E-DUANG
คำวินิจฉัยในคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยคณะกรรมการป.ป.ช.ทำให้คำ”Double Standard สองมาตรฐาน”หวนกลับมามีบทบาทอีก
โดยการเปรียบเทียบถึงจุดเหมือนในความต่างไปจากในยุคอดีต
เหมือนตรงที่ยังรักษาระดับแห่งความเป็น”สองมาตรฐาน”ต่างตรงที่เป็นยุคของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กับ ยุคของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
หากไม่พิจารณาถึงฐานที่มาแห่งคำว่า”สองมาตรฐาน”ก็จะไม่เข้าใจในความต่างและความเหมือน
เนื่องจากคำนี้ปรากฏขึ้นในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยอันมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะเห็นครั้งแรกในนิตยสาร”ฟาร์อีสเทิร์น อีโคโนมิค รีวิว”
แต่ต้องการกระแทกไปยังกระบวนท่าของนายกรัฐมนตรีนั่นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ถามว่าสภาพ”ปัจจุบัน”เหมือนและต่างไปจาก”อดีต”ตรงไหน
ต่างตรงที่การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อาจอยู่ในยุคที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เรืองอำนาจทางการเมืองในแบบ”ผู้มีบารมี”นอกรัฐธรรมนูญ
แต่ในเดือนเมษายน 2569 ยุคของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้พ้นไปแล้ว
ขณะที่ตัวของ ทักษิณ ชินวัตร ก็มิได้อยู่ในทำเนียบรัฐบาล
วันนี้คนที่นั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาลในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
แล้วทำไมเมื่อป.ป.ช.สร้างความกระจ่างผ่านคำวินิจฉัยต่อคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จึงทำให้คำ”สองมาตรฐาน”ได้รับการเอ่ยถึงอย่างคึกคัก
ไม่น่าจะเป็นเพราะ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เคยเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย และเคยเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
แต่น่าจะเป็นเพราะทิศทางแห่ง”คำวินิจฉัย”เมื่อนำไปเปรียบ เทียบกับคำวินิจฉัยของ”ศาลรัฐธรรมนูญ”
นำไปสู่ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับคำว่า”สองมาตรฐาน”
คำว่า”สองมาตรฐาน”ในยุคของนายกรัฐมนตรีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงต่างไปจากในยุคของนายกรัฐมนตรืชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
แต่ในความต่างนั้นก็ปรากฏ”บทเรียน”ให้ศึกษา
และสัมผัสได้ในความเป็น”อนิจจัง”แห่งอำนาจทางการเมือง
การเมืองในยุคที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับการเมืองในยุคที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
วันนี้ พรรคเพื่อไทยอันเป็นความต่อเนื่องจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ไม่ได้เป็นแกนนำของรัฐบาลหากแต่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
วันนี้ พรรคภูมิใจไทยอันแกนหลักเคยอยู่กับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
แต่ก็ตกอยู่ภายใต้ม่านควันแห่งคำว่า”สองมาตรฐาน”เหมือน กัน
การถกเถียงเรื่อง”สองมาตรฐาน”ในยุคที่มีนายกรัฐมนตีชื่อ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ดำเนินต่อไป
เหมือนกับในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
น่าสนใจก็ตรงที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีก็ในยุคที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล
ความเหมือนและความต่างจึงน่าสังเคราะห์
