E-DUANG
หลังการบินไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นที่ยะลา นราธิวาส เห็นอะไร
เห็นการออกมา”ขอโทษ”
ตั้งแต่ “นายกรัฐมนตรี” ไปยัง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลา
โหม” ไปยัง “แม่ทัพภาคที่ 4”
เห็นการเปิดประเด็นในเรื่อง”ปอเนาะ”
ตั้งแต่บทบาทของ”กอ.รมน.กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า”ไปยัง
“รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ”
ต่างคนต่างแถลง ต่างคนต่างเคลื่อนไหว
สภาพที่ขาดหายไป คือ แผนอันเป็น”พิมพ์เขียว”ในเชิงยุทธ
ศาสตร์โดยรวมของ”รัฐบาล”
ตรงนี้ย่อมเป็นบทบาทของ”นายกรัฐมนตรี”
หลังการบินไปยังพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่อันเป็นศูนย์ รวมแห่งปัญหาฝุ่น PM 2.5
สังคมเห็น”ผลสะเทือน”ที่ตามมาอย่างไร
เห็นการเสนอห้องปลอดฝุ่นที่ใช้นวัตกรรมของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประสานกับบทบาทกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์
เห็นการเน้นบทบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บทบาทของกระทรวงมหาดไทย
ไปยังปัญหา”ไฟป่า” ไปยังการจับกุมใน”พื้นที่”
กระนั้น สภาพที่ขาดหายไป คือ แผนอันเป็น”พิมพ์เขียว”ในเชิงยุทธศาสตร์โดยรวมของ”รัฐบาล”
ตรงนี้ย่อมเป็นบทบาทของ”นายกรัฐมนตรี”
เบื้องหน้าภาพการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในการ อันเกี่ยวกับปัญหาชายแดนภาคใต้ และปัญหาอันเกี่ยวกับฝุ่นใน ภาคเหนือ
เมื่อประสานเข้ากับรายละเอียดการแถลง”นโยบาย”ของรัฐบาล
เกิดคำถามในทาง”ยุทธศาสตร์”ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
คำถามนี้นำไปสู่ความสงสัยว่าระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกันอย่างลึกซึ้งในเรื่อง”นโยบาย”หรือไม่
เนื่องจากไม่ปรากฏสภาพอย่างที่เรียกว่า”หลอมรวม”ในทาง ความคิด
ทั้งๆที่การดำรงอยู่ของรัฐบาลคือ รัฐบาล”ผสม”
ที่เคยแถลงอย่างหรูหราว่าจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลดำรงอย่างเป็นคลัสเตอร์แม้ว่าจะต่าง พรรคการเมืองก็ตาม
แต่เมื่อทอดตามองไปยังปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างฝ่ายก็ต่างอยู่
ยิ่งปัญหาฝุ่นผง PM 2.5 ยิ่งดำเนินไปอย่างตัวใครตัวมัน
คำถามที่เกิดขึ้นมิได้ถามไปยังพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย
นี่ย่อมเป็นงานโดยตรงของ”นายกรัฐมนตรี”
บรรยากาศในเดือนเมษายนอาจเป็นบรรยากาศอย่างที่เรียกว่าข้าวใหม่ปลามันทางการเมือง
รับรู้โดยทั่วไปว่าเป็นระยะแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์
แต่ที่เผชิญกันอยู่ทั้งในชายแดนภาคใต้และในภาคเหนือ ภาคกลาง ตลอดจนภาคอีสาน มีความสดสวยอยู่หรือ
สถานการณ์ในเดือนพฤษภาคมจะเป็นคำตอบ
