E-DUANG
ทั้งๆที่ความเห็นชอบให้ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมาธิการ”วิสามัญ”ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เป็นความเห็นชอบตามกฎกติกา
แล้วเหตุใด”สังคม”จึงสำแดง”ปฎิกิริยา”ไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง
คำตอบ 1 เพราะเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตราและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่าและติดตามปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM2.5)
เมื่อเป็น ”ไฟป่า” เมื่อเป็นฝุ่นละอองขาดเล็ก ”PM2.5)
ภาพของ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร หรือ ส.ส.”ตี๋”แห่งจังหวัด เชียงใหม่ พรรคประชาชนก็ลอยเด่น
เด่นเหนือกว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จากนครศรีธรรมราช
แม้ว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จะเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงอุตสาหกรรม แม้ว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จะสังกัดพรรคภูมิใจไทยอันเป็นแกนนำในรัฐบาล
นี่มิได้เป็นเรื่องของ”ภาพ”อย่างเดียวหากแต่ภาพนั้นติดตรึงอยู่กับ”ผลงาน”
ประหนึ่งว่าจะไม่เป็นธรรมต่อ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อันเป็นตัวแทนของรัฐบาลอันหมายถึงพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย
แต่เมื่อมีชื่อ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร มาเทียบก็ต้องยอมรับ
ยอมรับว่า ไม่ว่าในเรื่องของ”ไฟป่า” ไม่ว่าในเรื่องของฝ่นละอองขนาดเล็ก”PM2.5” คนมักนึกถึง ส”ส.ส.ตี๋” นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร
นึกถึงบทบาทตั้งแต่เมื่อครั้งอยู่พรรคก้าวหน้าแม้ว่าจะเป็น ส.ส.สมัยแรก
นึกถึงมากกว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรงที่อยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ยุครัฐบาล พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา กระทั่งรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล
กระนั้น เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมอบหมายให้ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญคนที่สอง
สังคมจึงหวังว่าไม่ว่าประธานไม่ว่ารองประธานคงจะประสานร่วมมือกันอย่างราบรื่น
ความราบรื่นในที่นี้เมื่อฟังเสียงจากตัวแทนพรรคเพื่อไทยอันเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ยิ่งเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
นี่มิได้เป็นเพียงเรื่องการศึก”มาตรา”และ”แนวทาง”การบริหารจัดการในเรื่องไฟป่าและPM2.5 อย่างโดดๆ
ตรงกันข้าม ยังสัมพันธ์กับร่างพรบ.”อากาศสะอาด”
ในเมื่อท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ท่าทีของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนว่า เป้าหมายสูงสุดคือการผ่านร่างพรบ.อากาศสะอาด
ประสานกับความร่วมมือของพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม ก็น่าจะราบรื่น
ไม่มีเหตุผลอะไรที่ที่ประชุม”วุฒิสภา”จะออกมา”ขวาง”
เส้นทางของร่างพรบ.อากาศสะอาดจึงขึ้นไปอยู่บนเส้นทางเดียวกันกับความร่วมมือในอดีต
นั่นก็คือ กรณี”สมรสเท่าเทียม” กรณี”สุราก้าวหน้า”
ในเมื่อร่างกฎหมายเหล่านี้สะท้อนความปรารถนา”ร่วม”ของสังคมที่ต้องการเห็นการได้สถาปนา
ก็ชอบที่”รัฐสภา”จะยกมือให้”ผ่าน”อย่างเป็นเอกภาพ
