DECISION TO LEAVE | ‘ซับซ้อนซ่อนเงื่อน’
ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
Decision to Leave เป็นฝีมือกำกับฯ และร่วมเขียนบทโดย Park Chan-wook ผู้กำกับฯ ที่ได้รับยกย่องมากของเกาหลี ได้รับรางวัลใหญ่ๆ ของเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งการกล่าวขวัญถึงในฐานะหนึ่งในภาพยนตร์ดีเด่นประจำปี
รางวัลสำคัญคือการเข้าชิงปาล์มทองคำหลายสาขา โดยเดินออกมาด้วยรางวัลผู้กำกับฯ ยอดเยี่ยม นอกจากนั้นยังเป็นภาพยนตร์ตัวแทนประเทศเกาหลีที่ส่งเข้าชิงสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศของออสการ์
เป็นหนังที่ถูกจัดอยู่ในหลากประเภทหลายแนว โดยมีแนวภาพยนตร์ที่ผสมผสานก้ำกึ่งกันอย่างชวนพิศวง ทั้งแนวนีโอ-นัวร์ แนวสืบสวนสอบสวน แนวลึกลับชวนติดตาม และแนวรักหวานซึ้งที่มีคำกล่าวถึงว่าเป็นหนังโรแมนติกที่สุดในรอบปี
แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าหนังของปาร์ก ชัน-วูกไม่ใช่หนังที่ดูง่ายๆ สบายๆ ผู้ชมต้องตั้งสติให้มั่น ดูอย่างตั้งใจทุกบททุกตอน ทุกหยดทุกเม็ด ทุกคำพูดและการโต้ตอบของตัวละคร แบบตาไม่กะพริบ หูไม่แชเชือน
ห้ามพลาด หรือหันไปคุย หรือดูข้ามช็อตตรงไหนไปทีเดียวเชียว ไม่งั้นอาจจะไม่ได้รับอรรถรสทุกหยาดหยดแบบที่ผู้กำกับฯ ตั้งใจเผยเรื่องออกมาทีละเปลาะๆ โดยเล่าด้วยภาพอันจัดไว้ลงตัว แฝงไว้ด้วยสัญลักษณ์ที่โดดเด่นชวนสะดุดตาสะดุดใจ รวมทั้งการพัฒนาเรื่องที่ออกจะซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่ก็พาไปถึงจุดลงตัวในที่สุด

เรื่องของเรื่องคือ จาง แฮ-จุน (ปาร์ก แฮ-อิล) เป็นนักสืบคดีฆาตกรรม ทำงานในปูซาน เมืองริมทะเล ขณะที่ภรรยาของเขา จาง-อัน (ลี จุง-ฮยุน) ทำงานอยู่ที่เมืองอิโป ซึ่งเป็นเมืองที่รายล้อมไปด้วยภูเขา
สามีภรรยาคู่นี้แต่งงานกันมาร่วม 16 ปีแล้ว และใช้ชีวิตคู่อนุโลมตามอาชีพการงานที่ทำ โดยมีเวลาอยู่ด้วยกันเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ เนื่องจากทำงานอยู่คนละเมือง
จาง-อันเล่าว่าเพื่อนร่วมงานของเธอบอกว่าชีวิตแต่งงานเฉพาะสุดสัปดาห์นั้นอยู่กันไม่ยืดหรอก มีเพียงเปอร์เซ็นต์ไม่มากนักที่จะอยู่กันรอด ซึ่งเธอก็ย้อนกลับไปว่าชีวิตแต่งงานที่ไม่มีเซ็กซ์ก็อยู่กันไม่ยืดเหมือนกัน…เหมือนจะเหน็บแนมชีวิตส่วนตัวของเพื่อนไปในตัว…
ด้วยเหตุผลดังกล่าว จาง-อันจึงขอให้แฮ-จุนให้คำมั่นสัญญาว่าพวกเขาต้องมีเซ็กซ์เยี่ยงสามี-ภรรยากันทุกอาทิตย์ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงที่เกลียดกันหรือทนกันไม่ได้ก็ตาม
แฮ-จุนต้องหักห้ามใจอย่างมากกับการเลิกบุหรี่ เพราะโดนภรรยาบังคับอย่างเข้มงวด ขณะที่ชีวิตตำรวจนักสืบคดีฆาตกรรมทำให้เขานอนไม่หลับอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะคดีที่เขาปิดไม่ได้ ไม่ได้รับการคลี่คลาย หรือหาตัวคนผิดไม่ได้ ซึ่งติดค้างอยู่ในจิตสำนึกของเขา

คดีล่าสุดที่ตกมาถึงมือเขา คือ มีชายคนหนึ่งตกจากยอดเขา ทั้งๆ ที่ดูจะเป็นนักปีนเขามืออาชีพ
ภรรยาของชายคนนี้ตกเป็นผู้ต้องสงสัย
เธอเป็นสาวสวยชาวจีนที่เพิ่งเข้ามาอยู่เกาหลีไม่นาน โดยที่สามีเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสของกองตรวจคนเข้าเมือง เธอพูดภาษาเกาหลียังไม่ได้มากนัก และต้องใช้เครื่องแปลภาษาช่วยสื่อสารอยู่บ่อยๆ สำหรับเรื่องที่พูดจาสื่อสารออกมาได้ยาก
เธอชื่อ ซ่ง เสี่ยว-เร (ถัง เหวย)
ปฏิกิริยาของเธอเมื่อได้ทราบว่าสามีตกเขาตายนั้น ทำให้ตำรวจสงสัยในข้อที่ว่าดูเธอจะดีใจกับข่าวความตายของสามี
ในฐานะนักสืบ แฮ-จุนสอบสวนและเฝ้าสอดส่องติดตามดูเธออย่างใกล้ชิด กลายเป็นสัมพันธภาพที่แนบแน่น
เสี่ยว-เร มีหลักฐานชัดเจนว่าเธอทำงานอยู่ในวันที่สามีเสียชีวิต เนื่องจากเธอเป็นพยาบาลดูแลคนสูงอายุซึ่งให้การเป็นประโยชน์แก่เธอ
นี่เป็นหนึ่งในคดีที่แฮ-จุนหาตัวคนผิดไม่ได้ จึงปิดคดีไปด้วยการตัดสินว่าความตายครั้งนี้ไม่ใช่ด้วยน้ำมือของใครอื่น แต่เป็นอัตวินิบาตกรรม

และแล้วก็เกิดเรื่องที่ความสัมพันธ์ระหว่างแฮ-จุนกับเสี่ยว-เรต้องขาดสะบั้นลง ด้วยความจริงที่เขาได้พบและเธอยอมรับทุกประการ
แฮ-ซุนซึ่งเป็นตำรวจที่ภูมิใจในศักดิ์ศรีของตน บอกว่าเรื่องราวครั้งนี้ทำให้เขา “แหลกละเอียด”
เสี่ยว-เร ต้องไปค้นหาความหมายของคำว่า “แหลกละเอียด” และคำแปลว่า “แตกสลายไม่มีชิ้นดี” ซึ่งต่อไปความหมายของคำคำนี้จะกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งของการพัฒนาเรื่องอีกครั้งอย่างมีนัยสำคัญ
แฮ-จุนย้ายเมืองไปอยู่กับภรรยาที่เมืองอิโป…จากเมืองริมทะเล ไปอยู่เมืองท่ามกลางภูเขา
ก่อนหน้านี้เสี่ยว-เร เคยบอกไว้ว่า ขงจื๊อ (ปราชญ์ชาวจีน) กล่าวไว้ว่า “คนมีเมตตามักชอบภูเขา ส่วนคนมีปัญญามักชอบทะเล”
ทะเลและภูเขา จึงเป็นสัญลักษณ์อันแหลมคมที่นำเสนอทั้งจากภาพ ฉากหลัง พล็อต และตัวละคร
หนังเปิดเรื่องที่ภูเขา และจบลงที่ทะเล
ยังมีรายละเอียดมากมายที่อยากพูดถึงเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ แต่เกรงว่าจะเป็นสปอยเลอร์สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู
คนชอบดูหนังที่ต้องใช้ความคิดระหว่างการติดตามดูและหลังจากเรื่องราวถึงตอนอวสาน น่าจะชอบนะคะ
เป็นหนังที่ดูจบแล้วอยากดูซ้ำอีกรอบเลยละค่ะ ต้องชื่นชมฝีมือกำกับฯ ของปาร์ก ชัน-วุก

DECISION TO LEAVE
กำกับการแสดง
Park Chan-wook
แสดงนำ
Park Hae-il
Tang Wei
Lee Jung-hyun
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
