bg-single

กงดอร์เซต์ : นักปราชญ์ยุครู้แจ้งคนสุดท้าย และนักปฏิวัติผู้ล้มเหลว (4)

18.04.2026

การเมืองวัฒนธรรม
เกษียร เตชะพีระ

นักปฏิรูปในกระแสการปฏิวัติ

การปฏิวัติโค่นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกแห่งฝรั่งเศสเมื่อปี 1789 ได้เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสทางประวัติศาสตร์กว้างไพศาลให้นำโครงการปฏิรูปของตูร์โกต์กับพวกซึ่งรวมทั้งกงดอร์เซต์,    เอ็มมานูแอล โจเซฟ ซิแยส, ออนอเร มีราโบ เป็นต้น ไปสู่การปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ราดิกัล (ดูรายละเอียดใน ปิยบุตร แสงกนกกุล, ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส, สำนักพิมพ์มติชน, 2565)

ทั้งนี้ เพราะสโมสรคณะปฏิรูปที่ว่านี้มุ่งหมายเปลี่ยนการปกครองไปเป็นระบอบราชาธิปไตยที่รักชาติภายใต้รัฐธรรมนูญ (patriotic constitutional monarchy) พวกเขาเห็นว่าพระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกทรงเอาด้วยกับการปฏิรูป ทำให้มีเงื่อนไขเป็นไปได้ที่คณะปฏิรูปจะเดินหน้าไปกับสถาบันกษัตริย์และชาติโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อก่นรากถอนโคนการเล่นเกมอำนาจทางการเมืองและทุจริตคอร์รัปชั่นในศาสนจักรและในหมู่พวกขุนนาง อันจะยังความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ฝรั่งเศสโดยผ่านมาตรการเชิงปฏิบัติและตัวบทกฎหมายที่พวกเขาจะผลักดันผ่านออกมา

ทว่านอกจากการปฏิวัติได้ทำให้นักปฏิรูปจำนวนหนึ่งขึ้นสู่ตำแหน่งอำนาจทางการเมืองแล้ว ในที่สุดโครงการปฏิรูปดังกล่าวกลับล้มเหลว เพราะพระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกกับราชสำนักทรงไม่เอาด้วยกับการปฏิรูป อีกทั้งเหล่าขบวนนักปฏิวัติทั้งหลายก็พลอยแตกแยกหักหลังกันเองด้วย (ดูอาทิ https://th.wikipedia.org/wiki/ออนอเร_มีราโบ)

กรณีสำคัญที่ฟันธงชี้ขาดเช่นนั้นคือ การที่พระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกกับพระนางมารี อ็องตัวแน็ต และพระญาติวงศ์ใกล้ชิดพากันพยายามปลอมพระองค์เสด็จหนีจากเงื้อมมือของฝ่ายอำนาจปฏิวัติในพระราชวังตุยเลอรี กรุงปารีส เพื่อหาทางริเริ่มการโต้อภิวัฒน์ (counter-revolution) ขึ้นโดยร่วมมือกับกองกำลังภายในและภายนอกประเทศ ทว่าไปถูกสกัดจับเสียก่อนที่เมืองวาเรนส์ และถูกคุมขบวนกลับมาท่ามกลางความเงียบวังเวงของมวลชนเมื่อ 21-23 มิถุนายน 1791

(“The Flight to Varennes (21-23 June 1791),” LIBERTY, EQUALITY, FRATERNITY : EXPLORING THE FRENCH REVOUTION, accessed March 22, 2026, https://revolution.chnm.org/d/313)

ภาพวาดร่วมสมัยมวลชนบุกยึดคุกบาสตีย์ Prise de la Bastille โดยจิตรกร Jean Pierre Houel เมื่อ 14 กรกฎาคม 1789 อันเป็นเหตุการณ์จุดปะทุการปฏิวัติฝรั่งเศส


เหตุการณ์นี้นับว่าเปลี่ยนวิถีประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสไปเลยทีเดียว เพราะมันส่งผลพลิกกลับมติมหาชนและจุดยืนของบรรดานักปฏิวัติฝรั่งเศส จากเดิมที่เคยสนับสนุนระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญหลังการปฏิวัติ ใหม่ๆ ไปเป็นเรียกร้องต้องการระบอบสาธารณรัฐแทน

จนนำไปสู่เหตุการณ์ลุกขึ้นสู้ของทหารและมวลชนหรือที่เรียกกันว่า “การปฏิวัติครั้งที่สอง” ซึ่งโค่นระบอบราชาธิปไตยลง และนำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐขึ้นอย่างเป็นทางการในฝรั่งเศสโดยสภา Convention เมื่อวันที่ 21 กันยายน 1792 (“The “Second Revolution” of 10 August 1792,” LIBERTY, EQUALITY, FRATERNITY: EXPLORING THE FRENCH REVOUTION, accessed March 22, 2026, https://revolution.chnm.org/d/391)

กรณีเสด็จหนีไปเมืองวาเรนส์ข้างต้น ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกถูกฝ่ายปฏิวัติกล่าวหาว่าทรยศชาติ ค่าที่ทรงละทิ้งพสกนิกรและสมคบคิดกับศัตรูต่างชาติ

พระองค์ในนามสามัญชนว่า “หลุยส์ กาเปต์” (Louis Capet) ถูกไต่สวน ดำเนินคดีในที่ประชุมสภา Convention และลงมติพิพากษาในที่สุดเมื่อวันที่ 15-16 มกราคม 1793 ว่ามีความผิดจริง (ด้วยคะแนนเสียง 691: 27 ขาดประชุม 31 คน จากยอดสมาชิกสภา 749 คน) รวมทั้งให้ต้องรับโทษประหาร

(ด้วยคะแนนเสียง 387 : 334 ไม่ลงคะแนน 5 คน ขาดประชุม 23 คน ดูรายละเอียดใน ปิยบุตร, ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส, บทที่ 4 คดีประหารชีวิตหลุยส์ที่ 16)


สําหรับกงดอร์เซต์ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา Convention เขาตระหนักรับจากการคลี่คลายขยายตัวของเหตุการณ์หลังปฏิวัติว่า หนทางปฏิรูปที่เขาผลักดันเห็นด้วยเพื่อให้มีการปกครองแบบแทนตน สิทธิของประชาชน และการบริหารรัฐกิจอย่างมีเหตุผลนั้น น่าจะเป็นไปได้โดยง่ายและเป็นธรรมชาติกว่าในระบอบสาธารณรัฐ เมื่อเทียบกับระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ

กล่าวอีกอย่างคือ กระแสสถานการณ์ได้นำพากงดอร์เซต์มาถึงจุดที่เขายอมรับแล้วว่า เพื่อจะปฏิรูป จำต้องปฏิวัติ

ทว่าสำหรับญัตติพิพากษาลงโทษหลุยส์ กาเปต์ นั้น กงดอร์เซต์เห็นว่ามีความผิดจริงในญัตติแรก แต่ไม่พึงลงโทษประหาร เขาจึงลงมติตามเสียงข้างน้อยในสภาในญัตติหลัง โดยระบุตามที่ปรากฏในบันทึกการประชุมว่า :

“กงดอร์เซต์ : ให้ลงโทษสถานหนักที่สุดในประมวลกฎหมายอาญาโดยไม่ใช่โทษประหารชีวิต” (la peine la plus grave, qui ne soit pas celle de mort ดูภาพด้านล่าง https://fr.wikipedia.org/wiki/Votes_sur_la_mort_de_Louis_XVI)

สำหรับความหมายนัยอันยาวไกลต่อประเด็นความชอบธรรมทางการเมืองและความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการยุติธรรมในคำอภิปรายในสภาของกงดอร์เซต์เรื่องนี้ โปรดดู Marisol Lopez-Menendez, “Body and Head: Equality, Punishment, and Justice in the Decapitation of Louis XVI”, POTESTAS. Revista del Grupo Europeo de Investigaci?n Hist?rica, No 2, 2009, Pp. 191-209 (https://dialnet.unirioja.es/descarga/articulo/3070698.pdf)

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุณธรรมสอนกันได้หรือไม่?
ยาใจคนเจ็บ: 4) แสงดาวแห่งศรัทธา
คิดต่อจาก 6 ตุลา (2) : ความชั่วร้ายเกิดขึ้นได้เพราะเราเฉยเมยต่อมันมาก่อน
‘อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย’ : ประวัติศาสตร์ของ ‘กำแพง’ ที่เพิ่งลบ
ทุนนิยม : จาก 2 ศตวรรษที่แล้วถึงโลกวันนี้ (1)
ไทยปฏิเสธสหรัฐ เรื่องความร่วมมือทางทหาร ทำไมตอนนี้
E-DUANG | ในความหยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหว มีความหยุดนิ่ง
บทเรียนปฏิรูปราชการ บ้านอื่น : อะไรสำเร็จ? อะไรล้มเหลว?
ปฏิรูปปืนไทย ให้ตรงเป้า
ระบบยุติธรรมพัฒนาเกิน 120 ปี…วันนี้ยังถูกแทรกแซง
เลกเชอร์บาร์ : ความรู้ที่ปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป
อสังหาฯ เริ่มมีเชิงรุก