‘ขนุน สิรภพ’ ถาม ‘อ.เกษียร’ ตอบ สังคมการเมืองไทย ยังมีความหวังหรือไม่?
เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
หมายเหตุ ในช่วงท้ายของงานปาฐกถาพิเศษป๋วย อึ๊งภากรณ์ ครั้งที่ 20 หัวข้อ “ประชาธิปไตยประเสริฐสุดที่เป็นไปได้ : ปมปริศนาบนเส้นทางแสวงหาของสังคมไทย” เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569
“ขนุน-สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ” อดีตแนวร่วมม็อบเยาวชนและนักโทษคดีการเมือง ได้ลุกขึ้นถามคำถามกับ “ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้แสดงปาฐกถา
นี่คือเนื้อหาจากบทสนทนาดังกล่าว

ขนุน สิรภพ : สวัสดีครับ ผม สิรภพ อดีตลูกศิษย์อาจารย์เกษียรที่เรียนไม่จบ ป.โท ก็อยากสอบถามในประเด็นที่เคยสอบถามอาจารย์ค้างไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในเรื่องของ “power shift” (การเปลี่ยนย้ายอำนาจของสังคมไทย) ระลอกที่ 4
อาจารย์พูดเสมอถึง “educated precariat” หรือ “ชนชั้นเสี่ยงที่มีการศึกษา” ในเรื่องของม็อบเยาวชน ว่ามันคือการเปลี่ยนย้ายอำนาจระลอกใหม่
แต่ในวันนี้ เราเห็นแล้วว่าจากชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยที่เป็นฝั่งอนุรักษนิยม มันไม่เป็นไปอย่างที่อาจารย์เคยได้พูดไว้ มันเป็นไปได้ไหมว่าการเปลี่ยนผ่านนั้นมันอาจจะเป็นการหวนคืนสู่อำนาจเก่า-ชนชั้นเก่า?
อีกประเด็นก็คือ ในปัจจุบัน เราใช้รัฐธรรมนูญที่เป็นทุ่นระเบิด ใช้มาตอนนี้ก็ 10 ปีแล้ว เป็นไปได้ไหมว่า นี่คือการหยั่งรากลึกของวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไทยๆ ที่มันจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ?
เกษียร : ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา มีกบฏเจนซีเกิดขึ้นในหลายประเทศมาก แล้วมีชัยชนะเกิดขึ้นในหลายประเทศ บางประเทศก็แพ้ เราเห็นชนะที่เนปาล เราเห็นชนะที่บังกลาเทศ เราเห็นลุกฮือที่มาดากัสการ์
ดังนั้น ถ้ามองในแง่ของระเบียบประชาธิปไตยโลก ช่วงที่มันถดถอย ดูเหมือนมันเริ่มชะลอหรือชะงักแล้ว มันเริ่มปรากฏกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาสู้เพื่อประชาธิปไตย แล้วก็จะเป็นคนรุ่นหนุ่มสาวกลุ่มใหม่
บุคลิกของพวกเขาที่สำคัญมีสองอย่าง อันที่หนึ่ง คือชีวิตเขาเสี่ยงมากขึ้นทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เคยรับราชการหรือมีงานที่มั่นคงในบริษัทเอกชนทำ นี่มันไม่ค่อยมีแล้ว จำนวนมากทำอาชีพที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น เป็นอินฟลูเอนเซอร์ หรือส่งของ นั่นคือบุคลิกที่หนึ่ง ซึ่งก็ทำให้มันมีความทุกข์ทางเศรษฐกิจอยู่ข้างในเยอะ แล้วรัฐก็ไม่เข้าไปช่วยตรงนี้เยอะเท่าไร
อันที่สอง คือเขาแปลกแยกกับระเบียบอำนาจที่เป็นอยู่ ซึ่งเป็นระเบียบอำนาจของคนแก่ที่ทุจริตโกงกิน (corrupt) แล้วไอ้คนที่ทุจริตแล้วได้ประโยชน์ก็คือลูกหลานของคนแก่ ที่เนปาลเรียกว่าพวก “nepo kids” (ลูกท่านหลานเธอ) อันนี้ทำให้พวกเขาลุกฮือขึ้น
จุดอ่อนของพวกเขามีอยู่ไหม? มี ก็คือความคงเส้นคงวากับหลักการการไม่ใช้ความรุนแรงมีไม่มากเท่าไร มันมักจะปะปนกัน บางทีต่อสู้อย่างสันติวิธี สันติประชาธรรม แต่มันก็มีแลบไปความรุนแรง บุกเผาบ้านอะไรต่างๆ เหล่านี้
อันที่สอง คือลักษณะ “กระจายศูนย์-leaderful movement” เต็มไปด้วยผู้นำ แปลว่าอะไร? ก็ขบวนการมันต้องการให้ไม่มีผู้นำ ทุกคนก็ (เลย) เป็นผู้นำไง อิ๊อิ๊ ปัญหาของขบวนการที่เต็มไปด้วยผู้นำ ก็คือว่ามันอาจจะรวบจับตัวหรือปราบยาก แต่มันไม่สามารถที่จะประสานผนึกเป็นปึกแผ่น แล้วทำแนวร่วมวงกว้างออกไปได้ง่ายๆ ก็คือจุดอ่อนของการไม่มีแกนนำ
อีกอันที่เป็นปัญหา ก็คือสืบเนื่องจากอันนี้ การเจรจาต่อรองเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระเบียบอำนาจที่ดีงามยิ่งขึ้นหรือเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น (จึง) ยาก เพราะมันไม่มีองค์กรแกนนำที่ชัดเจนเป็นตัวแทน
ที่ยกมาทั้งหมดนี้ก็คือว่าอ่านข่าวต่างประเทศบ้าง แล้วจะมีกำลังใจ (หัวเราะ) ก็เห็นใจคุณสิรภพ เพราะที่ที่คุณสิรภพไปฝึก “ความเป็นไทย” มันอาจจะเข้าถึงสื่อลำบากหน่อย

(นิ่งคิดไปชั่วครู่) ผมว่ารัฐบาลภูมิใจไทยมันจะไม่เก่งเท่ารัฐบาลของทักษิณ (ชินวัตร) แต่ก่อน มันไม่มีกลุ่มก้อนแกนนำที่มียุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจในระดับโลกหรือภูมิภาค ไม่มีกลุ่มก้อนแกนนำที่เป็นนักยุทธศาสตร์ทางการเมือง ถ้าเทียบกับสมัยทักษิณ
ถ้าเอาภูมิใจไทยไปวางเคียงกับเพื่อไทย ผมคิดว่าเพื่อไทยเข้มแข็งกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้น มองในแง่นี้ เฮ้ย คุณเข้มแข็งขึ้นหรือคุณป้อแป้ลง? และคุณกำลังขึ้นมาครองอำนาจรัฐท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่จะระดมกันเข้ามา Good Luck! (ขอให้โชคดี)
บางทีนึกในใจ ส้มแม่งโคตรเฮงเลย (หัวเราะ) ทุกครั้งที่ปัญหาจะระเบิด แล้วเป็นเรื่องใหญ่ มันรอดทุกที มันไม่ได้เป็นรัฐบาลสักที ในแง่กลับกัน ในความนิ่ง ผมไม่เห็นว่ามันจะมีความเข้มแข็งสักเท่าไร
(นิ่งคิด) เรื่องนี้ต้องคุยกันยาว ผมคิดว่า “วิกฤตที่สำคัญที่สุด” ของชนชั้นนำไทย เป็นวิกฤตที่ไม่มีใครพูดถึงอย่างเปิดเผย และวิกฤตนี้ยังไม่ได้แก้
It’s coming unavoidable (มันกำลังจะมาถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้) ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง ความเปลี่ยนแปลงมันย่อมมา แล้วผมไม่เห็นเลยว่าเขาจะแก้อย่างไร
คิดอีกแบบก็ได้ว่า คิดไปอีก 10 ปีข้างหน้า คุณเห็นอะไร? 10 ปีข้างหน้า ผมฉิบหายแล้ว ไม่น่าจะอยู่แล้วว่ะ ผม (จะอายุ) 79 สิรภพ อีก 10 ปีข้างหน้า คุณอายุเท่าไร? อีก 10 ปีข้างหน้า ทักษิณอายุเท่าไร? อนุทินอายุเท่าไร? อีก 10 ปีข้างหน้า คนนั้น คนนี้ คนโน้น คนนู้นอายุเท่าไร?
ผมไม่เห็นอนาคตของพวกเขา
แล้วตอนนี้ก็พูดกันมากเรื่องชาตินิยม ผมเชื่อครึ่ง-ไม่เชื่อครึ่ง คืออย่างนี้ พูดอย่างโหดๆ “ความเป็นชาติของไทย” มันถูกบ่อนทำลายลงด้วยเศรษฐกิจที่ไม่สม่ำเสมอกันของประเทศไทยมาตั้งนานแล้ว
ดังนั้น ขณะที่มีสงครามชายแดน แล้วคนชายแดนเดือดร้อนอยากได้ความสงบ ผมคิดว่าส่วนที่เหลือของชาติแสดงออกโดย “เชียร์มวยตู้” นี่คือขอบเขตความรักชาติที่แสดงออก ชีวิตเขาเดือดร้อนอะไร?
ลูกสาวผมทำงานในเมือง แกบอกแกไม่รู้สึกว่าคนที่นี่มีความเดือดร้อนอะไร เขากำลังจะเปิดการฝึกยิมแบบใหม่ให้กับคนแก่ ซึ่งยิมทั่วไปไม่เหมาะกับคนแก่หรอก เพราะไม่รู้ว่าคนแก่กระดูกเปราะ ดังนั้น ต้องได้เทรนเนอร์พิเศษมา แล้วแต่ละชั่วโมงจะแพง ชั่วโมงละ 1,000 บาท
แต่ว่าในเมืองมีใครเดือดร้อนไหม? ไม่ มันเต็มไปด้วยฝรั่งที่มาทำงานในไทย เขายินดีจะจ่ายให้กับที่อยู่แพงๆ ชีวิตแพงๆ แบบนั้น
มันไม่มี “ชาติไทยที่เป็นหนึ่งเดียว” มาตั้งนานแล้วแหละ ตั้งแต่ “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล” บอกว่า โลกาภิวัตน์ทำให้เมืองไทยมี “เมืองไทยโลกาภิวัตน์” กับ “เมืองไทยท้องถิ่น” ซึ่งชีวิตไม่เหมือนกันเลยตั้งนานแล้ว
ดังนั้น ผมไม่แน่ใจเรื่องความรักชาติ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็ประมาณนี้ครับ อย่าให้พูดมากกว่านี้เลย
