The Colors Within ยอมรับในสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
อะนิเมะฉายโรงหนังเมื่อปี 2024 ที่ประสบความสำเร็จและได้รับคำชมมากมาย ไม่น่าเชื่อว่าหนังเนื้อเรื่องเรียบง่าย เนื้อหาไม่มาก ดำเนินเรื่องเชื่องช้า จะเรียกว่าเป็นหนังมินิมอลลิสต์ก็ได้ น้อยแต่อุดมสมบูรณ์ ด้วยความยาวเกือบสองชั่วโมง
ทำคนแก่คนหนึ่งนั่งดูไปได้เรื่อยๆ จนจบ
เป็นหนังเปลี่ยนผ่านของวัยรุ่นดังที่เรียกว่า growing of age ซึ่งมักเป็นหนังที่กระชากหัวใจคนดูได้เสมอ
แต่เพราะเป็นคนแก่ดูจึงรับรู้ได้เพียงความดีงามและอ่อนโยนของเนื้อเรื่อง
อยากบอกเด็กทั้งสามในเรื่องว่าอย่าห่วงเลย อะไรๆ จะผ่านไปจนได้ ไม่นับว่าปัญหาของพวกเธอน้อยมากเมื่อเทียบกับคนอื่น
ความผิดพลาดของพวกผู้ใหญ่คือเรื่องนี้ ชอบเปรียบเทียบความทุกข์ของพวกเขากับคนอื่น
ชอบคิดและเรียกพวกเขาเป็นเด็ก
เขาจะเด็กจริงหรือไม่แค่วัยรุ่นใช่หรือเปล่ามิใช่ประเด็น ที่เราควรทำคือทำกับเขาเสมือนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่ (adult) ยอมรับความทุกข์ที่เขาเผชิญ แล้วเขาจะกลายเป็นผู้ใหญ่
หากเราทำกับเขาเหมือนเด็กๆ ความเป็นเด็กจะยืดยาวออกไป
มีคำเรียกว่า artificial prolongation of childhood คือความเป็นเด็กที่เราประดิษฐ์ขึ้นมาเอง

ทตสุโกะเป็นเด็กหญิงร่างอวบ หน้าตาไม่สวยแต่มิได้ขี้เหร่ เรียนอยู่ที่โรงเรียนคาทอลิกภายใต้การดูแลของซิสเตอร์และระเบียบเข้มงวด
เธอมักรู้สึกว่าตนเองทำอะไรได้ไม่ดีนัก สมัยเด็กเธอได้เรียนบัลเล่ต์แต่แล้วก็ไปไม่รอดนำความผิดหวังไปสู่คุณแม่
วัยรุ่นมักคิดเช่นนั้น แต่ที่จริงเราไม่มีทางแน่ใจได้เลยว่าคุณแม่คิดอย่างไรแม้บางท่านอาจจะมีคำพูดคำจาชวนให้เข้าใจว่าผิดหวัง
เหตุหนึ่งที่เธอเรียนบัลเล่ต์ไม่ตลอดรอดฝั่งเพราะเธอเห็นผู้คนเป็นสีต่างๆ ใช่แล้ว เขียนไม่ผิด มีรายงานทางการแพทย์ว่าเด็กบางคนเห็นสรรพสิ่งเป็นสีต่างๆ มีคำศัพท์เรียกว่า Synesthesia หมายถึงภาวะที่ระบบประสาทของคนเราข้ามพรมแดนไปมา ที่พบบ่อยคือมองเห็นเสียง หรือได้ยินภาพ
มีรายงานภาวะเช่นนี้หลากหลายแต่ไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ว่าเกิดจากอะไร แม้กระทั่งมีอยู่จริงๆ หรือไม่

ทตสุโกะเก็บเรื่องที่เธอรับรู้สีของบุคคลต่างๆ เป็นความลับตลอดมา จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเห็นเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันคนหนึ่งเป็นสีน้ำเงินในจังหวะที่เพื่อนคนนั้นขว้างลูกบอลใส่หน้าเธอเต็มแรงขณะเล่นกีฬาด้วยกัน
เพื่อนคนนั้นชื่อคิมิ
คิมิไม่ไปโรงเรียนในวันต่อมาโดยไม่แจ้งให้คุณยายซึ่งอยู่ด้วยกันทราบ
คิมิเป็นเด็กสาวสวยเงียบขรึมไปจนถึงอาจจะซึมเศร้า ทำงานพิเศษที่ร้านขายหนังสือมือสอง ชอบเล่นกีตาร์เป็นชีวิตจิตใจ
ทตสุโกะสะกดรอยเธอไปจนถึงร้านหนังสือในวันหนึ่ง
สองคนคุยกันถูกคอและชวนกันเล่นดนตรี ทตสุโกะไม่เพียงเต้นบัลเล่ต์ได้อยู่บ้าง เธอเล่นเปียโนได้อยู่บ้างด้วย
สมาชิกวงดนตรีคนที่สามเป็นนักเรียนชายจากอีกโรงเรียนหนึ่ง ชื่อรูอิ

ทตสุโกะเห็นเขาเป็นสีเขียว รูอิชอบเล่น theremin เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่นักดนตรีสามารถสร้างเสียงดนตรีได้โดยไม่ต้องสัมผัสตัวเครื่องเลย เพียงใช้นิ้วควบคุมปริมาตรและความถี่ของอากาศผ่านตัวรับสองตัวที่ตั้งฉากกันเท่านั้น ดูเพลินเสมือนมายากลเลยทีเดียว
รูอิพูดว่าเขาสามารถมองเห็นเสียง
เครื่องดนตรีชนิดนี้ประดิษฐ์โดยชาวรัสเซีย Lev Sergeyevich Termen 1896-1993) ตั้งแต่ปี 1928 ทุกวันนี้ก็มีคนเล่นอยู่
ขณะที่ทตสุโกะไม่เคยเห็นอะไรดีในตัวเอง คิมิเหมือนมีอารมณ์เศร้าอยู่ตลอดเวลา รูอิถูกคุณแม่คาดหวังให้เรียนหมอเพื่อมารับช่วงคลินิกของคุณแม่ เด็กสามคนตั้งวงดนตรีและเขียนเพลงกันเองโดยไม่มีใครยอมบอกผู้ปกครองเลย
ก็แค่ยอมรับในสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

ดังที่ว่าหนังดำเนินไปเงียบๆ ไม่มีข้อขัดแย้งใหญ่โตระหว่างเด็กสามคนกับผู้ปกครอง การรวมตัวเล่นดนตรีติดขัดระเบียบของคอนแวนต์บ้างเล็กน้อยแต่ก็มีซิสเตอร์ยังสาวคนหนึ่งคอยช่วยปัดเป่า เธอมีอดีตอย่างไรจะเป็นเรื่องเปิดเผยในตอนใกล้จบ
ตอนจบเป็นส่วนที่เกินความคาดหมาย
เด็กสามคนช่วยกันเขียนเพลงทั้งทำนองและเนื้อร้องโดยมีภาพฝันคือแอนิเมชั่นดวงอาทิตย์ที่พุ่งไปในจักรวาลโดยมีดาวเคราะห์แปดดวงหมุนวนตามไปด้วยอย่างงดงามน่าประทับใจ แอนิเมชั่นนี้ไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน
เมื่อถึงวันงานคอนเสิร์ตวาเลนไทน์ของโรงเรียนปรากฏว่าเพลงสามเพลงที่วงดนตรีหน้าใหม่แสดงด้วยกันนั้นไพเราะเกินคาดสำหรับนักดูหนัง นานๆ ครั้งที่จะได้ฟังเพลงไพเราะตั้งแต่การนั่งฟังครั้งแรก น่าชมเชยจริงๆ เขียนเพลงโดย Kensuke Ushio กำกับโดย Naoko Yamada งานสร้างของสตูดิโอ Science Saru
แม่และยายของพวกเขาจะได้มาดูผลงานของ “เด็กๆ” ของตัวหรือไม่ โปรดติดตาม
