ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
หลังจากเปิดตัวไปหลายเดือนมาแล้วด้วยความเป็นหนังที่เล่าเรื่องได้สนุกชวนพิศวงและเกาะติด…
Weapons ก็กลับมาดังเปรี้ยงปร้างด้วยกระแสออสการ์จากบทสมทบอันมีสีสัน ด้วยเสื้อผ้าหน้าผมพิลึกพิสดารและติดตาลืมไม่ลงของเอมี่ มาดิแกน ประมาณเดียวกับบทของโจ๊กเกอร์ ทั้งที่เล่นโดย ฮีธ เลดเจอร์ และฮัวคีน ฟีนิกซ์
จากโปสเตอร์แรกเริ่มในบรรยากาศชวนวังเวง เป็นรูปเด็กหลายคนที่ต่างเดินกางแขนถลาลมพุ่งตัวไปข้างหน้าในคืนที่มืดมิด สะท้อนเนื้อหาและแนวเรื่องลี้ลับเขย่าขวัญ (mystery/horror/thriller) กลายมาเป็นภาพสีสันฉูดฉาดของตัวละครสุดเพี้ยนที่เอมี่ มาดิแกน สวมบทบาท
หนังเริ่มด้วยเสียงบรรยายถึงเหตุการณ์สุดประหลาดที่เกิดในเมืองเล็กๆ ของรัฐเพนซิลเวเนีย…เรื่องลึกลับที่วันดีคืนดีก็พบว่าเด็กนักเรียน 17 คนในห้องเรียนเดียวกันหายตัวไปอย่างลึกลับน่าพิศวงพร้อมๆ กัน ณ เวลาเดียวกันกลางดึก คือนาฬิกาบอกเวลา 02:17 ในคืนเดียวกัน
เสียงเล่าบอกว่าเหตุการณ์ประหลาดครั้งนี้ไม่มีชาวเมืองอยากพูดถึงกันอีกในเวลาต่อมา ไม่มีการสืบสวน ไม่มีคำอธิบาย…

หนังแบ่งเป็นตอนๆ โดยตั้งชื่อตามตัวละครที่เกี่ยวข้อง
เริ่มด้วยตอนแรก “จัสตีน” (จูเลีย การ์เนอร์) ครูประจำชั้น ซึ่งเดินเข้าห้องที่สอนโดยไม่พบนักเรียนในชั้นนั่งประจำที่อยู่เลย ยกเว้นเด็กชายชื่อ อเล็กซ์ (แครี่ คริสโตเฟอร์)
จัสตีนตกอยู่ในความสงสัยของผู้ปกครองคนอื่นๆ ซึ่งพยายามซักฟอกและตั้งข้อกล่าวหาว่าเธอมีส่วนรู้เห็นอยู่ในเหตุการณ์นี้ จนเธอต้องระงับประสาทด้วยการดื่มและนัดพบพอล (อัลเด็น เอห์เรนไรค์) แฟนเก่าที่เลิกรากันไปแล้ว
แถมยังพบว่าบ้านของเธอโดนคุกคามด้วยเสียงเคาะยามดึก รถของเธอโดนพ่นสีด้านข้างรถเป็นตัวหนังสือตัวโตว่า “แม่มด” แถมยังโดนแฟนคนปัจจุบันของพอลตามมาตบล้มกลิ้งกลางซูเปอร์มาร์เก็ต
ในความไม่รู้อีโหน่อีเหน่และโดดเดี่ยวไม่มีใครคบหา จัสตีนพยายามติดต่อกับเด็กชายคนเดียวที่เหลืออยู่ในชั้น เพื่อหาเงื่อนงำ ทั้งๆ โดนครูใหญ่ห้ามปรามเพราะจะทำให้รูปคดีเสียหาย
และเมื่อเธอไม่ยอมฟัง และทำไปโดยพลการ เธอก็โดนปฏิเสธจากอเล็กซ์ผู้ไม่ยอมปริปากบอกอะไรเลย

ตอนที่สองชื่อ “อาร์เชอร์” (จอช โบรลิน) เล่ามุมมองของพ่อของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับในกลางดึกคืนวันนั้น
อาร์เชอร์โกรธแค้นและติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมของจัสตีน และพยายามปะติดปะต่อเส้นทางการมุ่งหน้าของเด็กๆ ที่หายตัวไปจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน
“พอล” เป็นตำรวจ ซึ่งโดนแฟนคนปัจจุบันจับได้ว่าไม่กลับบ้านและส่อพิรุธว่าแอบไปนอนกับแฟนเก่า ระหว่างขับรถลาดตระเวน พอลไล่จับตัวหัวขโมยติดยาที่พยายามปีนเข้าบ้านคน
“เจมส์” (ออสติน เอบรามส์) เป็นคนเร่ร่อนติดยา หาเงินมาซื้อยาด้วยการลอบเข้าบ้านไปกวาดทรัพย์สินมาขายให้โรงจำนำ และมาเคลมเงินรางวัลที่จะให้แก่เบาะแสที่จะนำไปสู่เด็กๆ ที่หายไป
“มาร์คัส” (เบเนดิกต์ วอง) เป็นครูใหญ่ของโรงเรียน ผู้ตกเป็นเหยื่อของผู้ร้ายในเรื่อง โดยโดนแปรสภาพให้เป็น “อาวุธ” จองล้างจองผลาญเป้าหมายของผู้ร้าย
“อเล็กซ์” เล่าเรื่องย้อนกลับไปก่อนหน้าวันเกิดเหตุ ซึ่งพ่อแม่ของเขาไปรับป้าแกลดิส (เอมี่ มาดิแกน) มาอยู่ด้วยอย่างไม่เต็มใจ เหตุเพราะแกลดิสเป็นญาติที่กำลังป่วยหนักและไม่มีที่อื่นที่จะไป
แต่ละตอนจากมุมมองของตัวละครทั้งหลายทั้งปวง ค่อยๆ เผยชิ้นส่วนของเรื่องราวทีละเล็กทีละน้อยโดยเสริมเติมแต่งให้เป็นภาพใหญ่ภาพเดียวกันที่อธิบายการหายตัวไปอย่างลึกลับของเด็กทั้ง 17 คน

หนังเล่าเรื่องได้สนุก ชวนลุ้นระทึก ชวนติดตามในช่วงที่ยังไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ใครเป็นคนผิด ใครมีภูมิหลังอย่างไร และอะไรเป็นปมประเด็นของเหตุการณ์ชวนพิศวงครั้งนี้
ทว่า ต้องขอบอกว่า ลุ้นระทึกไปกับการติดตามการเล่าเรื่องอย่างมีศิลปะโดยตลอด ด้วยมุมมองหลากหลายและค่อยๆ เสริมต่อกันเหมือนชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่ประกอบกันเป็นภาพที่สมบูรณ์
แต่ก็ออกจะนึกผิดหวังอยู่บ้างกับการเผยเรื่องในตอนท้าย คงเพราะตั้งความหวังไว้สูงเกินไปในเรื่องของน้ำหนักของเหตุผล
ซึ่งปรากฏว่ากลายเป็นเรื่องของไสยศาสตร์และเวทมนตร์คาถาธรรมดา ซึ่งใครๆ ทำก็ได้ผลทั้งนั้น แม้แต่เด็กที่ไม่ได้ฝึกฝนหรือมีอิทธิฤทธิ์อะไรมาก่อน
หลังจากความสำเร็จของหนัง ได้ข่าวว่าผู้กำกับฯ แซค เคร็กเกอร์ กำลังวางแผนจะทำภาคสอง โดยให้เป็นต้นเรื่องของภาคนี้ (prequel) จะได้เห็นถึงความเป็นมาของแกลดีส ตัวละครตัวร้ายอันฉูดฉาดอย่างน่าขนลุกนี้…
…ในแบบเดียวกับการสร้างภูมิหลังหรือความเป็นมาให้แก่ตัวตลกอันร้ายกาจ “โจ๊กเกอร์” ละกระมัง…

WEAPONS
กำกับการแสดง
Zach Cregger
แสดงนำ
Josh Brolin
Julia Garner
Alden Ehrenreich
Austin Abrams
Cary Christopher
Benedict Wong
Amy Madigan
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
