E-DUANG
มีการเคลื่อนไหวหลายการเคลื่อนไหวภายหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯและส.ก.กรุงเทพมหานคร นับแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาอันถือ ได้ว่าเป็นมิติที่ก้าวหน้าในทางการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นการได้มาซึ่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ในตำแหน่งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร
ไม่ว่าจะเป็นการได้มาซึ่ง น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ในตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร
แต่ละการเคลื่อนไหวดำเนินไปในลักษณะ”จุดประกาย”
จุดประกายความหวังให้เกิดขึ้นเมื่อมองผ่านคะแนนความนิยมกว่า 1.6 ล้านที่คนกรุงเทพมหานครมองให้ นายชัชชาติ สิทธิ พันธุ์
ถือได้ว่าเป็น “อาณัติ” ถือได้ว่าเป็น”ฉันทานุมัติ”
จุดประกายแห่งนำมิติแห่งความสมานฉันท์ทางการเมืองเมื่อ ส.ก.พรรคประชาชน กับ กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มอิสระบางส่วนชู
น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ให้บริหารงานในด้าน”ข้อบัญญัติ”
จากนั้นแต่ละ”รูปธรรม”แห่งการทำงาน”ร่วม”ก็ได้บังเกิด
ตัวอย่างอย่างเด่นชัดมากที่สุดก็คือ การเห็นพ้องต้องกันให้มีการ ถ่ายทอดสด ไม่เพียงแต่ในการประชุมสภา หากแม้กระทั่งในรูปคณะกรรมการซึ่งทำงานดั่งกรรมาธิการก็รวมอยู่ด้วย
ยิ่งกว่านั้น ยังสะท้อนความริเริ่มใหม่ในเรื่องอันเกี่ยวกับ”งบ ประมาณ”
1 การพิจารณาร่างงบประมาณจะไม่เป็นความลับ
1 คณะกรรมการพิจารณาร่างงบประมาณจะไม่จำกัดเพียงในกลุ่มสมาชิกสภากทม.เท่านั้น หากแต่ยังเปิดทางให้”คนนอก” เข้ามามีบทบาท
จึงไม่เพียงแต่จะได้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก และ นายเชษฐา ทรัพย์เย็น เข้ามาในสัดส่วนของฝ่ายบริหาร
ได้ นายเอกชัย ไชยนุวัติ จากมหาวิทยาลัย
ได้ นายวรภพ วิริยะโรจน์ ศาสตราจารย์อมร พิมานมาศ หรือ แม้กระทั่ง นายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ
รวมถึง นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ เข้ามาสร้างความคึกคัก
ต้องยอมรับว่าความริเริ่มทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มมาจากพรรคประชาชน เป็นความริเริ่มตั้งแต่ยังเป็นพรรคก้าวหน้าในการเลือกตั้งปี 2565
ปี 2565 มีส.ก.เพียง 10 กว่าคน เป็นเสียงส่วนน้อย
แต่ล่วงเข้าปี 2569 มีส.ก.มากถึง 22 แม้ไม่เกินกึ่งหนึ่งแต่เป็นจำนวนมากอันดับ 1 เมื่อผนึกพลังเข้ากับกลุ่มทำงานและกลุ่มอิสระบางส่วนจึงผลักดันต่อ
แปรนามธรรมทางความคิดจาก”นโยบาย” ไปสู่รูปธรรมทาง การเมืองผ่าน”การปฏิบัติ”อย่างเป็นจริง
นี่คือตัวอย่างอันมาจากการปรองดองสมานฉันท์การเมือง
เท่านั้นยังไม่พอในวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ซึ่งมาจากพรรคประชาชนยังได้จัดงาน “แฮ็คงบประ มาณ”อย่างเปิดกว้าง
นี่คือรูปธรรมในเชิง”นโยบาย”อันพรรคประชาชนสืบทอดและ พัฒนามาจากยุคพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล
เพียงแต่ผ่องถ่ายจากสภาใหญ่มาอยู่ในสภากทม.
จากนี้จึงเห็นได้เด่นชัดว่า แท้จริงแล้ว แต่ละความริเริ่มที่เห็นผ่านกรุงเทพมหานครมิได้เป็นเรื่องใหม่เอี่ยมอย่างชนิดถอดด้าม
ตรงกันข้าม มีการปฏิบัติอย่างเป็นปรกติที่”ลำพูน”
เพราะในลำพูนนายกอบจ.และสภาอบจ.อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคประชาชน
ขณะที่ในกรุงเทพมหานครเพิ่งเห็นผ่าน”สภา”เพียง 1 เดือน
