E-DUANG
ความอึกทึกครึกโครมอันสะท้อนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สัมพันธ์กับ”เจ้ากระทรวง”
แต่ก็มิอาจแยกขาดจาก”นโยบาย”ได้
เนื่องจากปัญหาของทุเรียน ปัญหาของมะพร้าว ปัญหาของมะม่วง ล้วนเป็นผลิตผลทาง”การเกษตร”
ขณะเดียวกัน ปัญหาของการโยกย้าย”อธิบดี”เป็นเรื่องการบริหารจัดการทางด้าน”บุคลากร” เมื่อมีการอ้างว่าเหลือเวลาอีกไม่นานก็เกษียณก็สมควรโยกย้าย
อย่าได้แปลกใจที่จะมี”นักข่าว”ไปถาม”นายกรัฐมนตรี”
แม้นายกรัฐมนตรีจะยืนยันว่าให้เป็นการตัดสินใจของรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง เกษตรและสหกรณ์
กระนั้น เมื่อมองเห็นแต่ละปัญหาทั้งเรื่องของทุเรียน ทั้งเรื่อง ของมะพร้าว แม้จะเป็นเรื่องของราคา เรื่องของการหาตลาด แต่ก็มิได้ห่างไกลของการเกษตร
เส้นทาง”เกษตร”กับ”พาณิชย์”จึงสัมพันธ์กัน
การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านนำเสนอญัตติให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิ การวิสามัญเพื่อศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาการผลิตและราคาพืชผลการเกษตรจึงสำคัญ
น่าเสียดายที่ไม่ได้รับความสนใจอย่างจริงจังจากทางด้านของรัฐบาล
ผลก็คือญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านต้องตกไปโดยปริยาย
ทั้งๆที่บทสรุปการอภิปรายอันมาจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเรียก ร้องอย่างจริงจังให้ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์
นั่นคือ นิยามที่ว่า “2 บิกสุ” นั่นคือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
บทสรุปของพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความลึกซึ้งในประเด็น
เพราะเห็นว่าที่รับผิดชอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น พรรคเพื่อไทย ที่รับผิดชอบกระทรวงพาณิชย์เป็นพรรคภูมิใจไทย
หาก 2 กระทรวงนี้ไม่หันหน้าเข้าหากันก็ยากจะผ่านอุปสรรค
ตามโครงสร้างการบริหารในแบบที่พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย สะสมความจัดเจน
ในเบื้องต้น”รองนายกรัฐมนตรี”ของ 2 พรรคจะต้องคุยกัน
เป็นรองนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เป็นรองนายกรัฐ มนตรีจากพรรคเพื่อไทย
เพื่อมิให้ปัญหาต้องเคลื่อนไปถึงมือ”นายกรัฐมนตรี”
ภายใต้โครงสร้างที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น”ต้นน้ำ” ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เป็น”ปลายน้ำ”
หากสามารถจับมือก็จะสามารถบูรณาการได้
คำถามอยู่ที่ว่ารองนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยกับรองนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยจะสามารถจับมือ แลกเปลี่ยนปัญหาและก่อเกิดบูรณาการในการบริหารจัดการได้หรือไม่
คำตอบขึ้นกับพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
ความอื้อฉาวอันเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ความอื้อฉาวอันปะทุขึ้นในกระทรวงพาณิชย์เป็นปัญหาแน่นอน
แต่ปัญหานี้จะได้รับการแปรเป็น”โอกาส”หรือไม่
มิได้เป็นคำถามต่อรองนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยและรองนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเท่านั้น
หากยังเป็นคำถามต่อ”นายกรัฐมนตรี”อย่างแหลมคม
