bg-single

กางพิมพ์เขียว 5 ภารกิจหลัก ดันการศึกษาไทยมาตรฐานโลก

03.05.2026

| การศึกษา

เข้าสู่การทำงานจริงเต็มรูปแบบ สำหรับรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หลายกระทรวงมีการแถลงนโยบายกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการทำงาน

ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้มอบนโยบายโดยนำกรอบการจัดทำงบประมาณ ปี พ.ศ.2570 มาแปลงเป็นนโยบาย แบ่งเป็น 5 ภารกิจหลัก คือ

1. คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก ให้ครูได้ทำหน้าที่สอนอย่างเดียวโดยไม่ต้องทำภาระงานอื่น ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร อาหารกลางวัน จัดทำ “Work Smart” ยุบรวมโครงการซ้ำซ้อน นำเอกสารดิจิทัลมาใช้ลดงานธุรการ และเตรียมนำร่องระบบ “ครัวกลาง” ร่วมกับท้องถิ่น ไม่ให้ครูต้องมาทำหน้าที่แม่ครัวและงานจัดซื้อจัดจ้าง

2.รื้อสูตรลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ ยกเลิกการจัดสรรงบฯ รายหัวแบบเท่ากันแต่ไม่เป็นธรรม โดยจะจัดเปลี่ยนเป็นให้งบฯ “ตามความจำเป็นจริง” พร้อมผนึกกำลังดันโครงการ Thailand Zero Dropout และยกระดับทุน ODOS เพื่อรับประกันโอกาสที่เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ

3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง เปลี่ยนการเรียนการสอนแบบท่องจำเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ เน้นการคิดวิเคราะห์ และให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน ผลักดันนโยบาย “AI for All” เพื่อเตรียมความพร้อมการทดสอบตามโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA 2029

4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ 24 ชั่วโมง ทำงานเป็นทีมร่วมกับนักจิตวิทยา และนักกฎหมาย เพื่อปกป้องผู้เรียน และบุคลากรจากความรุนแรง

5. ผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ให้เกิดขึ้นภายในรัฐบาลนี้ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีทิศทาง

ทั้งนี้ ศธ.ได้วางกรอบเป้าหมายระยะ 5 ปี 2026-2030 โดยเริ่มจากการกางพิมพ์เขียว และนำร่องโครงการนวัตกรรมในช่วง 1-2 ปีแรก อาทิ ระบบเอกสารดิจิทัล และระบบครัวกลาง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษา และขยายผลการใช้ AI เพื่อช่วยงานครูทั่วประเทศ

โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในปี 2030 ที่การศึกษาไทยจะถูกพลิกโฉมอย่างเต็มรูปแบบ เด็กไทยเรียนไปมีงานทำ ทัดเทียมมาตรฐานโลก จากนั้นจะสร้าง Blueprint ด้วยพลังของทุกคน

ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องสำคัญที่ประชาชนกำลังลุ้น คือมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ในช่วงวิกฤตพลังงาน ที่นำมาสู่สถานการณ์ข้าวยากหมากแพงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2569 กลางเดือนพฤษภาคมนี้

แต่แนวทางที่ออกมากลับยังไม่โดนใจเท่าที่ควร

ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อกระเบียบสถานศึกษาที่ไม่จำเป็น หั่นค่าใช้จ่ายทันที ขอความร่วมมือสถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมอนุโลมให้ผ่อนผันการชำระเงินได้ นอกจากนี้ ยังปรับลดข้อบังคับด้านเครื่องแต่งกายให้มีความยืดหยุ่น เพื่อลดการซื้อใหม่ให้มากที่สุด อาทิ ชุดนักเรียน อนุโลมให้ใส่ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และให้โรงเรียนพิจารณาเพิ่มสัดส่วนวันใส่ชุดพละหรือชุดไปรเวทสุภาพ, ชุดลูกเสือ-เนตรนารี ไม่บังคับซื้อชุดเต็มยศ อนุโลมให้ใส่เพียง “ผ้าผูกคอและหมวก” ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้

ไปจนถึงการจัดร้านธงฟ้า สั่งร้านศึกษาภัณฑ์หั่นราคาสินค้าลง 50% กว่า 200 รายการ

แนวทางดังกล่าวยังสวนทางกับปัญหาหลักๆ คือ ปัญหาปากท้อง การเดินทาง ที่ต้องได้รับการแก้ไขแบบองค์รวม ไม่สามารถแก้ไขได้เพียงหน่วยงานเดียว

ขณะที่มาตรการที่ออกมาก็ยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะเงินบำรุงการศึกษา ที่ยังเป็นแค่ “การขอความร่วมมือให้ลด” แต่ยังไม่มีมาตรฐานกลาง เพื่อให้โรงเรียนนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งแน่นอนว่า จะมีทั้งโรงเรียนที่ให้ และไม่ให้ความร่วมมือ!!

นายประเสริฐมอบหมายให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ไปหารือ เพื่อออกแนวปฏิบัติดังกล่าว

หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตกผลึก และสรุปแนวทางช่วยลดภาระผู้ปกครอง ลดภาระประชาชน ออกมาก่อนเปิดเทอม

เพราะท้ายที่สุดแล้ว มาตรการที่ยังไม่ตอบโจทย์ อาจส่งผลให้ปัญหาเหลื่อมล้ำขยายวงกว้างยิ่งขึ้น

สุดท้ายแล้ว ผู้ที่ได้รับกรรมหนีไม่พ้น เด็กไทย ซึ่งหมายถึงอนาคตประเทศ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน