คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
FB : @Pitsanuofficial
ฟุตบอลโลก 2026 จะมีขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ จำนวนทีมฟุตบอลที่เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายเพิ่มจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม
การแข่งขันเพิ่มจาก 64 แมตช์ เป็น 104 แมตช์ แฟนฟุตบอลได้ดูกันเต็มอิ่ม
เครือข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ (National Broadband Network) ของประเทศออสเตรเลียทำการศึกษาคนออสเตรเลีย พบว่า คนออสซี่ดูการแข่งขันกีฬามากถึง 60 ล้านชั่วโมงใน 1 สัปดาห์
การศึกษายังพบว่า ผู้คน 7 ล้านคนเชื่อว่าประสบการณ์การเชียร์กีฬาในบ้านดีกว่าการชมการแข่งขันในสนามกีฬา เพราะการดูหรือเชียร์กีฬาที่บ้านทำให้พวกเขาใกล้ชิดการแข่งขันมากกว่าดูในสนาม
จากการศึกษาพบว่า การดูกีฬาที่บ้านดีต่อสุขภาพจิต ส่งเสริมความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และลดอาชญากรรม
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) ในกรุงโตเกียวได้วิเคราะห์ถึงอิทธิพลของการดูกีฬาในคนญี่ปุ่น 20,000 คน พบว่า การมีสุขภาพดีขึ้น สัมพันธ์กับการดูกีฬาอย่างสม่ำเสมอ
ในการศึกษาครั้งที่สอง นักวิจัยของมหาวิทยาลัยวาเซดะทำการสำรวจออนไลน์ เพื่อหาคำตอบของความสัมพันธ์ระหว่างการดูกีฬากับความสุขที่มากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของกีฬาที่ดู
การศึกษาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการสำรวจ 208 คน โดยให้ทุกคนดูวิดีโอกีฬาประเภทต่างๆ
จากนั้นประเมินความสุขของกลุ่มสำรวจทั้งก่อนและหลังการดูกีฬา
ผลการศึกษาพบว่า กีฬาอย่างเช่นเบสบอลซึ่งได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น มีผลให้มีความสุขเพิ่มขึ้นมากกว่า เมื่อเทียบกับการดูกีฬาที่ได้รับความนิยมน้อยลงมา เช่น กอล์ฟ

ในการศึกษาครั้งที่สาม ทีมวิจัยใช้เทคนิคการถ่ายภาพทางประสาทเพื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลง ในกิจกรรมของสมองหลังจากการดูกีฬา โดยใช้กระบวนการวัดการถ่ายภาพ MRI ของผู้เข้าร่วม 14 คนที่ได้รับการวิเคราะห์ในระหว่างที่พวกเขาดูคลิปกีฬา
ผลการวิจัยนี้พบว่า การดูกีฬาได้กระตุ้นการทำงานในสมอง ทำให้มีความสุขหรือพึงพอใจในชีวิตมากขึ้น
ในบางประเทศ ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกช่วยลดอัตราการก่ออาชญากรรมในประเทศ เพราะโจรหรืออาชญากรก็หยุดปล้น หยุดก่ออาชญากรรมเพื่อเชียร์ฟุตบอลโลกเหมือนกัน
ขณะเดียวกัน คนก็รีบกลับบ้านเพื่อไปเชียร์ฟุตบอลโลก ไม่ได้อยู่นอกบ้าน ทำให้โอกาสก่อเรื่องวุ่นวายน้อยลง
ประเทศอุรุกวัย มีตัวเลขอย่างเป็นทางการว่าช่วงฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่บราซิล อาชญากรรมในอุรุกวัยลดลงจริงๆ
ในเกมนัดสำคัญที่ทีมชาติอุรุกวัยหรือทีมดังๆ ลงแข่งขัน อาชญากรรมการปล้นบ้านเรือนและอาชญากรรมบนท้องถนนในเมือง มอนเตวิเดโอ (Montevideo) เมืองหลวงของอุรุกวัย ลดลงถึง 15%
แต่ในการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร ไม่มีผลต่อการลดลงของอาชญากรรมแต่อย่างใด
ส่วนที่ประเทศเคนยา แม้ทีมชาติจะไม่ได้ลงแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2014 แต่ตำรวจในเมืองคิซูมู (Kisumu) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเคนยา รายงานว่า ช่วงฟุตบอลโลก อัตราอาชญากรรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มที่มักก่ออาชญากรรม มีกิจกรรมทำ นั่นคือการเชียร์ฟุตบอลโลก ไม่หาเรื่องก่ออาชญากรรมตามท้องถนน
กีฬานัดสำคัญๆ มีผลต่ออัตราการก่ออาชญากรรมในประเทศ
ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในชั่วโมงที่แมนนี่ ปาเกียว ขึ้นชก อัตราการก่ออาชญากรรมในฟิลิปปินส์แทบจะเหลือ 0% เพราะทั้งคนร้ายและคนดีนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เชียร์แมนนี่ ปาเกียว
เช่นเดียวกับที่อเมริกา การแข่งขันอเมริกันฟุตบอล NFL ชิงแชมป์ Super Bowl ซึ่งสำหรับคนอเมริกันมีความยิ่งใหญ่เหมือนการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ
ทุกปีมีคนอเมริกันกว่า 100 ล้านคนหรือ 1 ใน 3 ของคนทั้งประเทศ ชมการถ่ายทอดสด Super Bowl โดยช่วงถ่ายทอดสดการแข่งขัน Super Bowl พบว่า ในเมืองชิคาโก อัตราการก่ออาชญากรรมลดลงถึง 25%
