bg-single

‘ลิงก์-อัพ’ ‘วัยรุ่นอังกฤษ’ ป่วนเมือง กับปัญหาอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่

12.04.2026

ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง

เริ่มต้นจากการนัดหมายผ่านโซเชียลมีเดียอย่าง “สแนปแชต” วัยรุ่นอังกฤษกลุ่มหนึ่งนัดแนะกันไปรวมตัวที่บริเวณสนามบาสเกตบอลแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ โดยต่างคนต่างจัดเตรียมกัญชาและแก๊สหัวเราะไปสร้างความรื่นเริงบันเทิงใจให้ตนเอง

นี่คือกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมเรียกขานว่า “ลิงก์-อัพ” (link-up)

อีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น วัยรุ่นนับร้อยคนค่อยๆ เคลื่อนตัวไปบนท้องถนน จนสร้างความตื่นตระหนกวิตกกังวลให้แก่ร้านค้าต่างๆ มีกล้องวงจรปิดที่จับภาพวัยรุ่นบางส่วนต่อสู้กันตามทางเดินในห้างร้าน หรือมีหลักฐานว่าพวกเขาลงมือทำลายทรัพย์สินของคนอื่น

ไม่กี่วันถัดมา กิจกรรม “ลิงก์-อัพ” แนวนี้ก็เกิดขึ้นซ้ำอีก จนตำรวจนครบาลแห่งกรุงลอนดอนต้องเข้าสลายการชุมนุม และมีวัยรุ่นหญิง 6 รายที่ถูกจับกุม

สื่อ นักการเมือง ผู้มีอำนาจรัฐของอังกฤษ ต่างออกมาประณามพฤติกรรมดังกล่าวโดยพร้อมเพรียง

สื่อเจ้าหนึ่งพาดหัวข่าวนี้ว่า “วัยรุ่นป่าเถื่อน”

ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมระบุว่า ความไร้ระเบียบที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึง “วัฒนธรรมที่พวกวัยรุ่นจำนวนมากเชื่อว่าพวกตนสามารถจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ โดยไม่ต้องรับผิดชอบกับผลที่ตามมา”

ผู้นำทางการเมืองที่มีจุดยืนแบบขวาจัด ออกมากล่าวอ้างว่าความไม่สงบนี้คือหลักฐานของ “ภาวะแตกสลายทางสังคม”

กระทั่งผู้บริหารของห้างสรรพสินค้า “มาร์กส์ แอนด์ สเปนเซอร์” ที่ได้รับผลกระทบ ก็นิยามพฤติกรรมของวัยรุ่นเหล่านี้ว่าเป็น “การก่ออาชญากรรมที่ก้าวร้าว, เป็นระบบ และไร้ยางอาย” ต่อห้างร้านผู้ประกอบการ

เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งสรุปว่า สถานการณ์นี้ถูกปลุกเร้าด้วยกระแสในโลกออนไลน์และคอนเทนต์ไวรัลในโซเชียลมีเดีย

อย่างไรก็ดี การนัดแนะรวมตัวกันในลักษณะ “ลิงก์-อัพ” นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่วัยรุ่นอังกฤษคุ้นเคยมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการใช้สมาร์ตโฟน

ตามความเห็นของ “ลี เอลเลียต เมเจอร์” ศาสตราจารย์ด้านการขยับสถานะทางสังคมแห่งมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ สิ่งที่ทำให้กิจกรรม “ลิงก์-อัพ” ช่วงหลังแตกต่างออกไปจากในอดีต ก็คือปัจจัยเรื่อง “ความเร็ว” และ “ขนาด”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียใหม่ๆ อย่างสแนปแชต และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ติ๊กต็อก” ถูกใช้เป็นเครื่องมือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมแนวนี้ ซึ่งทำให้การนัดแนะรวมตัวของเหล่าวัยรุ่นถูกเผยแพร่ไปกว้างไกลกว่าเดิม

และสถานการณ์แบบที่เพิ่งเกิดขึ้นทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน ก็เคยเกิดในพื้นที่อื่นๆ ของอังกฤษมาบ้างแล้ว

ตรงกันข้ามจากมุมมองของเหล่าผู้มีอำนาจรัฐ นักวิชาการอย่างเอลเลียต เมเจอร์ มองว่าพฤติกรรมแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่คนรุ่นใหม่ขาดไร้พื้นที่สาธารณะที่จะใช้พบปะสังสรรค์กัน ขณะเดียวกัน “พื้นที่ดิจิทัล” ก็กลายเป็นเครื่องมือทางสังคมประเภทเดียวที่พวกเขาจะใช้นัดแนะกันให้ออกมารวมตัวในชีวิตจริง

“การที่วัยรุ่นจำนวนมากจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์กันไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ ปัจจุบันเราได้รื้อถอนพื้นที่ทางกายภาพต่างๆ ที่พวกเขาเคยใช้เป็นแหล่งรวมตัวกันในอดีต ไม่ว่าจะเป็นศูนย์เยาวชน, ศูนย์บริการชุมชน และพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้เงินมากมาย

“แพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้แทน นี่กลายเป็นเครื่องมือในการระดมมวลชนของเหล่าวัยรุ่น ที่รวดเร็วขึ้นและขยายตัวไปได้กว้างไกลขึ้น

“พวกเรามักชอบนิยามว่าเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดจากปัญหาทางด้านพฤติกรรมของบุคคล แต่จริงๆ มันเป็นอาการของความเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือบรรดาวัยรุ่นมีโอกาสในเชิงโครงสร้าง (ในการเข้าถึงบริการจากรัฐ) ที่น้อยลง มีโอกาสเข้าถึงพื้นที่สาธารณะลดลง และรู้สึกไม่มั่นคงกับสถานภาพของตัวเองมากขึ้น”

ดังนั้น การลุกลามของ “กระแสลิงก์-อัพ” จึงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ กระนั้นก็ตาม นักวิชาการผู้นี้ยังเห็นว่าพฤติกรรมก่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุด เช่น การจุดไฟเผาสิ่งของ และการที่วัยรุ่นบางส่วนตั้งใจจะออกมาป่วนเมืองจนไม่สามารถควบคุมได้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับโดยสิ้นเชิง

ขณะที่ “ทาเนีย เดอ เซนต์ ครัวซ์” นักวิชาการด้านสังคมวิทยาเยาวชนจากคิงส์คอลเลจ วิจารณ์ว่าปฏิกิริยาโต้กลับที่มีต่อกิจกรรม “ลิงก์-อัพ” ที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยเหล่าผู้มีอำนาจและสื่อ คือการวาดภาพให้เหล่าวัยรุ่นกลายเป็น “ปีศาจร้าย” อย่างไม่เป็นธรรม

โดยเฉพาะถ้าพิจารณาว่า ปัจจุบัน งบประมาณในการบริการเยาวชนที่ถูกจัดสรรโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ของอังกฤษนั้นลดลงไปถึง 76 เปอร์เซ็นต์ ในตลอด 14 ปีที่ผ่านมา

หรือในปีงบประมาณ 2024-2025 จำนวนเงินที่ถูกจัดสรรให้บริการด้านนี้โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอังกฤษและเวลส์ก็ลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ จากปีงบประมาณก่อนหน้า

เดอ เซนต์ ครัวซ์ มองคล้ายๆ เอลเลียต เมเจอร์ว่า การขาดหายไปของศูนย์เยาวชนต่างๆ มีส่วนในการทำให้ปัญหานี้ลุกลามขยายวง ส่วนการพุ่งเป้ากล่าวโทษไปยังโซเชียลมีเดีย ก็เป็นการมองปัญหาไม่รอบด้านนัก

“วัยรุ่นต้องการออกมารวมตัวพบปะกัน โซเชียลมีเดียคือเครื่องมือที่ทำให้พวกเขามารวมกลุ่มกันได้ แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีความปรารถนาที่สวนทางย้อนแย้งกับจุดประสงค์ของโซเชียลมีเดียเหล่านั้น เพราะบรรดาวัยรุ่นอยากออกมาเจอหน้ากันในชีวิตจริง

“จริงๆ แล้ว วัยรุ่นเหล่านี้กำลังแสดงให้พวกเราตระหนักว่า พวกเขาต้องการพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ออกมารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนอย่างไม่เป็นทางการ แต่เรากลับพบเห็นปรากฏการณ์ที่พื้นที่สาธารณะจำนวนมากพยายามปิดกั้นไม่ให้วัยรุ่นเข้าไปใช้บริการ”

นักวิชาการด้านสังคมวิทยาเยาวชนยังเสริมข้อมูลว่า ในระยะ 5 ปีหลัง เธอได้พบเห็นว่า บรรดาวัยรุ่นมีปัญหาทางสุขภาพจิตกันมากขึ้น

ขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึก “ต่อไม่ติด” กับโรงเรียน เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาบางแห่งที่ออกกฎไม่ให้นักเรียนรวมตัวกันเกิน 6 ราย ซึ่งเดอ เซนต์ ครัวซ์ มองว่านั่นยิ่งทำให้เยาวชนรู้สึก “โดดเดี่ยวและไร้ความหวัง”

บรรดาคนรุ่นใหม่ “จินตนาการถึงชีวิตของตนเองไม่ออก เพราะทางเลือกที่มีอยู่มันช่างจำกัดจำเขี่ยเสียเหลือเกิน”

ที่สำคัญ วัยรุ่นที่กำลังประสบปัญหากลุ่มนี้ ก็คือเยาวชนที่เติบโตขึ้นมาในสภาพที่สนามเด็กเล่นถูกล็อกดาวน์ในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด

พวกเขาต้องใช้ชีวิตในช่วงเริ่มต้นการเรียนรู้ของตัวเอง ด้วยการถูกขังอยู่ในที่พักและไม่ได้รู้จักเพื่อนร่วมโรงเรียน

พวกเขาบางส่วนต้องใช้ชีวิตในห้องพักที่แออัดคับแคบ โดยไม่สามารถออกไปเจอเพื่อนวัยเดียวกันข้างๆ บ้าน และไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปรวมตัวกันตามท้องถนน

ความกดดันที่ค่อยๆ สั่งสมเอาไว้เหล่านี้นี่เองที่นำมาสู่ปัญหาในปัจจุบัน

“ฉันไม่ได้ออกมาแก้ตัวให้พฤติกรรมการก่อความรุนแรงใดๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่นี่ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ที่บรรดาวัยรุ่นจะพยายามเสาะแสวงหาโอกาสในการออกมารวมตัวกัน และทดลองทำอะไรที่ทำให้พวกตนรู้สึกตื่นเต้น”

หากนำมาเทียบเคียงกับบริบทของประเทศไทย

สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในอังกฤษ อาจเป็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญหรือภาพสะท้อนมุมกลับของปรากฏการณ์การออกมารวมตัวเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินี

ขณะที่วัยรุ่นและคนวัยทำงานในบ้านเราพยายามรับมือกับ “สภาวะไร้ความหวังทางสังคม” ด้วยอารมณ์ผ่อนคลายสนุกสนาน และการดูแลสุขภาพของตนเองให้มีความแข็งแรงยืนยาว

วัยรุ่นจากอีกซีกโลกหนึ่งก็กำลังสาธิตแสดงให้ทุกคนเห็นถึง “ความโกรธของชนชั้นเสี่ยง” ที่กำลังก่อตัวขึ้น

ข้อมูลจาก https://www.theguardian.com/uk-news/2026/apr/03/experts-respond-to-mass-teen-meet-ups-clapham-london



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย