การมีเพศสัมพันธ์ ก่อนลงแข่งขันกีฬา เป็นโทษหรือเป็นประโยชน์
คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
Facebook : @Pitsanuofficial
เป็นประเด็นถกเถียงกันมานานในวงการกีฬา ว่าการที่นักกีฬาโดยเฉพาะนักกีฬาชาย การมีเพศสัมพันธ์ก่อนลงแข่งขันกีฬา จะมีประโยชน์หรือเป็นโทษ ส่งผลดีหรือส่งผลเสียในการแข่งขัน
ฟุตบอลโลกทุกครั้งที่ผ่านๆ มาในอดีต มีทั้งชาติที่อนุญาตและห้ามเด็ดขาด
แต่ฟุตบอลโลกปีนี้ ยังไม่มีข่าวว่า โค้ชทีมชาติคนไหนออกกฎเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ของ นักฟุตบอล ทีมชาติ
ฟุตบอลโลกในอดีต ประเด็นที่สื่อมวลชน และแฟนฟุตบอลให้ความสนใจก็คือเรื่องภรรยา และแฟนสาวของนักเตะ ว่าทางผู้จัดการทีมอนุญาตให้นักเตะพักร่วมห้องกับภรรยาหรือแฟนสาวในช่วงแข่งขันฟุตบอลโลกได้หรือไม่
ประเด็นร้อนที่ถกเถียงกันในตอนนั้นก็คือ การให้นักเตะนอนร่วมห้องกับภรรยาหรือนอนแยกห้องกับภรรยา อย่างไหนจะช่วยให้นักเตะแสดงฝีเท้าได้เต็มที่มากกว่ากัน
ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการที่ให้ภรรยานอนร่วมห้องกับนักเตะ ให้เหตุผลสนับสนุนว่า การได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกเมีย หรือแฟนสาว จะช่วยคลายความเครียด ความกดดัน ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก
ส่วนฝ่ายที่เห็นด้วยกับการที่ให้ภรรยานอนแยกห้องกับนักเตะ ก็บอกว่าจะช่วยให้นักเตะมุ่งมั่น มีสมาธิกับเกมการแข่งขันอย่างเต็มที่ เก็บแรงไว้ลงแข่งขัน ไม่เสียแรงไปกับการทำกิจกรรมอื่นร่วมกับภรรยาหรือแฟนสาว
เรื่องนี้มีการทำการค้นคว้าศึกษากันมาตลอด เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องน่าขบขัน น่าอาย ซึ่งหลายสถาบันที่ทำการศึกษา มีรายงานผลที่น่าสนใจดังนี้
จากการสำรวจ จัดทำโดย รองเท้าวิ่งยี่ห้อ Brooks ถามความเห็นของนักวิ่งหญิงและชาย จำนวน 1,000 คน ที่อายุไม่เกิน 40 ปี ว่าการมีเพศสัมพันธ์ในคืนก่อนวันแข่งขันวิ่งนั้น มีผลอย่างไรต่อการวิ่งแข่ง ซึ่งผลออกมาว่า
48% บอกว่าการกุ๊กกิ๊กก่อนวันแข่งนั้น ช่วยให้แสดงผลงานการวิ่งได้ดีขึ้น
เรื่องนี้มีแพทย์วิเคราะห์ ออกความเห็นว่า สำหรับคนที่เห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์ช่วยให้วิ่งได้ดีขึ้นนั้น อาจเป็นไปได้ว่า เหมือนเป็นการออกกำลังอบอุ่นร่างกายก่อนแข่งขันจริง ช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่นก่อนวิ่ง
นอกจากนี้ การกุ๊กกิ๊กทำให้ร่างกายผ่อนคลาย มีความสุข หลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย จิตใจปลอดโปร่ง ลดอาการเครียด
ส่วนความเชื่อที่ว่า การกุ๊กกิ๊กในคืนก่อนแข่งขันจะทำให้นักกีฬาแรงหดเมื่อถึงวันแข่งจริงนั้น
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ให้เหุตผลแย้งว่า หากจะมีเพศสัมพันธ์ถึงขั้นแรงหมดในวันรุ่งขึ้นจนส่งผลเสียต่อการแข่งขันกีฬานั้น ต้องกุ๊กกิ๊กกันนานหลายชั่วโมง ซึ่งคนปกติทั่วไปไม่ใช้เวลานานปานนั้น
เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแข่งขันจะเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษนั้น ว่าไปแล้วเป็นเรื่องเฉพาะของนักกีฬาแต่ละคน
อย่างมูฮัมหมัด อาลี มีข่าวเล่าต่อๆ กันมาว่า อาลีไม่ยอมมีกุ๊กกิ๊กกับสาวที่ไหนนานถึง 2 เดือนก่อนการชก เพราะเกรงว่าการกุ๊กกิ๊กกับสาวจะทำให้ไม่ดุดันเมื่อถึงวันชกจริง
มีคำคมชวนให้คิดของ เคซีย์ สเตนเกิ่ล (Casey Stengel) ผู้จัดการทีมเบสบอล นิวยอร์กแยงกี้ส์ (New York Yankees) ระหว่างปี 1949 ถึง 1960 และช่วยให้ทีมได้แชมป์ World Series 7 สมัย พูดไว้อย่างคมคายและขบขันว่า…
มันไม่ใช่เซ็กซ์ที่ทำให้นักกีฬาทำผลงานไม่ดีเวลาแข่งขัน แต่การไม่ได้หลับทั้งคืนเพื่อหาคนที่จะมีเซ็กซ์ด้วยต่างหากที่ทำให้แสดงผลงานไม่ดีในวันแข่ง
ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ ลูอิซ เฟลิเป้ สโกลารี่ (Luiz Felipe Scolari) โค้ชทีมชาติบราซิลออกกฎข้อบังคับที่แปลก ไม่เหมือนโค้ชฟุตบอลคนไหนมาก่อน เขาอนุญาตให้นักเตะทีมชาติบราซิลกุ๊กกิ๊กกับภรรยา หรือแฟนสาวในช่วงแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ได้เพราะเป็นความสุขตามธรรมชาติ และคลายเครียด
แต่มีข้อห้ามคือ ห้ามแสดงลีลากายกรรมผาดโผน (acrobatic sex) เพราะกลัวว่านักเตะทีมชาติบราซิลจะใช้ท่ายาก เสียพลังเยอะไป จนอาจได้รับบาดเจ็บได้
ตอนนั้นหลายคนสงสัยว่าสโกลารี่จะทราบได้อย่างไรว่านักเตะบราซิลในทีมจะแสดงท่าผาดโผนกับภรรยาหรือแฟนสาว
สโกลารี่ไม่ลงรายละเอียด แต่บอกว่าเขาเฝ้าตรวจสอบพฤติกรรมของนักเตะกับภรรยาหรือแฟนสาวอย่างใกล้ชิดสุดสุด
