‘ช่อ พรรณิการ์’ เล็กเชอร์ ‘ศุภจี’ เศรษฐศาสตร์การเมือง เรื่อง ‘ทุเรียน’
เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
หมายเหตุ “ช่อ-พรรณิการ์ วานิช” อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์รายการ The Politics ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 27 เมษายน ถึงปัญหาเรื่อง “ทุเรียน” และวิจารณ์แนวทางการแก้ไขปัญหาของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดิฉันตั้งต้นแบบนี้ก่อน สังเกตไหมว่าเรื่องทุเรียนวันนี้ (27 เมษายน 2569) กลายเป็นเรื่องระดับชาติเร็วมาก คือมันไฟลามทุ่งแทบจะครึ่งวันด้วยซ้ำ เมื่อวานนี้ยังแทบไม่มีคนพูดถึงเลย (แต่) ตลอดบ่ายนี้คือเละเทะไปหมดเลย
อันนี้ในมุมมองส่วนตัว ดิฉันคิดว่าทุเรียนมันแทบจะเป็นความหวัง เป็นปราการด่านสุดท้ายของเกษตรกรไทย ว่าปลูกอะไรแล้วไม่เจ๊ง ปลูกอะไรแล้วไม่เป็นหนี้ มันแทบจะเหลือแค่ทุเรียน พืชผลเกษตรจำนวนมากปลูกอะไรก็มีปัญหา ยันโกโก้ที่แนะนำให้ปลูกกันใหม่ๆ
แต่ทุเรียนเป็นสวนที่ยังประคองตัวได้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้ แล้วก็สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจริงๆ พอมาถึงเรื่องทุเรียน แล้วเกิดความผิดพลาดขึ้น มันจึงเหมือนเป็นความรู้สึกว่า นี่มันหยาดสุดท้ายแล้วนะที่ปลูกแล้วรวย มันหวั่นใจมากว่า หรือการเป็นเกษตรในประเทศนี้มันไม่มีอะไรเลยที่ปลูกแล้วจะลืมตาอ้าปากได้
ในอีกแง่หนึ่ง ทุเรียนก็เป็นผลไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เพราะฉะนั้น กระทบประชาชนจำนวนมาก มันก็เลยทำให้เกิดเสียงดังโดยปริยาย มันไม่ใช่เฉพาะแค่คนที่ปลูก แต่ (รวมถึง) คนที่อยู่ในวงจร (การค้าขายทุเรียน) ทั้งหมดเลย
ทีนี้ ปัญหามันเกิดขึ้นได้อย่างไร? ดิฉันเองก็คุ้นเคยกับติ๊กต็อกพอสมควร แล้วเราก็ทราบกันดี ถ้าใครที่เป็นชาวติ๊กต็อกก็จะรู้ว่าของที่ขายในติ๊กต็อกเป็นของราคาถูกอยู่แล้ว เราไม่ค่อยเห็นของที่ราคาแพงกว่าตลาดขายในติ๊กต็อก ส่วนใหญ่ที่คนเขาไปซื้อในติ๊กต็อกก็เพราะว่ามันถูก
พูดง่ายๆ ก็คือ “การขายทุบราคา” เป็นเรื่องปกติของติ๊กต็อก แล้วมันเป็นเรื่องที่คนซื้อ-คนขายเขารับรู้ร่วมกันว่าขายทุบราคา แต่ของที่ได้ก็ประมาณนี้นะ มันก็ตามราคา ตามสภาพ เขาก็ยอมรับกันได้ อยากได้ของถูกน่ะ ราคาประมาณนี้ คุณภาพประมาณนี้ เราใช้ได้
มันไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าคุณ “พิมรี่พาย” จะไลฟ์ขายทุเรียนลูกละร้อย ซึ่งธุรกิจการขายของคุณพิมรี่พายเขาก็เป็นแบบนี้อยู่ตลอดอยู่แล้ว เช่นเดียวกับดาวติ๊กต็อกที่ไลฟ์ขายของคนอื่นๆ
มันมาเกิดจุดหักเหสำคัญ ก็คือคนที่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือรัฐมนตรีพาณิชย์ (ศุภจี สุธรรมพันธุ์) ซึ่งรัฐมนตรีพาณิชย์คนนี้ ประวัติการทำงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?
ดิฉันไล่ให้ฟัง มะพร้าวราคาตก คุณศุภจีประกาศว่าจะทำ “ล้งกลาง” จนถึงวันนี้ ชาวสวนมะพร้าวยังทวงถามอยู่เลยว่า ไหนล้งกลาง? นี่คือกรณีที่หนึ่งที่เกษตรกรทั่วฟ้าเมืองไทยเขาจำคุณศุภจี
กรณีที่สอง ปาล์ม อยู่ดีๆ สั่งห้ามส่งออกยกเว้นมีใบอนุญาต ปาล์มราคาตกฮวบ เกษตรกรสวนปาล์มซึ่งกำลังยินดีที่ปาล์มมันราคาดี ก็บอกว่า เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น? ปาล์มเราราคาดีอยู่ดีๆ ปรากฏว่าสั่งห้ามส่งออก ปาล์มตกฮวบเลย
มีกรณีอะไรอีก ปุ๋ย (บอกว่า) มีสต๊อกปุ๋ยตอนแรกถึงเดือนสิงหาคม แล้วต่อมาก็ยอมรับว่ามีถึงแค่เมษายน จนถึงตอนนี้จะหมดเมษายน ยังไม่รู้ว่าตกลงเรื่องปุ๋ยเป็นอย่างไร เข้าใจว่าคุณสุริยะ (จึงรุ่งเรืองกิจ) ในฐานะรัฐมนตรีเกษตรฯ กำลังไปดีลปุ๋ยรัสเซียอยู่ ถ้าดีลมาได้จริง ก็น่าจะคลี่คลายปัญหาเรื่องปุ๋ยไปได้
แล้วก็มาล่าสุดคือเรื่องทุเรียน
เรื่องทุเรียนมันยิ่งหนักที่สุดในบรรดาทุกเรื่องหรือเปล่าไม่รู้ ทุเรียนปัญหาใหญ่ของมันคืออะไร?
ปัญหาคือทุเรียนมีปัญหาเยอะ ถึงแม้เราจะพูดว่าชาวสวนทุเรียนแทบจะเป็นสวนประเภทเดียวที่ลืมตาอ้าปากได้ แต่ก็มีปัญหาของมัน
ปัญหาของทุเรียน หลักๆ เลย “เรื่องล้งจีน” ผูกขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ ตลาดส่งออกคือจีนแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ล้งเลยกลายเป็นล้งจีนร้อยเปอร์เซ็นต์ กลายเป็น “ธุรกิจทุเรียนศูนย์เหรียญ” ที่เกษตรกรบอกว่าไม่ได้อะไรเลย จีนมาปลูก จีนมาเก็บ จีนมาส่งขายจีน
ตกลงยอดส่งออกทุเรียนทั้งหมดที่เราเห็น ปีละ 1 ล้านตันบวก มันกลายเป็นจีนมาใช้ที่ดินเราปลูก แล้วก็ส่งไปจีนหมดเลย นี่คือปัญหาที่หนึ่ง
ปัญหาที่สองใหญ่มากเช่นกัน คือ “ทุเรียนสวมสิทธิ์” หลักๆ เป็นทุเรียนสวมสิทธิ์จากเวียดนาม แล้วตอนนี้มีอินโดฯ และกัมพูชา บอกว่าเป็นทุเรียนไทย จริงๆ ไม่ใช่ เป็นทุเรียนที่ลักลอบนำเข้ามา แล้วทำให้เกิดปัญหาที่สามตามมา ซึ่งอันนี้เป็นทั้งทุเรียนสวมสิทธิ์และไม่สวมสิทธิ์ คือ “การคุมคุณภาพทุเรียนอ่อน”
เวลาไปจันทบุรีคุณจะเห็นป้ายนี้ “ทุเรียนอ่อน บ่อนทำลายชาติ” มันเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าคุณขายทุเรียนอ่อน ตลาดจะกระทบกันหมด เพราะว่าเวลามันถูกตีกลับ มันถูกตีกลับทั้งล็อต เพราะฉะนั้น คุณไประยอง จันทบุรี คุณจะเจอป้ายนี้เลย ใหญ่มาก คืออย่าขายทุเรียนอ่อน ทีนี้ พอยิ่งมันเป็นทุเรียนสวมสิทธิ์ ก็ยิ่งควบคุมคุณภาพไม่ได้
ล้งจีน, ทุเรียนสวมสิทธิ์ และปัญหาทุเรียนอ่อน การควบคุมคุณภาพทุเรียน (ยังมี) ปัญหาอะไรอีก?
ต้นทุนสูง แน่นอน (เรื่อง) ปุ๋ยเราเพิ่งพูดไปเมื่อสักครู่ (เรื่อง) น้ำ สวนทุเรียนใช้น้ำมหาศาล แล้วปีนี้เป็นปี “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปีแล้งมาก ชาวสวนทุเรียนยังจะเจอพายุฤดูร้อน เพราะฉะนั้น คุณต้นทุนสูงและ (เจอ) ภัยธรรมชาติที่ทวีเพิ่มขึ้นทุกปี
เวลาพายุมามันเดือดร้อนกันทุกสวนนั่นแหละ แต่เวลาทุเรียนมันไปจากพายุ มูลค่าความเสียหายมหาศาล มันต้องมีการพูดเรื่องประกันภัยภัยธรรมชาติ หรือการสร้างความมั่นใจอะไรบางอย่าง
ปีนี้จะเป็นปีที่ทุเรียนออกผลผลิตมากกว่าปกติ เป็นการคำนวณจากสภาพดินฟ้าอากาศ เขาบอกว่าทุเรียนจะออก (ผล) เพิ่มขึ้นประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์
ถ้าแค่พายุฤดูร้อน มูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 130,000 ล้านบาท จากการขายทุเรียนประมาณ 1 ล้านตันบวก จะลดลงไปประมาณ 6,000 ล้านบาท แต่ถ้าเกิดเจอภัยแล้งรุนแรงแล้วมาในช่วงทุเรียนออกดอก ก็จะทำให้มูลค่าเศรษฐกิจหายไปถึง 20,000 ล้านบาท
นี่คือสิ่งที่ชาวสวนทุเรียนกังวลว่า การรับมือภัยธรรมชาติที่หนักข้อขึ้นทุกวัน อันนี้จะมีมาตรการอะไรที่ช่วยเขาได้บ้าง?
ทั้งหมดทั้งปวงที่พูดมา มีอะไรที่ช่วยได้โดยไลฟ์ติ๊กต็อกไหม?
