มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
ไฟฟ้าและน้ำเป็นสาธารณูปโภคสำคัญของเมือง
ในขณะที่ไฟฟ้าเป็นเทคนิควิทยาการซับซ้อนและอันตราย ส่วนน้ำ ไม่ว่าน้ำดี หรือน้ำประปา และน้ำเสีย กลับเป็นเรื่องธรรมดา ไม่อันตราย
ยิ่งสภาพแวดล้อมบ้านเรา มีน้ำอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ผู้คนนิยมตั้งถิ่นฐานริมทางน้ำจึงคุ้นเคยและมีทัศนคติที่ดี ไม่เห็นว่าน้ำเป็นภยันตรายแต่อย่างใด
จึงไม่แปลกที่ในระบบอาชีวศึกษา ตั้งแต่วิทยาลัยสารพัดช่าง ประกาศนียบัตรวิชาชีพ และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จะมีช่างไฟ ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ในระบบอุดมศึกษา จะมีวิศวกรรมไฟฟ้าหลายสาขา ทั้งระดับปริญญาตรี โท เอก
ส่วนที่เกี่ยวกับน้ำ มีเพียงวิศวกรรับผิดชอบเฉพาะส่วนงานที่เกี่ยวการชลประทาน การขุดคลองผันน้ำ และการประปาชุมชน แต่ระบบน้ำในอาคารบ้านเรือน กลับไม่มีหลักสูตร หรือการผลิตช่างอาชีพโดยตรง มีแค่โครงการฝึกอาชีพประปาประชาชน ที่ใช้เวลาอบรมเพียงแค่สองสามวัน
แต่เมื่อภูมิอากาศโลกเปลี่ยนไป การขาดแคลนน้ำและอุทกภัย กลายเป็นปัญหา อีกทั้งความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ต้องการระบบน้ำประปา ระบบระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการแก้ไขมลภาวะทางน้ำ และระบบป้องกันน้ำท่วม
เช่นเดียวกับในอาคารสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โต มีจำนวนผู้ใช้อาคารมาก จะพบปัญหาการรั่วซึมของก๊อกน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ อีกทั้งปัญหาระบบประปา ระบบระบายน้ำเสีย และระบบบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงระบบระบายน้ำ ระบายน้ำเสีย โรงงานบำบัดน้ำเสียของเมือง
ปัญหาระดับเมืองนั้น คงต้องรอพระสยามเทวาธิราชมาช่วยจัดการเรื่องน้ำเน่า จากบ้านเรือน ร้านค้าทั่วไป ที่ยังไม่มีใครดูแลเรื่องน้ำเสีย
ส่วนเรื่องน้ำท่วมเมือง คงต้องรอให้ วิศวกรทางหลวงกับวิศวกรชลประทานตกลงกันก่อนตัดถนนหรือทางหลวง

แต่เรื่องวุ่นวายเดือดร้อนมาก คงจะเป็นเรื่องช่างประปาหายาก ด้วยช่างฝีมือรุ่นเก่าทยอยล้มตายไป โดยไม่มีช่างรุ่นใหม่มาทดแทน
ครั้นจะพึ่งช่างต่างด้าวก็เสี่ยงจะเจอไร้ฝีมือ ไร้ประสบการณ์
ทุกวันนี้ หลายบ้านเลยต้องปล่อยให้น้ำรั่วซึม เพราะหาช่างไม่ได้ หรือไม่มีช่าง
