bg-single

นักกีฬาหญิงแถวหน้า กับปัญหาการกินผิดปกติ

30.03.2026

คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด

มีผู้หญิงหลายคนที่รูปร่างผอมเพรียวสุดๆ หุ่นฟิต เคร่งครัดเรื่องการกินอาหาร ระดับไขมันในร่างกายต่ำ และมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ที่ 18.5 ซึ่งเป็นค่าต่ำสุดของกลุ่มคนที่มีรูปร่างสมส่วน

แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังรู้สึกกังวลเรื่องรูปร่างของตัวเอง ผู้หญิงลักษณะนี้เข้าข่ายกลุ่มคนที่มีภาวะการกินผิดปกติ หรือ eating disorder ซึ่งเป็นอาการป่วยทางจิตที่ต้นเหตุเกิดจากความไม่พอใจในรูปร่างของตัวเอง

โดยเฉพาะในปัจจุบันคนเล่นโซเชียลกันทั้งนั้น จึงเกิดการเปรียบเทียบรูปร่างตัวเองกับคนอื่น

หลายคนกลัวอ้วนหรือคลั่งผอม หมกมุ่นอยู่กับเรื่องน้ำหนักตัว และพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทานน้อยๆ หรือข้ามมื้ออาหารไปเลย ออกกำลังกายอย่างเอาเป็นเอาตาย

หรือบางคนทานเข้าไปแล้วก็รู้สึกผิด พยายามล้วงคออาเจียนออกมา

พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้ร่างกายขาดอาหาร เกิดอาการแทรกซ้อนทางร่างกายและจิตใจ จนอาจเสียชีวิตได้

ภาวะการกินผิดปกติเกิดขึ้นในกลุ่มผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย

อย่างที่ประเทศเดนมาร์ก มีรายงานว่าเด็กผู้หญิงจำนวน 1% ประสบภาวะเบื่ออาหาร (anorexia nervosa) และหมกมุ่นกับการออกกำลังกายเกินความจำเป็น

จำนวน 4% เกิดความอยากอาหารมากผิดปกติ (bulimia nervosa)

อิ่มแล้วก็ยังกินไม่หยุด ควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้เมื่อกินเข้าไปเยอะๆ แล้วก็มักจะรู้สึกผิด พยายามแก้ไขด้วยการอาเจียนหรือใช้ยาระบาย

ปกตินักกีฬาส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งมาก่อนรูปร่างหน้าตา แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีนักกีฬาบางประเภทเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกชักนำให้ไปใส่ใจกับเรื่องรูปร่างภายนอกมากกว่าความสามารถ อย่างในกีฬาความสวยงาม (aesthetic sports) เช่น ยิมนาสติก หรือเต้นรำ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปร่างภายนอกก็มีผลต่อการให้คะแนนของกรรมการ

นอกจากนี้กีฬาที่ใช้ความอึดอย่างวิ่ง และปั่นจักรยาน ซึ่งต้องแบกน้ำหนักตัวเองเป็นระยะเวลานานๆ ใครที่มีน้ำหนักตัวน้อยยิ่งได้เปรียบ

หรือแม้แต่ในกีฬาที่แบ่งรุ่นน้ำหนักอย่างศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) น้ำหนักตัวก็มีผลต่อการแข่งขันได้เหมือนกัน ทำให้บ่อยครั้งนักกีฬาไปสนใจเรื่องการมีน้ำหนักตัวน้อยๆ จนมองข้ามเรื่องอื่นที่สำคัญต่อประสิทธิภาพในการแข่งขันมากกว่า เช่น การทานคาร์โบไฮเดรตให้เพียงพอ

มีการศึกษาจากประเทศนอร์เวย์ในปี 2004 พบว่า นักกีฬาหญิงระดับอาชีพที่แข่งขันกีฬาความงาม เช่น ยิมนาสติก และเต้นรำ จำนวน 42% มีสัญญาณของพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ

ส่วนในกีฬาความอึดอย่างนักวิ่ง นักขี่จักรยาน ก็พบว่า มีนักกีฬาจำนวน 24% ที่จัดอยู่ในคนกลุ่มเสี่ยงด้วย

ในการศึกษาเมื่อปี 2014 พบว่า นักกีฬาทางน้ำอย่างนักกระโดดน้ำ และนักระบำใต้น้ำระดับแนวหน้าจำนวนถึง 45% เริ่มมีสัญญาณของการกินที่ผิดปกติ และจำนวน 7% กำลังประสบภาวะการกินผิดปกติ

ปี 2000 มีงานวิจัยที่ทำการวิเคราะห์กับนักกีฬาหญิงอาชีพอายุน้อยจำนวน 34 คนที่เป็นกลุ่มกีฬา ซึ่งน้ำหนักตัวและรูปร่างมีผลต่อการแข่งขัน

พบว่า นักกีฬาหญิงแถวหน้ามีความเสี่ยงที่จะประสบภาวะการกินผิดปกติสูงกว่านักกีฬาในอันดับรองๆ ลงมา หรือคนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬา

และผลการศึกษาปี 2013 ของนอร์เวย์ก็พบว่า กลุ่มนักกีฬาวัยรุ่นชั้นแนวหน้าที่เข้าเรียนไฮสกูลปีแรก มีอัตราการเกิดภาวะการกินผิดปกติสูงกว่าคนในกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาถึง 4.7% โดยนักกีฬาหญิงมีโอกาสเสี่ยงกับปัญหาการกินผิดปกติมากกว่านักกีฬาชาย

Milano Cortina 2026 Olympics – Figure Skating – Team Event – Women Single Skating – Short Program – Milano Ice Skating Arena, Milan, Italy – February 06, 2026. Alysa Liu of United States performs during women’s short program. REUTERS/Amanda Perobelli

งานศึกษาของประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2002 เปรียบเทียบนักกีฬาแถวหน้าหญิงและชาย จำนวน 263 คน กับคนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาในจำนวนที่เท่ากัน

พบว่า นักกีฬาต้องเจอแรงกดดันเรื่องการมีหุ่นสวย และมีสัญญาณพฤติกรรมการกินผิดปกติมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เป็นนักกีฬา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเคสของผู้หญิง ซึ่งพบว่า นักกีฬาหญิงแถวหน้าจำนวน 15% มีพฤติกรรมตรงกับเกณฑ์ของคนที่เป็นโรคเบื่ออาหาร (anorexia) และอยากอาหารมากกว่าปกติ (bulimia)

ส่วนอีก 16% มีสัญญาณของการเกิดภาวะการกินผิดปกติ (eating disorder)

ตรงข้ามกับผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นนักกีฬา ซึ่งพบว่า มีพฤติกรรมตรงเกณฑ์ของสองโรคแค่ 1% และมีสัญญาณของการกินผิดปกติแค่ 5%

ในส่วนของผู้ชาย ไม่พบภาวะการกินผิดปกติในกลุ่มที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาเลย ส่วนในกลุ่มที่เป็นนักกีฬาแถวหน้าก็พบแค่ 6%

เรื่องของสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวน่าจะเป็นเหตุผลที่มาอธิบายค่านิยมเหล่านี้

นักกีฬามักจะชอบเอารูปร่างตัวเองไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง และมักจะวิจารณ์รูปร่างตัวเองในแง่ลบเมื่อไปเปรียบกับคู่แข่งมากกว่าการเปรียบกับคนทั่วไป

ตัวอย่างเช่น นักกีฬากลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะการกินผิดปกติมีระดับไขมันในร่างกาย 15% แต่ไปอยู่รอบตัวนักกีฬาคู่แข่งที่มีระดับไขมันในร่างกาย 10% พวกเขาก็ยังรู้สึกไม่พอใจกับตัวเอง และส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการกินผิดปกติ

ทั้งที่จริงๆ แล้วไขมัน 15% คือระดับที่น้อยกว่าค่ามาตรฐานอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง ซึ่งค่า BFP ระหว่าง 21-24% ถือว่าอยู่ในระดับของคนที่ร่างกายฟิต

ดังนั้น มุมมองเรื่องรูปร่างของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปตามสิ่งแวดล้อมรอบตัว

นอกจากนี้การขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง

การตั้งมาตรฐานรูปร่างในอุดมคติไว้สูง

แรงกดดันจากความคาดหวังของครูฝึกและเพื่อนๆ

และความกังวลเรื่องประสิทธิภาพในการแข่ง………

ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้นักกีฬาแถวหน้า โดยเฉพาะผู้หญิงเกิดพฤติกรรมเสี่ยง

ที่นำไปสู่ภาวะการกินผิดปกติได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘บัญชีนวัตกรรมไทย’ ลดอายุสิทธิ 8 ปีเหลือ 5 ปี
ปมร้อนรัฐรื้อ ‘ภาษีบาป’ กีฬาไทยผวางบฯ ‘หด’ วิกฤตที่ต้องเฝ้าระวัง
ประเทศไทยเจ้าภาพประชุมใหญ่ เวที IMF-ธนาคารโลก ถกสนั่น AI เขย่าโลก เตือนปรับตัว-สร้างงาน
ความไม่รู้ คือ ความรู้
ภาพจริง ภาพลวง เศรษฐกิจไทย
เดนตายในผ้าเหลือง | บุกเข้าถ้ำเสือ หลังการนองเลือดที่เยาวราช
รู้จัก อัยการสูงสุด คนใหม่ เคยถูกกล่าวหา “เหลืองตัวพ่อ” พร้อมลุยภารกิจลบคำสบประมาท ‘ยักษ์ไร้เขี้ยว’ ชงโมเดล ‘FBI’ แก้จุดบอด
ย้อนคดีโกงเงินบุญ! ฉาว ‘วัดพระบาทน้ำพุ’ สู่คำตัดสินคุก 742 ปี อดีตเจ้าอาวาส ‘อลงกต’
เหยี่ยวถลาลม | สำราญ นวลมา นอนมาแล้วไปยังไงต่อ
ความรุนแรงจากรัฐไม่เคยหายไป… สังคมไทยไม่ได้ตระหนัก แถมมีวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ชวนคิดผ่านมุมมองนักวิชาการ ‘สิทธิมนุษยชน’
เส้นทางความรัก ‘กวินท์-ปุ้มปุ้ย’ สู่วันปิดฉากชีวิตคู่! เหลือสถานะพ่อและแม่ ยันจากกันด้วยดีไร้มือที่สาม
ธงทอง จันทรางศุ | บริหารความเสี่ยง