ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง
“9 วัดสู่สวรรค์” (9 Temples to Heaven) คือภาพยนตร์ไทยขนาดยาวเรื่องเดียวที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมในสายการฉายหนังหลักของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ประจำปีนี้
โดยหนังไทยเรื่องนี้จะได้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกในสาย “Directors’ Fortnight”
นับเป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบเกือบสองทศวรรษ ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในสายดังกล่าว ถัดจาก “พลอย” ของ “เป็นเอก รัตนเรือง” เมื่อ พ.ศ.2550 (ค.ศ.2007)
(ก่อนหน้านั้น เมื่อ พ.ศ.2545 หรือ ค.ศ.2002 หนังเรื่อง “มนต์รักทรานซิสเตอร์” ของเป็นเอก ก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมในสายการฉายหนังนี้เช่นกัน)

“9 วัดสู่สวรรค์” เป็นผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์โดย “สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์” อำนวยการสร้างโดย “กฤษฎา ขำยัง” และ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล”
หนังเล่าเรื่องของชายวัยกลางคนชื่อ “สกล” ซึ่งได้รับทราบคำทำนายทายทักว่าแม่ของตนเองอาจจะเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาสองสัปดาห์ข้างหน้า
สกลตัดสินใจพาแม่ไปสะเดาะเคราะห์และต่อชะตาชีวิต ผ่านกิจกรรมการ “ทำบุญเก้าวัด” ในเวลาหนึ่งวัน โดยมีสมาชิกครอบครัวรวมทั้งสิ้นเก้าคน ได้แก่ แม่ สกล ภรรยาของเขา น้องสาว น้องชาย ลูกๆ แฟนของลูก และหลาน ร่วมเดินทางเป็นคณะแสวงบุญกลุ่มใหญ่ จากวัดหนึ่งไปสู่อีกวัดหนึ่ง
ขณะต้องประกอบพิธีถวายสังฆทานซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณย่าของครอบครัว (แม่ของสกล) กลับค่อยๆ รู้สึกอ่อนล้าลง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

“สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์” คือคนทำหนังที่มุ่งมั่นทำงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจริงจัง หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขาภาพยนตร์และวิดีโอจากสถาบันศิลปะแห่งแคลิฟอร์เนีย (แคลอาร์ตส์)
สมพจน์ถือเป็น “ผู้ช่วยผู้กำกับฯ” คู่ใจของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” (จึงไม่แปลกที่เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำคนเดียวของไทยจะมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ “9 วัดสู่สวรรค์” ด้วย) โดยเขาเคยรับทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ของอภิชาติพงศ์ในหนังเรื่อง “สัตว์ประหลาด” “แสงศตวรรษ” “รักที่ขอนแก่น” และ “Memoria”
ขณะเดียวกัน สมพจน์ก็มีผลงานอันโดดเด่นของตนเอง เช่น ภาพยนตร์สารคดีขนาดยาวเรื่อง “หมอนรถไฟ” ซึ่งใช้เวลาถ่ายทำเกือบสิบปี เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของผู้โดยสารหลากหลายชีวิตจากรถไฟหลายหลากขบวน ที่ (อาจจะ) ถูกประกอบสร้างขึ้นเป็น “ชาติไทย” ซึ่งผิดแผกแตกต่างจากเรื่องเล่าในเวอร์ชั่นชาตินิยมทั่วไป
เมื่อสามปีก่อน (พ.ศ.2566) หนังสั้นเรื่อง “ภูมิกายา” ของสมพจน์ก็เพิ่งคว้ารางวัลรัตน์ เปสตันยี จากเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 27
ผลงานชิ้นดังกล่าวคือหนังเล่าเรื่องเนื้อหาสนุกสนานเปี่ยมอารมณ์ขัน ที่พาผู้ชมไปครุ่นคิดถึงประเด็นลึกซึ้ง โดยเฉพาะสภาวะทับซ้อนระหว่างร่างกายของมนุษย์และเรือนกายของเมือง (สภาพภูมิศาสตร์) ที่มีส่วนกำหนดตัวตน วิธีคิด ตลอดจนความใฝ่ฝันของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนั้นๆ
มีตัวละครนำรายหนึ่งของหนังสั้นเรื่องนี้ที่ประสบปัญหาความเจ็บปวดป่วยไข้ทางร่างกายและจิตใจ จนต้องหันไปพึ่งพาศาสนา ซึ่งประเด็นทำนองนี้น่าจะถูกนำมาขยายความต่อในหนังยาวเรื่อง “9 วัดสู่สวรรค์” ด้วย

ทั้งนี้ สายการฉายหนัง “Directors’ Fortnight” มีสถานะเป็น “กิจกรรมคู่ขนานอิสระ” ของเทศกาลภาพยนตร์นานานาชาติเมืองคานส์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1969 โดยสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ฝรั่งเศส อันเป็นผลมาจากการประท้วงไม่ร่วมสังฆกรรมกับเทศกาลหนังเมืองคานส์ หลังการลุกฮือทางการเมืองและวัฒนธรรมใน ค.ศ.1968
กิจกรรมการฉายหนังอิสระส่วนนี้ไม่ได้มีเป้าประสงค์หลักเพื่อมุ่งเน้นการประกวดประชันขันแข่ง ทว่า พยายามคัดเลือกคัดสรรผลงานหนังที่มีความโดดเด่นในทางศิลปะ หรือมีส่วนในการสร้างสรรค์เนื้อหา-รูปแบบใหม่ๆ ให้แก่วงการภาพยนตร์ โดยไม่จำกัดประเภทและความยาว
อย่างไรก็ดี “9 วัดสู่สวรรค์” ยังมีโอกาสได้ลุ้นรางวัล “ขวัญใจมหาชน” ซึ่งจะมอบให้กับหนังที่เข้าฉายในสาย “Directors’ Fortnight” แล้วสร้างความประทับใจแก่บรรดาผู้ชมคนดูมากที่สุด
ส่วนสมพจน์ก็ได้ลุ้นรางวัล “กล้องทองคำ” ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์แนวเล่าเรื่องขนาดยาวหน้าใหม่ ที่มีผลงานเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งนี้
