| การศึกษา
กลายเป็นประเด็นร้อนรับสงกรานต์ หลัง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พูดพาดพิงว่า โรงเรียนสอนศาสนาปอเนาะ/ตาดีกา บางแห่งเป็นแหล่งบ่มเพาะแนวคิดผู้ก่อเหตุรุนแรง และเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการเรียนการสอนให้กับเยาวชน เข้ามาดูแลเรื่องหลักสูตรการจัดการศึกษาให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง
ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ พร้อมๆ กับเสียงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากตำแหน่ง ส่วนหนึ่งมองว่า การกล่าวพาดพิงโรงเรียนปอเนาะและตาดีกาบางแห่งว่ามีส่วนร่วมในการปลูกฝังแนวคิดสุดโต่ง ทำให้ถูกมองว่าเป็นการมองปัญหาชายแดนใต้แบบเหมารวม
โดยสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ในฐานะผู้แทนสถาบันการศึกษาปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาในภาคใต้ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดท่าทีต่อกรณีดังกล่าวว่า เป็นการบิดเบือนและด้อยค่าสถาบันปอเนาะ
นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ระบุว่า การให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องโดยแม่ทัพภาคที่ 4 แสดงถึงความไม่เข้าใจต่อบริบทของพื้นที่อย่างรุนแรง และกระทบต่อความสงบสุขของจังหวัดชายแดนใต้ จึงเสนอให้นายกฯ สั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ทันที
พร้อมทั้งได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการ ศอ.บต. ขอให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 และยื่นหนังสือต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกฯ รวมถึงยื่นหนังสือต่อนายกฯ ซึ่งได้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา
กระทั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ออกแถลงการณ์ขอโทษประชาชนต่อคำพูดที่ทำให้ไม่สบายใจ ยอมรับสื่อสารผิดพลาด และยืนยันความตั้งใจแก้ปัญหาเพื่อสันติสุข
โดย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงได้พารัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงต่างๆ มารับทราบปัญหาเกี่ยวกับกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงการปิดไมค์พูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งตนขอยืนยันว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งใจมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้ โดยขอยืนยันอีกครั้งว่า แม่ทัพภาคที่ 4 มาด้วยความตั้งใจ
ขอให้ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 มีกำลังใจในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งตนขอยืนยันว่า การคิดดี ทำดี พูดดี เป็นเรื่องที่เราต้องทำกัน แต่เรื่องการสื่อสารที่สั้นเกินไป และแรงกดดันจากสื่อมวลชน อย่างตอนนี้ที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่ออยู่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน โดยเราพูดคุยกันได้ ท่านก็รับผิดแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดทั้งทางวินัยและอาญา แต่เราแค่พูดสื่อสารกันน้อยไปหน่อย และมีการขอโทษกันแล้ว ตนคิดว่าพี่น้องคนไทยเราให้อภัยกันได้
ขณะที่ พล.ท.นรธิปได้กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชน โดยระบุว่า อาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ขอยืนยันว่า ตนในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
จากนี้ไปจะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 มีกิจกรรมที่จะเข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว
ทางด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางไปยังสนามบินนราธิวาส เพื่อตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดชุมพรด้วยนั้น ระบุว่า การร่วมคณะนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ เพื่อไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร และเป็นการไปสร้างความเข้าใจกันระหว่างโรงเรียน ถือโอกาสที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.
ทั้งนี้ การได้ลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็จะได้ไปดูว่ากระทรวงจะช่วยส่งเสริมการศึกษา การยกระดับมาตรฐานการศึกษา รวมทั้งเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
“ส่วนกรณีที่สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ รวมทั้งสถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ที่มีข้อเรียกร้องให้ย้ายฝ่ายความมั่นคงนั้น จริงๆ ยังไม่อยากคิดว่าเป็นปัญหาของสถาบันศึกษาปอเนาะ-ตาดีกา ซึ่งที่ผ่านมา ศธ. โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก็ได้กำกับดูแลสถาบันศึกษาปอเนาะ-ตาดีกาอยู่แล้ว พร้อมมีการตั้งคณะกรรมการร่วมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 5 อำเภอของสงขลา) จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และมีหน่วยงาน สช.ระดับจังหวัด และ สช.ระดับอำเภอ บูรณาการการดำเนินงานและประสานการทำงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ วันนี้จึงถือโอกาสเดินทางลงพื้นที่เพื่อมาดูและรับฟังประเด็นต่างๆ ที่จะนำไปสู่การส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการศึกษาในพื้นที่ต่อไป” รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าว
ถือเป็นคำพูดที่สร้างแรงสั่นสะเทือนได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ เพราะ “ปอเนาะ/ตาดีกา” ไม่ใช่แค่สถานศึกษา แต่คือรากของศรัทธาและอัตลักษณ์ชุมชน
บทเรียนที่ชัดเจนคือ ปัญหาชายแดนใต้ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจกับคนในพื้นที่
การลงพื้นที่ของรัฐบาลครั้งนี้ อาจเป็นโอกาสสำคัญในการฟังปัญหา โดยเฉพาะบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างมาตรฐานการศึกษากับอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ละเอียดอ่อน…
