bg-single

E-DUANG | ผลึก ชัยชนะ ยุค”ไทยรักไทย” ในรัฐบาล ภูมิใจไทย เพื่อไทย

10.04.2026

E-DUANG

ถามว่าอะไรคือ”จุดตัด”และเป็น”เส้นแบ่ง”อย่างสำคัญอันพรรคไทยรักไทยได้สร้างขึ้นในทางการเมือง

         ทุกคนล้วนรู้ว่าเป็นการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544

         นั่นก็คือ การอาศัย”นโยบาย”เป็นเครื่องมือสำคัญทำให้พรรคได้รับความสนใจด้วยเวลาอันรวดเร็ว

         เมื่อประสานกับ”บ้านใหญ่”ที่นำโดย นายเสนาะ เทียนทอง

         นวัตกรรมอันเนื่องแต่”คิดนอกกรอบ” และ”คิดใหม่ ทำใหม่”ดำเนินไปอย่างกลมกลืนสอดรับกับความจัดเจนในกระบวนการ”เลือก ตั้ง”ของ”บ้านใหญ่”

         พรรคไทยรักไทยจึงกำชัยชนะเหนือพรรคเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม

         แม้พรรคประชาธิปัตย์จะมั่นใจว่าชัยชนะของพรรคไทยรักไทยก็ด้วยปัจจัยของการใช้เงินที่แม้กระทั่งพรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม ก็มิอาจต่อกร

         กระนั้น การนำเสนอ”นโยบาย”ก็เป็นจุดเด่นอย่างสูงของพรรคไทยรักไทย

หากถามต่อไปว่าอะไรทำให้พรรคไทยรักไทยก่อความสำเร็จกระทั่งได้รับเลือกเป็นครั้งที่ 2 และเป็นอานิสงส์มายังพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย

         สรุปจากบรรดา”คนรู้ทันทักษิณ”ก็อย่างหนึ่ง จาก”ประชาธิปัตย์”ก็อย่างหนึ่ง

         แม้กระทั่งองค์กรประชาชนอย่าง”พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” หรืออย่างมวลมหาประชาชน”กปปส.”ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง

         กระนั้น ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับคือ จากปัจจัยแห่งชัยชนะจาก การเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 ก่อให้เกิดการควบรวมทางการเมือง

         เริ่มจากพรรคเสรีธรรม ตามมาด้วยพรรคความหวังใหม่ และท้ายที่สุดก็คือพรรคชาติพัฒนา นี่คือการต่อยอดความสำเร็จจากที่เคยดูดพลัง นายเสนาะ เทียนทอง เข้ามา

         กระนั้น ความเป็นจริงที่สำคัญที่แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม ก็ปฏิเสธไม่ได้

         นั่นก็คือ พรรคไทยรักไทย “พูด”แล้วลงมือ”ทำ”จริง

         นั่นก็คือ เมื่อได้ชัยชนะ ได้เป็นรัฐบาลก็สามารถปฏิบัติตามที่ใช้

“นโยบาย”ในระหว่างการหาเสียงได้จริง

         นั่นก็คือ แปร”นามธรรม”แห่งนโยบายเป็น”รูปธรรม”

ผ่านการแถลง”นโยบาย”ของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล มา 1 วันและกำลังเข้าสู่วันที่ 2 ความสนใจมิได้อยู่ที่แถลงแล้วทำจริงหรือไม่

         หากอยู่ที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเก็บรับบทเรียนจาก”อดีต”หรือไม่

         ในความเป็นจริงไม่เพียงแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยเป็นรัฐมนตรีของพรรคไทยรักไทย นายเนวิน ชิดชอบ ยังเคยเป็นกำลังสำคัญให้พรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2548

         ยิ่งกว่านั้น พรรคภูมิใจไทยที่มี 191 ส.ส.ยังได้ 74 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยมาสร้างความแข็งแกร่ง

         ดำรงอยู่ในนามแห่งรัฐบาล”ภูมิใจไทย เพื่อไทย”

         คำถามถึงความสำเร็จของพรรคไทยรักไทยไม่ว่าหลังเลือกตั้งปี 2544 กับหลังเลือกตั้งปี 2548 จึงสัมพันธ์กับชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งปี 2569

         แต่ก็สงสัยว่ารัฐบาล”ภูมิใจไทย เพื่อไทย”นำบทเรียนจากชัยชนะและความสำเร็จของรัฐบาล”ไทยรักไทย”มามากน้อยเพียงใด

ความสงสัยในที่นี้อาจเห็นได้จากตัวหนังสือและคำแถลงของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในกาประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน

         แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือมีการหลอมรวมหรือไม่

         ความหมายก็คือ การหลอมรวมพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย เข้าด้วยกัน บนฐานแห่งความตระหนักในความสำเร็จของไทยรักไทย

       หลอมรวมบนคำประกาศ”พูดแล้วทำ”ของพรรคภูมิใจไทย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)