มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
ถิ่นพำนักของผู้เขียน เดิมทีเรียกขานกันว่า หมู่บ้านอาคารสงเคราะห์ แต่ด้วยทำเลอยู่ห่างจากถนนสาทรไม่ถึงกิโลเมตร เลยต้องตอบข้อสงสัยอยู่เสมอว่าใครสงเคราะห์ใคร ยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยังบอกว่าเคยอยู่ย่านนี้ สมัยที่เรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ
หมู่บ้านอาคารสงเคราะห์ในอดีตเข้าได้หลายทาง คือถนนสวนพลูและถนนนางลิ้นจี่ ทางทิศตะวันออก และถนนจันทน์และถนนเซนต์หลุยส์ ทางทิศตะวันตก มีคลองช่องนนทรีที่มีบ้านเรือนเพิงพักริมคลอง ผ่ากลางพื้นที่
ต่อมากรุงเทพมหานครตัดถนนกว้างสี่เลนขนาบสองฝั่งคลอง จากถนนพระรามที่สาม ขึ้นเหนือไปจนถึงถนนสุรวงศ์ ซึ่งได้รับพระราชทานนามถนนว่า นราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี
รวมทั้งขุดขยายแนวคลอง ฝังท่อระบายน้ำเสีย ไปจนถึงโรงงานบำบัดน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะเดียวกันก็ใช้คลองเป็นทางระบายน้ำและแก้มลิงในช่วงฤดูฝน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำเน่าของหมู่บ้าน
หลายปีที่ผ่านมา ผู้บริหาร กทม.หลายคน ยังทุ่มงบประมาณจัดสวนริมคลอง อยากให้สวยงามสู้คลองชองกเยชอนที่เกาหลีได้
ย้อนกลับไปในอดีต พื้นที่ทางทิศใต้ของถนนสาทร เป็นที่ลุ่ม ทุ่งโล่ง ยังไม่มีผู้คนอาศัย รัฐบาลจึงกำหนดให้เป็นที่ตั้งศูนย์ราชการ ประกอบด้วย สำนักงานและบ้านพักกองทัพเรือไทย บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย ที่มีหอรับส่งสัญญาณสูง จนเป็นที่มาของคำว่า ทุ่งมหาเมฆ
ยังมีองค์การโทรศัพท์ฯ (เก่า) บจม.โทรคมนาคมแห่งชาติ (ใหม่) และสำนักงานสาขาการประปา วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ และสถานสงเคราะห์เด็กชาย บ้านมหาเมฆ
เพื่อช่วยเหลือครอบครัวข้าราชการที่ต้องมาทำงานในพื้นที่เปิดใหม่ จึงจัดสวัสดิการที่อยู่อาศัยให้ ประกอบด้วย บ้านพักสองชั้น แบบสมัยใหม่ ก่อสร้างด้วยชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป โดยบริษัทเดอ เกอร์มองต์ จากประเทศฝรั่งเศส บนแปลงที่ดินจัดสรรหลายร้อยหน่วย ที่มีการวางผังอย่างดีเป็นระบบ มีถนนสายหลัก รอง และซอย ทางเท้า ท่อระบายน้ำฝน สวนสาธารณะ และโรงเรียน
รวมทั้งนำระบบสินเชื่อบ้าน Mortgage มาใช้เป็นครั้งแรก
ความแปลกใหม่ทันสมัยของอาคารสงเคราะห์ ที่เปิดตัวในปี พ.ศ.2504 ทั้งรูปแบบบ้าน วัสดุก่อสร้าง ผังโครงการ และการผ่อนชำระรายเดือนระยะยาว กลับทำให้ไม่เป็นที่นิยม สิทธิ์ในการครอบครองจึงเปลี่ยนมือจากข้าราชการมาสู่ประชาชนทั่วไป ที่เลือกทำเลใกล้กับถนนจันทน์ ไม่ไกลจากบางรัก
อีกทั้งข้าราชการบางคนย้ายออกในเวลาต่อมา เมื่อย้ายที่ทำงาน หรือมีตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้นในเวลาต่อมา
ปัจจัยสำคัญคือ ความเจริญของบ้านเมือง เมื่อสีลม สุรวงศ์ และสาทรกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ โดยเฉพาะการตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์
ทำให้หมู่บ้านอาคารสงเคราะห์เปลี่ยนไป
เริ่มจากการต่อเติมบ้านเดิม หรือสร้างบ้านใหม่ แทนหลังเก่าที่ชำรุด มาเป็นอาคารพาณิชย์พักอาศัย สูงสามสี่ชั้น รวมทั้งเปลี่ยนการใช้ จากพักอาศัย เป็นสำนักงาน ร้านอาหาร คลังสินค้าขนาดเล็ก รวมทั้งบ้านเด็กเล็ก และโรงเรียนอนุบาล
จนถึงปีปัจจุบัน กลายเป็นอาคารขนาดใหญ่สูงไม่เกินยี่สิบสามเมตร ตามขนาดถนนที่กำหนดในกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคาร สำหรับครอบครัวใหญ่ หรือหลายครอบครัว อาคารพักอาศัยรวม สำนักงาน และแบบผสมรวม มิกซ์ยูส ที่กำลังเป็นที่นิยม
ด้วยความเห็นส่วนบุคคลของพนักงานผู้อนุญาตก่อสร้าง ทำให้เกิดความหลากหลาย ทั้งขนาด จำนวนชั้น ความสูง ระยะถอยร่น และช่องเปิด ผนวกรวมกับความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกและเจ้าของ บ้านอาคารสงเคราะห์ รูปทรงเป็นกล่องเหมือนกันในอดีต จึงกลายเป็นอาคารที่รูปแบบหลากหลายแตกต่างกันในปัจจุบัน
เกิดเป็นรูปสัณฐานเมืองแบบใหม่ แบบมิกซ์ยูสหนาแน่นกลางเมือง
รูปแบบการพัฒนาสถาปัตยกรรมและผังเมือง แบบนี้ไม่มีในตำราวิชาการ หรือไม่ปรากฏในยุโรปอเมริกา หากเป็นแบบไทยแทร่ ที่คนไทยสร้างสรรค์ขึ้นมา เหมือนผัดไทยและข้าวซอย ที่ต่อไปอาจได้รับความนิยม และแพร่หลายไปต่างประเทศ
