บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
เชลยศึกสงครามลาว (38)
การรบที่เคซาน
(Battle of Khe Sanh)
เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 21 มกราคม-9 กรกฎาคม ค.ศ.1968 เป็นหนึ่งในการรบที่ดุเดือดและยาวนานที่สุดในสงครามเวียดนามสมัยสหรัฐ โดยเป็นการเผชิญหน้าระหว่างนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาและกองทัพเวียดนามใต้ กับกองทัพประชาชนเวียดนามเหนือ บริเวณฐานทัพเคซานทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามใต้ใกล้ชายแดนประเทศลาว
ฝ่ายเวียดนามเหนือต้องการเข้ายึดฐานทัพเคซานเพื่อเปิดเส้นทางส่งกำลังบำรุงของตนและป้องกันเส้นทางโฮจิมินห์ด้วยการปิดล้อมทำลายกองทัพสหรัฐแห่งนี้ โดยหวังความสำเร็จเช่นเดียวกับความพ่ายแพ้ของฝรั่งเศสในสมรภูมิเดียนเบียนฟู ขณะที่ฝ่ายสหรัฐต้องการรักษาฐานทัพแห่งนี้ไว้เพื่อใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการสกัดกั้นการแทรกซึมตามเส้นทางโฮจิมินห์และใช้เป็นฐานในการระดมยิงปืนใหญ่โจมตีฝ่ายคอมมิวนิสต์
กองทัพเวียดนามเหนือใช้ยุทธวิธีรวมกำลังที่เหนือกว่าเช่นเดียวกับครั้งสงครามเดียนเบียนฟูส่งกำลังพลราว 2-3 กองพล (ประมาณ 30,000-40,000 นาย) เข้าโอบล้อมและระดมยิงปืนใหญ่ ปืนครก และจรวดเข้าใส่ฐานทัพเคซานที่มีทหารนาวิกโยธินสหรัฐและทหารเวียดนามใต้อยู่เพียงประมาณ 6,000 นายอย่างต่อเนื่อง สหรัฐตอบโต้ด้วยการใช้พลังทำลายล้างทางอากาศอย่างมหาศาล โดยส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 และเครื่องบินขับไล่ระดมทิ้งระเบิดรอบฐานทัพเคซานตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อทำลายกำลังพลและที่ตั้งปืนใหญ่ของเวียดนามเหนือ
และเนื่องจากเส้นทางภาคพื้นดินถูกตัดขาด สหรัฐจึงต้องพึ่งพาการหย่อนสิ่งของและการลงจอดเสี่ยงตายของเครื่องบินลำเลียงเพื่อส่งเสบียง กระสุน และอพยพผู้บาดเจ็บ

การโจมตีที่เคซานเกิดขึ้นควบคู่ไปกับ “การรุกตรุษญวน (Tet Offensive)” โดยนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าเวียดนามเหนือใช้สมรภูมิเคซานเป็นแผนลวงเพื่อดึงความสนใจและกำลังรบของสหรัฐออกไปจากเมืองใหญ่ ก่อนจะเปิดฉากโจมตีเมืองต่างๆ ทั่วเวียดนามใต้พร้อมกัน
ในเดือนเมษายน พ.ศ.2511 สหรัฐเปิดยุทธการ “Pegasus” ส่งกองพลทหารม้าอากาศที่ 1 เข้ากอบกู้สถานการณ์และสามารถทำลายวงล้อมทหารนาวิกโยธินได้สำเร็จ แม้จะรักษาฐานไว้ได้ แต่ในเวลาต่อมา สหรัฐประเมินว่าฐานทัพนี้เสี่ยงเกินไปและไม่มีประโยชน์คุ้มค่าที่จะรักษาไว้ จึงทำการรื้อทำลายและถอนกำลังออกทั้งหมดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2511 จากนั้นฝ่ายเวียดนามเหนือจึงเข้ามาควบคุมพื้นที่
ฝ่ายเวียดนามเหนือสูญเสียกำลังพลไปอย่างมหาศาล (คาดว่าเสียชีวิตราว 10,000-15,000 นายจากการโจมตีทางอากาศ) ขณะที่ฝ่ายสหรัฐและพันธมิตรเสียชีวิตประมาณหลักร้อยถึงสองพันนาย (รวมปฏิบัติการเกี่ยวเนื่อง)
ในแง่ยุทธวิธี สหรัฐประสบความสำเร็จในการป้องกันฐานทัพและสร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับข้าศึกด้วยอานุภาพทางอากาศ แต่ในแง่ยุทธศาสตร์ เวียดนามเหนือสามารถบรรลุเป้าหมายในการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อเปิดฉากการรุกตรุษญวน และบีบให้สหรัฐต้องละทิ้งฐานยุทธศาสตร์ที่สำคัญนี้ไปในที่สุด
การรบที่ทุ่งไหหิน พ.ศ.2514-2515 (ค.ศ.1971-1972)
กองทัพเวียดนามเหนือเปิดฉากการรุกครั้งใหญ่อีกครั้งด้วยกำลังที่ใหญ่ขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ.2513 ตาม CAMPAIGN 74 B เพื่อทำลายกองกำลังทหารประจำการของไทยจาก ผส.13 ที่เข้าควบคุมพื้นที่ทุ่งไหหิน โดยหวังเต็มที่ว่าจะสามารถเอาชนะทหารไทยได้โดยง่ายเช่นเดียวกับที่เคยมีชัยเหนือทหารฝรั่งเศสมาแล้วเมื่อครั้งการรบที่เดียนเบียนฟู แต่เนื่องจากทหารไทยมีความเข้มแข็งกว่าที่คาดคิด จนต้องล้มเลิกแผนนี้ แต่ก็ยังคงดำรงความมุ่งหมายด้วยยุทธการ CAMPAIGN Z ในปลายปี พ.ศ.2514 ที่มีการสรุปบทเรียนการรบมาแล้วเป็นอย่างดี นอกจากจะระดมกำลังมากขึ้นแล้ว เวียดนามเหนือไม่ได้ใช้เพียงแค่ทหารราบเดินเท้าแต่ใช้ “การรบผสมเหล่า” (Combined Arms) มีการนำรถถัง PT-76 และปืนใหญ่ระยะไกลขนาด 130 ม.ม. ของโซเวียตเข้าบดขยี้ฐานที่มั่นของไทย แม้เครื่องบินจะโจมตีทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงแต่ปืนใหญ่เวียดนามเหนือที่พรางตัวอย่างดีสามารถยิงทำลายฐานทหารปืนใหญ่ของฝ่ายไทย จนต้องตัดสินใจถอนกำลังทั้งหมดจากทุ่งไหหินไปตั้งรับ ณ ที่มั่นสุดท้ายเมืองล่องแจ้ง
เปรียบเทียบการรบ
การรบ 3 ครั้งสำคัญของกองทัพเวียดนามเหนือกับกองทัพฝรั่งเศสที่เดียนเบียนฟู – (พ.ศ.2497) กับกองทัพสหรัฐที่เคซาน – (พ.ศ.2511) และกับกองทัพไทยและราชอาณาจักรลาวที่ทุ่งไหหิน (พ.ศ.2514) สามารถเปรียบเทีบกันได้ดังนี้
ภูมิประเทศ : ลักษณะของพื้นที่การรบทั้ง 3 แห่งเป็นที่ราบลุ่มแอ่งกระทะโอบล้อมด้วยภูเขาสูง ต่างเป็นพื้นที่ราบต่ำที่เอื้อต่อการวางกำลังขนาดใหญ่ สามารถสร้างสนามบินได้เพื่อชดเชยความขาดแคลนเครือข่ายถนน จึงเลือกตั้งฐานที่มั่นถาวรในจุดนี้ โดยเชื่อว่าจะสามารถใช้แสนยานุภาพทางอากาศและปืนใหญ่ที่เหนือกว่าควบคุมพื้นที่โดยรอบได้ ขณะที่ภูเขาสูงและป่าทึบรอบๆ แอ่งกระทะเหล่านี้กลับกลายเป็นเครื่องปกปิดตามธรรมชาติชั้นดีให้กับกองทัพเวียดนามเหนือจากการตรวจการณ์ทางอากาศ และสามารถตรวจการณ์ไปยังที่ตั้งของศัตรูรวมทั้งใช้เป็นที่ตั้งอาวุธหนักโจมตีด้วยอาวุธเล็งตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยุทธวิธี : เวียดนามเหนือหลีกเลี่ยงการส่งกำลังเข้าปะทะข้าศึกโดยตรง แต่จะส่งกำลังเข้ายึดครอง “ที่สูงข่ม” สันเขาและยอดเขาที่อยู่ล้อมรอบฐานทัพศัตรูทั้งหมด ทำให้สามารถตรวจการณ์เห็นทุกความเคลื่อนไหวภายในฐานที่มั่นของศัตรูได้อย่างทะลุปรุโปร่งและยังสามารถตั้งปืนใหญ่ยิงกดลงมาจากยอดเขาได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนั้น ศัตรูมักประเมินต่ำไปว่าเวียดนามเหนือจะไม่สามารถนำปืนใหญ่หนักข้ามเขาเข้ามาได้ แต่เวียดนามเหนือใช้แรงงานคนและงานช่างสนามขุดอุโมงค์เจาะเข้าไปในเนื้อภูเขาเพื่อพรางตาแล้วใช้การยิงปืนใหญ่แบบ “เล็งตรง” (Direct Fire) ลงมาจากถ้ำบนเขาซึ่งง่ายต่อการฝึกและไม่ต้องการการคำนวณหรือเทคนิคการยิงขั้นสูงที่ยุ่งยาก พอตั้งยิงเสร็จก็ถอยปืนใหญ่กลับเข้าอุโมงค์ ทำให้เครื่องบินรบของศัตรูไม่สามารถทิ้งระเบิดทำลายปืนใหญ่เหล่านี้ได้เลย
เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่ขาดแคลนเส้นทางถนนทำให้ศัตรูต้องพึ่งพาการส่งกำลังบำรุงทางอากาศทั้งเสบียง กระสุน และการส่งกลับผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ยุทธวิธีแรกๆ ของเวียดนามเหนือคือ การระดมยิงถล่มรันเวย์สนามบินจนเครื่องบินขึ้นลงไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมาใช้การทิ้งจากเครื่องบินด้วยร่มซึ่งยากต่อการควบคุมและมักจะปลิวตกไปในเขตของเวียดนามเหนือแทน ทำให้ฐานที่มั่นนั้นค่อยๆ ขาดแคลนทั้งอาหารและกระสุน รวมทั้งต้องอยู่กับคนเจ็บคนตายบั่นทอนขวัญกำลังใจในการสู้รบ
เพื่อหลีกเลี่ยงเครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีประสิทธิภาพในการทำลายสูง เช่น B-52 ในเคซานและทุ่งไหหิน เวียดนามเหนือจึงใช้ยุทธวิธีขุดสนามเพลาะเข้าประชิดที่ตั้งของศัตรูให้มากที่สุด จนบางครั้งอยู่ในระยะไม่กี่สิบเมตรทำให้เครื่องบินรบไม่สามารถทิ้งระเบิดได้เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อฝ่ายเดียวกัน
แม้ภูมิประเทศและยุทธวิธีหลักจะไม่แตกต่างจากเดียนเบียนฟูและเคซาน แต่ในการรบที่ทุ่งไหหินเวียดนามเหนือได้พัฒนาขีดความสามารถขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง โดยให้ความสำคัญกับความเร็วและการเคลื่อนที่
ที่เดียนเบียนฟูและเคซาน เวียดนามเหนือต้องล้อมฐานศัตรูอยู่นานหลายเดือน แต่ที่ทุ่งไหหิน ยุทธวิธีพัฒนาเป็นการรบผสมเหล่าแบบสายฟ้าแลบ โดยมีการนำรถถังและปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานเข้าปฏิบัติการร่วมกับทหารราบ ทำให้สามารถบดขยี้ฐานปืนใหญ่ของทหารพรานไทยได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
การรบที่เดียนเบียนฟู เคซาน และทุ่งไหหิน คือ 3 ยุทธภูมิขนาดใหญ่ในประวัติศาสตร์สงครามอินโดจีนซึ่งมีคุณค่ายิ่งในการศึกษาประวัติศาสตร์สงคราม
ตารางเปรียบเทียบ 3 การรบสำคัญ
หัวข้อเปรียบเทียบ เดียนเบียนฟู (2497) เคซาน (2510) ทุ่งไหหิน (2514 -2515)
คู่ขัดแย้งหลัก เวียดนามเหนือ : ฝรั่งเศส เวียดนามเหนือ เวียดนามเหนือ : สหรัฐ / เวียดนามใต้ : ทหารไทย / ลาว
ลักษณะพื้นที่การรบ หุบเขากระทะหงาย หุบเขากระทะหงาย หุบเขากระทะหงายล้อมด้วยที่สูง ล้อมด้วยที่สูง ล้อมด้วยที่สูง
กลยุทธ์ฝ่ายเวียดนาม ลอบขนปืนใหญ่ขึ้นภูเขา โอบล้อมตรึงกำลังสหรัฐ ระดมยิงด้วยปืนใหญ่
ยิงทำลายที่หมาย และ ปตอ.รุกคืบด้วย
รุกคืบด้วยทหารราบ ทหารราบและรถถังการสนับสนุนทางอากาศ ล้มเหลว การโจมตีทาง ได้ผลน้อยจาก
ฝ่ายตั้งรับ อากาศได้ผล อุปสรรคสภาพ
อากาศและ ปตอ.
ผลการรบ เวียดนามเหนือชนะเด็ดขาด สหรัฐรักษาฐานไว้ได้ เวียดนามเหนือยึดทุ่งฝรั่งเศสยอมแพ้ แต่ต้องถอนตัว ไหหินได้ ในปลาย
ธันวาคม 2514
