bg-single

โรงพยาบาลอานันทมหิดล (จบ) Streamline Moderne ที่ตึกศัลยกรรมและตึกปฏิบัติการแพทย์

05.08.2026

พื้นที่ระหว่างบรรทัด | ชาตรี ประกิตนนทการ

โรงพยาบาลอานันทมหิดล (จบ)

Streamline Moderne

ที่ตึกศัลยกรรมและตึกปฏิบัติการแพทย์

หลายปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลอานันทมหิดล เริ่มกลายเป็นที่สนใจในหมู่สถาปนิกและนักอนุรักษ์มากขึ้น อันเนื่องมาจากรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่สะท้อนยุคสมัยใหม่

แต่ส่วนใหญ่มักให้ความสนใจเฉพาะเพียงแค่ตึกอำนวยการด้านหน้าที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมคณะราษฎร ตามแบบที่อาจเรียกอย่างกว้างๆ ว่าสไตล์ Art Deco แบบ Public Works Administration

หรือที่มักเรียกกันว่า PWA Moderne

PWA Moderne โดยรวมนิยมสร้างเป็นอาคารของหน่วยงานราชการในช่วงทศวรรษ 1930-1940 ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ในสหรัฐอเมริกา มีลักษณะร่วมคือการออกแบบแผนผังที่เน้นความสมมาตรโอ่อ่า แสดงถึงความมั่นคงดูทรงอำนาจ ซึ่งไม่แตกต่างจากผังแบบ Neo-classic มากนัก

แต่ความแตกต่างจะอยู่ที่การออกแบบรูปด้านอาคารและองค์ประกอบประดับตกแต่งที่จะลดทอนลวดลาย เน้นเส้นสายที่เรียบง่าย และรูปทรงเรขาคณิตมากกว่าองค์ประกอบแบบคลาสสิค

ในยุคคณะราษฎร อาคารตามแนวทางนี้มีมากมาย เช่น กระทรวงยุติธรรมหลังเดิม, ตึกไปรษณีย์กลาง บางรัก, ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ตึกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และตึกอำนวยการ โรงพยาบาลอานันทมหิดล

ตึกศัลยกรรม (ตึกทันตกรรมในปัจจุบัน) โรงพยาบาลอานันทมหิดล

แต่ในความจริงแล้ว ภายในโรงพยาบาลอานันทมหิดลยังมีอาคารอีก 2 หลังที่สร้างขึ้นในช่วงเดียวกัน และในทัศนะผม พิเศษกว่าตึกอำนวยการเสียอีก นั่นก็คือ ตึกศัลยกรรม (ปัจจุบันเป็นตึกทันตกรรม) และตึกปฏิบัติการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาคารร้าง

ทั้งสองอาคารออกแบบในสไตล์ Art Deco ที่ไม่พบมากนักในสังคมไทย (หากเทียบกับแนว PWA) คือ Streamline Moderne โดยเป็นการออกแบบอาคารให้มีรูปทรงโค้งมนและเน้นเส้นสายแนวนอน โดยรูปทรงนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบอากาศยานและเรือเดินสมุทรในยุคดังกล่าวที่นิยมสร้างรูปทรงไปตามหลักการ aerodynamics

แม้ในความเป็นจริง อาคารไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงหลักการนี้แต่อย่างใด โดยเฉพาะอาคารที่ไม่ได้มีความสูงมากอะไรนัก แต่ด้วยรูปทรงที่แลดูโฉบเฉี่ยวลู่ลมทันสมัยซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคแห่งเครื่องจักร

จึงทำให้สถาปนิกในยุโรปและอเมริกาในยุคทศวรรษ 1930 นิยมออกแบบอาคารให้ดูเสมือนว่าเกิดขึ้นจากหลักการดังกล่าว เพื่อสื่อถึงความลื่นไหล ความเร็ว และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

แผงกระจกตลอดแนวอาคารของตึกศัลยกรรม

ความนิยมในรูปแบบนี้ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่สังคมไทยเช่นกัน แต่พบไม่มากนัก

ตัวอย่างที่สำคัญคือกลุ่มตึกสองข้างถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะด้วยรูปทรงที่ต้องใช้ทักษะและฝีมือช่างก่อสร้างมากกว่าปกติ ตลอดจนงบประมาณที่อาจสูงกว่า (Streamline Moderne มักพบก่อสร้างเป็นอาคารชั่วคราวในงานฉลองรัฐธรรมนูญมากกว่า เพราะสร้างด้วยวัสดุชั่วคราวที่ง่ายแก่การก่อสร้าง)

อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าอาคารแนว Streamline Moderne กลับมาปรากฏในปริมาณที่มากกว่าในพื้นที่จังหวัดลพบุรี แม้โดยภาพรวมขนาดของอาคารจะไม่ใหญ่โตเท่าที่กรุงเทพฯ แต่หากมองในเชิงการออกแบบกลับพบว่าที่ลพบุรีแลดูมีความทันสมัยกว่า ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมทหารบก ตึกเอราวัณ สำนักงานนิคมสร้างตนเองจังหวัดลพบุรี

และที่โดดเด่นที่สุดคือ ตึกศัลยกรรม และ ตึกปฏิบัติการแพทย์ ของโรงพยาบาลอานันทมหิดล

กระจกโค้งบนชั้นสองตึกศัลยกรรม ในอดีตสามารถมองลงไปเห็นการผ่าตัดได้

ตึกศัลยกรรม สร้างแล้วเสร็จและทำพิธีเปิดเมื่อ 6 มกราคม พ.ศ.2481 แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าประมาณ 100 เมตร โดยปลายด้านยาวของอาคารทั้งสองข้างออกแบบเป็นผังโค้งครึ่งวงกลม ส่วนตรงกลางอาคารออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น ด้านหลังของอาคารมีอาคารในรูปลักษณะเดียวกันอีก 1 หลังวางตัวขนานกัน แต่มีความยาวที่น้อยกว่าเพียงประมาณ 20 เมตร

รูปทรงโดยรวมแสดงอิทธิพลของการออกแบบตามแนวทาง Streamline Moderne อย่างเห็นได้ชัด มีการเจาะช่องหน้าต่างเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่สองช่องที่ด้านหน้าอาคาร ส่วนผนังชั้นสองของอาคารที่หันออกมาด้านหน้า ตลอดแนวของผนังทำเป็นช่องกระจกขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่พื้นจรดฝ้าเพดาน ยาวไปตลอดแนวความยาวประมาณ 20 เมตร

สะท้อนให้เห็นถึงความพิเศษของอาคารหลังนี้ที่แม้แต่อาคารหลายหลังในเมืองหลวงยังไม่กล้าออกแบบเช่นนี้

ตึกศัลยกรรมถูกเรียกกันในชื่อเล่นๆ ต่อมาว่า “ตึกเรือดำน้ำ” แสดงให้เห็นถึงรูปทรงที่ล้ำสมัยแปลกตาที่แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปยังรับรู้ได้

ความพิเศษสุดของอาคารนี้ คือในส่วนอาคารด้านหลัง บริเวณปลายอาคารโค้งครึ่งวงกลมทั้งสองข้าง ออกแบบเป็นห้องผ่าตัด ที่รับแสงธรรมชาติผ่านผนังกระจกโค้งอย่างสวยงาม

อีกทั้งห้องในส่วนนี้ยังออกแบบเป็นฝ้าสูงแบบ double volume ทะลุขึ้นไปจนถึงฝ้าชั้นสอง โดยคนที่ยืนอยู่ชั้นสองสามารถมองลงมาที่ห้องผ่าตัดได้

ซึ่งสอดคล้องกับการที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงเรียนแพทย์ ซึ่งพื้นที่ชั้นสองนี้สามารถใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่สำหรับนักเรียนแพทย์ในการเฝ้าดูการผ่าตัดนั่นเอง

ที่สำคัญคือ การออกแบบผนังกระจกขนาดใหญ่ที่กั้นระหว่างชั้นสองกับห้องผ่าตัดที่ชั้นหนึ่ง เป็นการออกแบบผนังกระจกโค้งขนาดใหญ่ที่แทบไม่น่าเชื่อว่าในยุคสมัยนั้นและในพื้นที่ห่างไกลเช่นลพบุรีจะมีการใช้แผ่นกระจกโค้งขนาดใหญ่เช่นนี้

จากประสบการณ์สำรวจตึกยุคนี้มาพอสมควร ผมยังไม่เคยพบอาคารไหนที่มีการออกแบบที่ล้ำสมัยมากขนาดนี้มาก่อนในยุคคณะราษฎร

ตึกปฏิบัติการแพทย์ โรงพยาบาลอานันทมหิดล

ส่วนตึกปฏิบัติการแพทย์ สร้างขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ใช้เป็นห้องเรียนและห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ชั้นบนเป็นห้องเรียนกายวิภาค

ตัวอาคารออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 2 ชั้น ยาวประมาณ 60 เมตร โดยส่วนทางเข้าด้านหน้าอาคาร ออกแบบเป็นตึกรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีด้านหนึ่งออกแบบเป็นผนังโค้งยาวตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเพดานชั้นสอง หน้าประตูทางเข้ามีผืนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นเสมือนโถงทางเข้า

ความพิเศษของอาคารนี้คือโถงบันไดขนาดใหญ่ที่มีบันไดโค้งเกาะไปตามผนังที่รับแสงจากภายนอกอย่างเต็มที่ผ่านช่องกระจกที่ถูกเลือกมาเป็นวัสดุหลักในการทำเป็นผนังโค้งของอาคาร ทั้งหมดได้สร้างบรรยากาศที่แปลกและทันสมัยมากในยุคสมัยนั้น

และเช่นเดียวกัน ลักษณะเช่นนี้ก็แทบไม่พบในการออกแบบอาคารที่กรุงเทพฯ

โถงบันไดตึกปฏิบัติการแพทย์

ความพิเศษทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกลและกันดาร อาจชวนให้แปลกใจ แต่ถ้าหากมองคู่ไปกับการพัฒนาเมืองใหม่อย่างใหญ่โตของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในต้นทศวรรษ 2480 ที่ทุ่มงบประมาณมหาศาลมาให้ลพบุรี (มากกว่า 1 ล้านบาท) โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดที่น่าเชื่อว่า ลพบุรีถูกออกแบบไว้เพื่อใช้เป็นเมืองหลวงสำรองในสภาวะสงครามก็อาจช่วยให้เราเข้าใจ ความพิเศษของงานสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างที่เมืองนี้และโรงพยาบาลอานันทมหิดลมากขึ้น

ในช่วง พ.ศ.2480 รัฐบาลคณะราษฎรมีการคิดเรื่องย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ และหนึ่งในเมืองที่ถูกมองไว้คือ ลพบุรี แม้ในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าลพบุรีเหมาะสมด้วยปัญหาการขาดแคลนน้ำ

แต่จากหลักฐานหลายอย่าง ชวนให้เราคิดได้ว่า จอมพล ป. (เมื่อครั้งยังเป็นแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) สนใจลพบุรีอยู่เสมอ และได้เตรียมวางแผนพัฒนาเมืองไว้สำหรับการเป็น “เมืองหลวงสำรอง” ในสภาวะฉุกเฉิน

หลังจาก จอมพล ป.ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ.2481 แนวคิดนี้ก็ยิ่งดูปรากฏชัดมากขึ้น ดังหลักฐานในรายงานการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2482 ซึ่งอภิปรายถึงการก่อสร้างโรงเรียนและศาลากลางจังหวัดลพบุรีหลังใหม่ โดยในที่ประชุมกังวลถึงงบประมาณที่อาจมีไม่เพียงพอ จนจอมพล ป.ต้องย้ำถึงความสำคัญของการก่อสร้างนี้เอาไว้ว่า

“…ถ้าเกิดสงครามขึ้นโรงหนัง (โรงหนังทหานบก-ผู้เขียน) ก็จะใช้เป็นสภาฯ โรงเรียน (โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย-ผู้เขียน) ก็จะใช้เป็นที่ว่าการ (ทำเนียบรัฐบาล-ผู้เขียน) จึงอยากจะสร้าง ปีนี้ไม่มีเงิน ปีหน้าพอมีใช้ แต่ต้องการปีนี้…”

ทั้งหมดถูกสะท้อนผ่านการออกแบบโครงข่ายผังเมืองของลพบุรีที่ทั้งกว้างใหญ่ ทันสมัย และเต็มไปด้วยอาคารสมัยใหม่จำนวนมาก และแน่นอน เมกะโปรเจ็กต์นี้มีโรงพยาบาลอานันทมหิดลประกอบอยู่ด้วย

เมืองใหม่ลพบุรีมีความแตกต่างจากกรุงเทพฯ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่คือที่โล่งกว้างที่ปราศจากเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์แบบจารีต (อาจมีบ้างก็เพียงในส่วนเมืองเก่าลพบุรี)

ทำให้การสร้างเมืองใหม่ที่สะท้อนความเป็นสมัยใหม่และอุดมการณ์อย่างใหม่ของ จอมพล ป.สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทของงานสถาปัตยกรรมแบบจารีตแต่อย่างใด

ด้วยเงื่อนไขเช่นนี้เอง ที่อาจจะเป็นแรงผลักดันทางความคิดที่ทำให้การวางผังเมืองตลอดจนรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ลพบุรีในหลายมิติมีความทันสมัยมากกว่าที่กรุงเทพฯ

แม้กระทั่งโรงพยาบาล อันเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในสังคมยุคสมัยใหม่ ก็จึงถูกออกแบบด้วยหน้าตาที่ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากที่สุด

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้โรงพยาบาลอานันทมหิดลมีความพิเศษ (แต่หลายคนกลับไม่ทราบ) ทั้งในมิติทางประวัติศาสตร์และมิติทางการออกแบบสถาปัตยกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นสมัยใหม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

     “ผู้ว่ากาญจน์” รวมพลังเครือข่าย “คนจงรักภักดี” ปลูกป่าถวาย“สมเด็จพระพันปีหลวง” 
เชลยศึกสงครามลาว (42)
พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากอาชญากรสงครามสู่สมาชิกวุฒิสภา (25)
โรงพยาบาลอานันทมหิดล (จบ) Streamline Moderne ที่ตึกศัลยกรรมและตึกปฏิบัติการแพทย์
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (187)
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง โมนาโค โมเดล โยงกับ ลังกาวี โมเดล แนบชิด
รถสมัยใหม่ ใหญ่เกินไปหรือเปล่า
เมื่อพม่าชนอาเซียนที่กรุงเทพฯ แล้วไทยจะยืนอย่างไร!
วัคซีน AI เข็มแรกของโลก!
สีสัน บทวิจารณ์ ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ มีกลิ่น ตะวันตก
E-DUANG | การผนึกพลัง ทาง การเมือง เบื้องหน้า กระแส “โกงส.ว.”
ถอดรหัสความสำเร็จ ‘นักบริหาร-มือปราบ’ จากทฤษฎีสู่นวัตกรรมผลงานประจักษ์แจ้ง