดยเฉพาะจากพรรคประชาชนเท่านั้น
หากแต่อีกด้านยังเป็นความผิดหวังต่อพรรคภูมิใจไทย
คำตอบนี้ย่อมสวนกับความไว้วางใจที่สังคมเคยมอบให้กับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทำให้ได้รับเลือกเข้ามา 191 จำนวนสูงสุด
เหนือกว่า 120 ของพรรคประชาชน เหนือกว่า 74 ของพรรคเพื่อไทย เหนือกว่า 58 ของพรรคกล้าธรรม ชัดเจน
คำตอบนี้ยืนยันให้เห็นถึงภาวะผันแปรทางความคิด
เท่ากับยืนยันว่าความมั่นใจเมื่อลงคะแนนเสียงเลือกกับความมั่นใจเมื่อเผชิญกับปัญหาอันกำลังเป็นวิกฤตได้เปลี่ยนไปกลายเป็นคนละเรื่อง
เนื่องจากไม่ไว้ใจนั่นเองความรู้สึกของสังคมจึงตั้งความหวังอยู่กับฝ่ายค้าน
ปมเงื่อนจึงอยู่ที่ฝ่ายที่เป็นรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยจะบริหารความรู้สึก”ร่วม”ในทางสังคมนี้อย่างไร
ไม่ว่าในฐานะ”รักษาการ” ไม่ว่าในฐานะ”ถาวร”
นี่ย่อมเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นทางด้านของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของฝ่ายค้าน
โจทย์นี้จะปรากฏ”ผล”จากการ”ปฏิบัติ”อย่างเป็นจริง
