วิรัตน์ แสงทองคำ | https://viratts.com
กรณีซีพีกับธนาคารไร้สาขา มีทีท่าที่แตกต่าง สะท้อนความสัมพันธ์ที่เป็นไปอย่างซับซ้อน
เรื่องนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับบทบาทใหม่ของศุภชัย เจียรวนนท์ อันมีไทม์ไลน์อันกระชั้น ตื่นเต้น ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
เป็นฉากหนึ่งกับการปรากฏ Arise Digital Technology อยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจใหม่ Arise Ventures Group โดยศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะมองในมิติใด ย่อมถือเป็น “ทางแยก” ระดับใดระดับหนึ่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี
เท่าที่มีข้อมูล บริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จํากัด ตั้งใจตั้งขึ้นเพียงราวไตรมาสเดียว (อ้างอิงจากการจดทะเบียนบริษัท เมื่อกันยายน 2568) ก่อนจะมีเรื่องใหญ่
การปรากฏขึ้นเป็นระลอก เปิดฉากด้วยเหตุการณ์ใหญ่ครั้งแรก (22 มกราคม 2569) เมื่อ Telenor Group เครือข่ายธุรกิจสื่อสารแห่งนอร์เวย์ ประกาศถอนตัวออกจากไทย
ถอนตัวจากการร่วมทุนในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ในสัดส่วนราว 25% โดยระบุเป็นทางการว่าขายให้ “บริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์”
แทบจะทันที ศุภชัย เจียรวนนท์ ที่ประกาศความมุ่งมั่นในภารกิจใหม่ ได้ตัดสินใจลาออกจากประธานคณะกรรมการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ด้วย เท่าที่ตรวจสอบล่าสุด (จาก https://www.cpgroupglobal.com/) ข้อมูลเกี่ยว “ผู้นำของเรา” มีการเปลี่ยนแปลงบางระดับ ดูกระชับขึ้น ผู้มีบทบาทสำคัญคงมี 3 คน คือ ธนินท์ เจียรวนนท์ (ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์) อยู่ในตำแหน่งเดิม ขณะที่สุภกิต เจียรวนนท์ มีตำแหน่งประธานกรรมการ และรองประธานอาวุโส ส่วนศุภชัย เจียรวนนท์ เหลือเพียงตำแหน่งรองประธานอาวุโส
อีกดีลเกี่ยวกับ TRUE ตามมา (27 กุมภาพันธ์ 2569) เครือซีพีได้ขายหุ้นที่ถือหุ้น TRUE ในสัดส่วน 10% ให้กับกลุ่มลงทุน 2-3 ราย มองกว้างๆ โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่มีการเปลี่ยนแปลง ปรากฏว่า Arise Digital Technology กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งทันที
ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวโยงกับซีพีจะเหลือสัดส่วนไม่ถึง 20% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่สอง
ในภาพหนึ่ง Arise Digital Technology เป็นเครือข่ายธุรกิจใหญ่ใหม่ปรากฏขึ้นทันที โดยมี TRUE เป็นธุรกิจสำคัญ และมีซีพีหนุนหลังอย่างมิพักสงสัย
เป็นไปอย่างมีจังหวะ ในการแผนการสำคัญ สร้าง TRUE อย่างมีนัยยะ ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก จากการควบรวมกิจการ ระหว่าง TRUE กับ DTAC เป็นจริงเป็นจังในต้นปี 2566 TRUE ได้กลายเป็นเบอร์หนึ่ง ในธุรกิจสื่อสารไร้สาย หรือ Mobile ด้วยมีฐานลูกค้ามากที่สุด ในที่สุดธุรกิจสื่อสารของซีพีซึ่งเคยเป็นรอง ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ เช่นเดียวธุรกิจหลักของซีพีที่มีอยู่ นั่นคือ ธุรกิจอาหารและค้าปลีก
เมื่อมองเนื้อใน TRUE เห็นภาพต่อเนื่องของการวางรากฐานธุรกิจแวดล้อมที่สำคัญๆ โดยศุภชัย เจียรวนนท์ มาตลอดในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
หนึ่งในนั้นคือ Ascend Money ที่มีพัฒนาการอย่างน่าสนใจ ถือเป็นอีกธุรกิจหนึ่งซึ่งสำคัญของ Arise Digital Technology เช่นกัน
ว่าไปแล้ว จุดเริ่มต้นด้วยมี TrueMoney ในยุคบุกเบิกบัตรเติมเงินมือถือในสังคมไทย ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก Orange มาเป็น TRUE บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2546 เป็นธุรกิจเล็กๆ ภายใต้ TRUE เพื่อให้บริการชำระเงินผ่านมือถือและผ่านระบบตัวแทนรับชำระเงินตามร้านโชห่วย สำหรับคนที่ไม่มีบัญชีธนาคาร เริ่มแรกเพื่อเติมเงินมือถือ TrueMove และการจ่ายค่าบริการ TrueVisions
ต่อมาปี 2557 ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยแยก TrueMoney ออกจาก TRUE ไปอยู่ภายใต้ Ascend Money
ในกลุ่ม Ascend Group เชื่อว่าเป็นภาพธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ มีความชัดขึ้น จากนั้นเป็นความพยายาม ยกระดับพัฒนาระบบธุรกิจ ขยายบริการสู่ภูมิภาค และการแสวงหาพันธมิตร และแหล่งเงินทุนใหม่ๆ
เส้นทางที่มา มีฉากและเรื่องราวที่ตื่นเต้น มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายธุรกิจใหญ่ๆ ระดับโลก ในมิติต่างๆ อาทิ ในปี 2559 Ant Financial (Alibaba) ได้เข้ามาเป็นพันธมิตร เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลระดับโลก
อีกด้านหนึ่ง TrueMoney มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เป็น Eco-system ในเครือข่ายซีพีอย่างแยกไม่ออก จากผู้ใช้บริการ True (เช่น มือถือ TrueMove และ TrueOnline) ได้รับสิทธิพิเศษเมื่อชำระค่าบริการหรือใช้จ่ายผ่าน TrueMoney จนถึงเป็นช่องทางชำระเงินหลักสำหรับบริการต่างๆ เครือซีพี
เช่น กรณี 7-Eleven ลูกค้าไม่สามารถจ่ายค่าสินค้าและบริการผ่านระบบพร้อมเพย์ของทางการ ใช้ได้เพียงผ่าน TrueMoney
จุดเปลี่ยนสำคัญ ACM Holding บริษัทในเครือข่าย Ascend Group ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เข้าสู่ธุรกิจบริการทางการเงินเต็มรูปแบบ
ในวันเดียวกัน มีถ้อยแถลงอย่างเป็นการเป็นงานจากศุภชัย เจียรวนนท์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ Ascend Money อ้างถึงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (19 มิถุนายน 2568) โดยเน้นว่า “บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ภายใต้แอสเซนด์มันนี่ ได้รับใบอนุญาตเพื่อจัดตั้งธนาคารเสมือนจริง (Virtual Bank) อย่างเป็นทางการ” และ “เราไม่ได้จับมือกับบริษัทอื่นใดในรูปแบบกลุ่มบริษัทในการยื่นขอใบอนุญาต” ทั้งนี้ได้พาดพิงถึงข่าวบางกระแสด้วยว่า “Ascend Money ไม่ได้ร่วมมือกับ Ant International ในการยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งหรือดำเนินงานธนาคารเสมือนจริงแต่อย่างใด”
ในโมเดลธุรกิจข้างต้นถือว่าเป็นกรณีแตกต่างจากอีกสองรายล้วนมีพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งกรณี KTB+AIS+OR และกลุ่ม SCBX
ทั้งนี้ ในถ้อยแถลงที่อ้างถึง ได้กล่าวถึงซีพีอย่างกว้างๆ จากประโยคสำคัญ “สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเครือซีพีในการสร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาส (Platform of Opportunity)” และตามมาว่าด้วยความสัมพันธ์ “Ascend Money มี ecosystem ขนาดใหญ่ และได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรม ทำให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการและคู่ค้า หนึ่งในนั้นคือเครือซีพี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลัก (Major Shareholder) ของ Ascend Money และ TrueMoney”
โดยให้ความสำคัญอย่างเจาะจงอ้างถึง “TrueMoney ปัจจุบันให้บริการแก่ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนกว่า 34 ล้านคนทั่วประเทศ”
ระหว่างนี้ แผนการ Virtual Bank กำลังดำเนินไปอย่างกระชั้น ด้วยเข้าใกล้กำหนดการตามเงื่อนไขสำคัญของแบงก์ชาติ จะต้องเปิดให้บริการภายใน 1 ปี (หรือภายใน 19 มิถุนายน 2569 ) และบริษัทมีทุนจดทะเบียนเริ่มแรกขั้นต่ำ 5,000 ล้านบาท
เท่าที่พิจารณา 2 รายอื่น ได้ดำเนินการคืบหน้าไปกว่ามีชื่อธนาคารอย่างเป็นทางการ บางรายมีการแต่งตั้งผู้บริหารแล้ว
ขณะที่ ACM Holding ยัง (ดูเหมือน) อยู่ในขั้นจัดโครงสร้างธุรกิจ ด้วยปรากฏกรณีหนึ่งที่ซึ่งผู้คนหันมาสนใจ หันมาตั้งใจตั้งคำถามกันบ้าง
กรณีคณะกรรมการ (“ผู้ไม่มีส่วนได้เสีย”-ตามคำชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มีมติ (17 เมษายน 2569) “ไม่เห็นด้วย” กับการโอน 3 บริษัทย่อย (Counter Service, Thai Smart Card และ CP Axtra) เข้าสู่กลุ่ม Virtual Bank ของ ACM Holding
อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตัดสินใจสุดท้ายในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (29 พฤษภาคม 2569) ว่าผู้ถือหุ้นจะลงมติตามมติคณะกรรมการที่ว่า หรือสนับสนุนแผนของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่
เวลานั้นถือว่ากระชั้นกับเงื่อนไขกำหนดการเปิดบริการ Virtual Bank ทีเดียว
ยังมีต่อ
