bg-single

กงดอร์เซต์: นักปราชญ์ยุครู้แจ้งคนสุดท้ายและนักปฏิวัติผู้ล้มเหลว (2)

04.04.2026

คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ


การที่กงดอร์เซต์ได้เข้าร่วมวงค้นเขียนตีพิมพ์ Encyclopédie (สารานุกรมหรือสิกขะมณฑล) กับบรรดา นักปราชญ์ยุครู้แจ้งฝรั่งเศสอย่างดิเดโรต์กับดาล็องแบร์ ยิ่งเสริมเติมแนวทางกิจกรรมทางปัญญาความรู้ของเขาให้แน่วแน่มั่นคงขึ้น

กล่าวคือ มุ่งค้นคว้าผลักดันความรู้ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น, เผยแพร่ความรู้ให้กว้างขวางออกไป, และประยุกต์ใช้ความรู้ดังกล่าวในทางปฏิบัติเพื่อยังคุณประโยชน์ต่อโลก

ความรู้ที่ว่าย่อมรวมทั้งความใส่ใจใฝ่รู้ทางคณิตศาสตร์ของเขาด้วย

หลังเรียนจบวิทยาลัย เดอ นาวาร์ กรุงปารีส เมื่อปี 1760 ในวัย 17 ปี กงดอร์เซต์กลับบ้านที่แคว้นปีการ์ดี ทางเหนือของฝรั่งเศส เขาแข็งขืนดื้อดึงไม่ยอมเข้ารับราชการเป็นนายทหารอาชีพในกองทัพตามรอยบิดาผู้ล่วงลับ อย่างที่ครอบครัวกดดัน แต่กลับใช้เวลาสองสามปีถัดมาค้นคว้าเขียนบทความวิชาการคณิตศาสตร์ที่บ้านด้วยตัวเอง ก่อนหวนกลับไปนำเสนอผลงานเหล่านี้ต่อแวดวงปัญญาชนที่กรุงปารีส เช่น ต่อดาล็องแบร์เพื่อนเก่า และฌอง-หลุยส์ เลอกรองช์ นักคณิตศาสตร์โดดเด่นสมัยนั้น

บทความที่ว่าของกงดอร์เซต์มุ่งขบแก้ปมปัญหาใหญ่ร่วมสมัยทางคณิตศาสตร์สองประการ ได้แก่ แคลคูลัสเชิงปริพันธ์และปัญหาสามวัตถุ (integral calculus & the three-body problem) อันเป็นปัญหาว่าด้วยการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ที่ส่งแรงดึงดูดต่อกันและกันในวิชาฟิสิกส์แบบนิวตัน (ดู https://www.bbc.com/thai/articles/c0keyeq1wr5o)

ทว่าจุดใหญ่ใจความสำคัญอยู่ตรงกงดอร์เซต์อยากประยุกต์ผลักดันวิชาความรู้คณิตศาสตร์ของเขาไปช่วยแก้ปัญหาสังคมส่วนรวม (social mathematics)


จังหวะสำคัญมาถึงในปี 1772 เมื่อเขาได้รู้จักกับอาน โรแบร์ต์ ฌาคส์ ตูร์โกต์ นักเศรษฐศาสตร์และรัฐบุรุษชาวฝรั่งเศส (1727-1781) ข้าราชการฝ่ายบริหารในรัชกาลพระเจ้าหลุยส์ที่สิบห้า และเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินในรัชกาลพระเจ้าหลุยส์ที่สิบหก ซึ่งเขาพยายามปฏิรูประบบสถาบันการเงินการคลัง แต่ถูกขัดขวางจากบรรดาอภิสิทธิ์ชน ชนชั้นต่างๆ จนล้มเหลว (https://www.the101.world/letter-to-the-king-french-evolution-1789/) และยังได้รู้จักกับวอลแตร์ ปราชญ์ใหญ่นามกระเดื่องแห่งยุครู้แจ้ง

ตูร์โกต์ทำให้กงดอร์เซต์สนใจจะลองใช้ทฤษฎีความน่าจะเป็นทางคณิตศาสตร์ (probability theory) มาแก้ไขปัญหาบริหารรัฐกิจ ส่วนวอลแตร์ก็ดึงดูดให้เขาหันมาเห็นปัญหาความอยุติธรรมในการไต่สวนพิจารณาพยานหลักฐานของศาลตุลาการ เนื่องจากตอนนั้นได้เกิดเรื่องอื้อฉาวที่เผยให้เห็นความลำเอียง มิจฉาคติ และกฎระเบียบอันย่ำแย่ของกระบวนการยุติธรรมหลายกรณี โดยเฉพาะคดีของฟรองซัว-ฌอง เดอ ลา บาร์ ผู้ต้องหาว่าหมิ่นศาสนา และลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคริสตจักรคาทอลิกจนถูกศาลตัดสินเมื่อปี 1766 ให้ลงทัณฑ์ทรมาน ตัดศีรษะและเผาซากศพทิ้ง พร้อมทั้งหนังสือพจนานุกรมปรัชญาของวอลแตร์เล่มหนึ่งที่ถูกค้นและยึดได้จากห้องพักของเขาด้วย (https://en.wikipedia.org/wiki/Fran%C3%A7ois-Jean_de_la_Barre)

ทั้งนี้ กงดอร์เซต์มุ่งปรับปรุงทฤษฎีความน่าจะเป็นเพื่อประยุกต์ใช้มากำหนดมาตรฐานที่มั่นคงแน่นอนสำหรับ พิสูจน์พยานหลักฐานในศาลตุลาการ ผลงานประการหลังของเขานี้ไม่เพียงช่วยพัฒนาวิธีการประเมินค่าข้อพิสูจน์พยานหลักฐานประเภทเฉพาะเจาะจงต่างๆ ในศาลเท่านั้น หากยังส่งผลกระทบสำคัญต่อการคิดเชิงอุปนัย (induction) ในทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติด้วย ว่าเราควรคิดลำดับจากผลที่ปรากฏกลับไปหาต้นเหตุต่างๆ อย่างไร ซึ่งช่วยให้ประเมินค่าความน่าจะเป็นของสมมุติฐานหนึ่งๆ ได้

ผลงานคณิตศาสตร์เชิงสังคมเหล่านี้ทำให้กงดอร์เซต์ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสำนักวิทยาศาสตร์แห่งฝรั่งเศส (Académie des sciences) ในปี 1769 และยังได้รับแต่งตั้งเป็นภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสถานฝรั่งเศส (Académie française) อันทรงเกียรติในปี 1781 ภายใต้การอุปถัมภ์ของดาล็องแบร์ด้วย


กล่าวได้ว่า จุดยืนทางการเมืองของกงดอร์เซต์ในช่วงสองทศวรรษก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศสปี 1789 มีบุคลิกลักษณะไปในทางปฏิรูปแบบต่อต้านการเมืองและรักชาติฉันนักปราชญ์
ที่ว่า “ต่อต้านการเมือง” หมายถึงเขาอิดหนาระอาใจกับคอร์รัปชั่นในราชสำนักและคริสตจักรคาทอลิก ซึ่งหนาแน่นด้วยความเห็นแก่ตัวอย่างโลภโมโทสันและเล่นเล่ห์เพทุบายทางการเมืองกันไปทั่ว

อีกทั้งเฉกเช่นพวกพ้องนักปฏิรูป “รักชาติฉันนักปราชญ์” ผู้ร่วมแวดวงและวิสัยทัศน์อย่างดาล็องแบร์ ตูร์โกต์ กับเหล่านักเศรษฐศาสตร์การเมืองสำนักฟิซิโอแครตที่ทรงอิทธิพล (ดู พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์, สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2540, น. 236) กงดอร์เซต์เชื่อว่า เขาสามารถอาศัยหลักวิชาความรู้เชิงเทคนิคคณิตศาสตร์มาช่วยนิยามประโยชน์ส่วนรวมแก่ทุกคนได้ โดยขจัดการแก่งแย่งแข่งขันทางการเมืองทิ้งเสีย แล้วผ่านกฎหมายซึ่งประกันให้ผู้คนยึดมั่นประโยชน์ส่วนรวมที่ว่านี้

การเคลื่อนไหวปฏิรูปของพวกฟิซิโอแครตดังกล่าวอยู่บนฐานคติที่ว่าระเบียบธรรมชาติซึ่งกำกับสังคมตั้งอยู่บนที่ดินทำกินและผลผลิตตามธรรมชาติของมันอันเป็นความมั่งคั่งที่แท้จริง ฝรั่งเศสจะฟื้นฟูความรุ่งเรืองไพบูลย์กลับเป็นมหาอำนาจยุโรปที่คู่ควรแก่ความภาคภูมิใจของตนได้ก็โดยกลับไปหาระเบียบธรรมชาตินี้ ขณะที่โลกร่วมสมัยในศตวรรษที่สิบแปดต่างหากที่ผิดธรรมชาติวิสัยไป โดยปล่อยให้รัฐประหลาดพิลึกอย่างบริเตนกลับรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้น!?!

ความแปลกพิลึกฉ้อฉลของบริเตนในสายตาเหล่านักปราชญ์ปฏิรูปผู้รักชาติและต่อต้านการเมืองชาวฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นมองเตสกิเออ วอลแตร์ และคนอื่นๆ อยู่ตรงในทางเศรษฐกิจ บริเตนเฟื่องฟูอู้ฟู่ขึ้นมาด้วยการค้าตามหลักพาณิชย์นิยม (แทนที่จะเป็นการผลิตบนที่ดินตามหลักฟิซิโอแครต) การทำสงครามและการสร้างจักรวรรดิ มิหนำซ้ำการนี้ยังทำให้ราชอาณาจักรบริเตนติดหนี้สาธารณะมหาศาลด้วย

ส่วนในทางการเมือง บริเตนก็ปล่อยให้มีเสรีภาพมากเกินไปจนสุ่มเสี่ยงที่ผู้คนจะกลายเป็นพวกบ้าคลั่ง ดังที่มองเตสกิเออวิจารณ์ไว้ในหนังสือ Esprit des lois (จิตวิญญาณของกฎหมาย, 1748) โดยเฉพาะบรรพที่ 11 ว่า บริเตนกลายเป็นรัฐเสรีที่สุดในประวัติศาสตร์ไปเสียแล้ว และเป็นสาธารณรัฐที่แอบซ่อนไว้ภายใต้รูปแบบราชาธิปไตย (https://www.gutenberg.org/ebooks/27573)

อนึ่ง ข้อสังเกตที่ว่านี้สอดคล้องต้องตรงพอดีกับปัญญาชนเสรีนิยมอังกฤษชื่อดังร้อยกว่าปีต่อมาใน Walter Bagehot, The English Consitution, 1867 (https://www.gutenberg.org/ebooks/4351) รวมทั้งทรรศนะวิจารณ์ร่วมสมัยต่อบริเตนของ David Hume ปราชญ์ยุครู้แจ้งหัวอนุรักษนิยมชาวสกอต ดู Richard Whatmore, The End of Enlightenment : Empire, Commerce, Crisis, 2023.

ฉะนั้น เมื่อฝรั่งเศสเข้าร่วมสงครามปฏิวัติอเมริกันเมื่อปี 1778 โดยอยู่ฝ่ายอาณานิคมอเมริกันทั้งหลายที่ต่อสู้กับบริเตน และประสบชัยชนะร่วมกันเมื่อปี 1781 จนนำไปสู่สนธิสัญญาปารีสเมื่อปี 1783 (บริเตนรับรองอิสรภาพของอเมริกา และคืนดินแดนหลายแห่งแก่ฝรั่งเศส) มันจึงเสมือนตอกย้ำคำทำนายของนักปราชญ์ปฏิรูปฯ ชาวฝรั่งเศสเหล่านี้ตั้งแต่ทศวรรษ 1750-1760 ว่าถูกต้องเป็นจริง

รัฐวิปริตผิดธรรมชาติทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างบริเตนย่อมต้องพ่ายแพ้และน่าจะล่มสลายในที่สุด ส่วนโลกที่สอดคล้องต้องตรงกับธรรมชาติก็จะบังเกิดมาในฝรั่งเศสและที่อื่นๆ ภายใต้การกำกับชี้นำของกฎหมายและวิทยาศาสตร์ โดยยึดมั่นประโยชน์ส่วนรวมตามที่พวกเขา (รวมทั้งกงดอร์เซต์) นิยามอันจะเป็นผลดียิ่งขึ้นต่อมนุษยชาติทั้งมวล
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุณธรรมสอนกันได้หรือไม่?
ยาใจคนเจ็บ: 4) แสงดาวแห่งศรัทธา
คิดต่อจาก 6 ตุลา (2) : ความชั่วร้ายเกิดขึ้นได้เพราะเราเฉยเมยต่อมันมาก่อน
‘อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย’ : ประวัติศาสตร์ของ ‘กำแพง’ ที่เพิ่งลบ
ทุนนิยม : จาก 2 ศตวรรษที่แล้วถึงโลกวันนี้ (1)
ไทยปฏิเสธสหรัฐ เรื่องความร่วมมือทางทหาร ทำไมตอนนี้
E-DUANG | ในความหยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหว มีความหยุดนิ่ง
บทเรียนปฏิรูปราชการ บ้านอื่น : อะไรสำเร็จ? อะไรล้มเหลว?
ปฏิรูปปืนไทย ให้ตรงเป้า
ระบบยุติธรรมพัฒนาเกิน 120 ปี…วันนี้ยังถูกแทรกแซง
เลกเชอร์บาร์ : ความรู้ที่ปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป
อสังหาฯ เริ่มมีเชิงรุก