| สุจิตต์ วงษ์เทศ

ชาวไร่ชาวนาเป็นประชาชน มี 2 พวก คือ พวกที่สูงกับพวกที่ราบ ซึ่งมีวิถีทำไร่ทำนาต่างกัน คือพวกที่สูงเป็นข่า-ข้า “เฮ็ดไฮ่” หมุนเวียนด้วยการเผาไฟ ส่วนพวกที่ราบลุ่มทำนาทดน้ำ

มีคำคล้องจองดั้งเดิมบอกวิถีคนสองพวกนี้ว่า “ส่าไปตอยไฟ ไตไปตอยน้ำ” (ส่า คือ ข่า หรือขี้ข้า)

หลังจากนั้นผสมกลมกลืนเป็นประชาชนพวกเดียวกัน มีอาชีพทำนาทำไร่

พวกที่สูง “เฮ็ดไฮ่”

พวกนี้อาศัยอยู่บริเวณป่าเขาลำเนาไพร มีแหล่งเพาะปลูกน้อย มีแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอเพาะปลูกด้วยระบบที่เรียกว่า “เฮ็ดไฮ่” (ทำไร่) หรือแบบล้าหลัง

คือเอาไฟเผาป่าให้ราบลงเป็นแปลงเท่าที่ต้องการ ไม่ต้องพรวน ไม่ต้องไถ อย่างดีก็เอาจอบช่วยเกลี่ยหน้าดินนิดหน่อย แล้วก็เอาไม้ปลายแหลมแทงดินให้เป็นรู เอาเมล็ดพันธุ์พืชหยอดลงทีละรูๆ แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ตามยถากรรม แล้วแต่ดิน ฝน และแดด

แต่พันธุ์พืชหรือพันธุ์ข้าวชนิดที่ปลูกก็เป็นพันธุ์ป่าชนิดที่ไม่ต้องขวนขวายทดน้ำมาหล่อเลี้ยง พอพืชโตได้ที่มีดอกออกผลก็เก็บเกี่ยวแล้วก็ทิ้งดินแปลงนั้นให้หญ้าและต้นไม้ขึ้นรกชัฏไปตามเรื่อง ใช้ได้ครั้งเดียว ปีรุ่งขึ้นก็ขยับไปเผาป่าในที่ถัดออกไปใหม่ ขยับเวียนไปรอบทิศตามสะดวก ไม่มีใครหวงห้ามหรือจับจอง

บางที 2-3 ปีผ่านไป ก็หันกลับมาเผาที่ตรงแปลงเดิมใหม่ แต่ถ้าหากดินจืด ใช้ไม่ได้ผล ก็ย้ายหมู่บ้านกันเสียที ไปเลือกทำเลใหม่ หอบไปแต่สิ่งของสำคัญๆ ไม่มีสมบัติ

การเพาะปลูกแบบนี้ผลิตอาหารได้น้อย เพราะมีพื้นที่น้อย และทำได้ไม่สม่ำเสมอ ฉะนั้นนอกจากจะมีอาหารเลี้ยงคนได้น้อยแล้ว ยังเป็นเหตุให้ชุมชนต้องเคลื่อนย้ายไปตามแหล่งเพาะปลูกแห่งใหม่อยู่เสมอๆ

พวกนี้จึงมีลักษณะทางสังคมเป็นแบบ “ชนเผ่า” ที่อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งหลักแหล่งถาวรไม่ได้ ขยายตัวเป็นบ้านเมืองก็ไม่ได้

ชาวสะเตียง (พูดมอญ-เขมร) คนแรกถือไม้แทงดินเป็นหลุม ส่วนคนหลังหยอดเมล็ดพันธุ์ลงหลุมที่คนแรกแทงไว้ (ภาพวาดลายเส้น โดย เอ. โบกรูต์ จากรูปสเก๊ตช์ของมูโอต์ จากหนังสือ บันทึกการเดินทางของ อ็องรี มูโอต์ แปลโดย กรรณิกา จรรย์แสง สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2558)

พวกที่ราบ “เฮ็ดนา”

พวกนี้อาศัยบริเวณที่ราบลุ่มในหุบเขา ที่ราบลุ่มแม่น้ำ และที่ราบตามชายฝั่งทะเลซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูกกว้างขวางกว่าเขตที่สูง

มีน้ำท่วมถึง หรือมีการชักน้ำเข้ามาหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ที่เพาะปลูกได้ ทำให้มีโคลนหรือตะกอนจากที่อื่นๆ เข้ามาทับถมกลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติ ที่ดินจึงมีความอุดมสมบูรณ์เสมอๆ ทุกๆ ปี จนไม่ต้องโยกย้ายไปหาที่เพาะปลูกใหม่ และสามารถเก็บเกี่ยวพืชผลได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยพอเลี้ยงคนได้จำนวนมาก ทั้งมีส่วนเกินพอที่จะนำไปแลกเปลี่ยนสิ่งของกับชุมชนอื่นๆ ด้วย ทำให้ท้องถิ่นนั้นๆ มีผู้คนหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุดก็แบ่งงานกันทำกิจกรรมเฉพาะ รวมทั้งมีโอกาสร่วมมือในกิจการงานด้านต่างๆ เช่น ทดน้ำหรือระบายน้ำเพื่อการเพาะปลูก ติดต่อแลกเปลี่ยนสิ่งของกับชุมชนอื่น และขยายชุมชนไปยังบริเวณใกล้เคียง

ฉะนั้น เขตนี้มักมีพัฒนาการจาก “หมู่บ้าน” เป็น “เมือง” แล้วก้าวหน้าเป็น “รัฐ” และ”อาณาจักร” ได้

แต่ก็มิได้หมายความว่าทุกหนทุกแห่งในเขตที่ราบจะมีโอกาสก้าวหน้าได้เหมือนกันหมด เพราะยังมีข้อแตกต่างกันด้านอื่นๆ ที่อาจเป็นทั้งสิ่งเอื้ออำนวยและข้อจำกัดอีก

คนหนึ่งสักรูแทงดิน อีกคนหนึ่งใส่ข้าวหยอดหลุมที่บ้านนาอ่าง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

ผสมกลมกลืนเป็น “ชาวสยาม”

พวกที่สูงมีความรู้และชำนาญในการทำไร่และถลุงโลหะ ส่วนพวกที่ราบมีความรู้และชำนาญการทำนาปลูกข้าวในที่ลุ่ม และหาปลาหมักเกลือทำปลาแดก

ทั้งสองพวกนี้มีการแลกเปลี่ยนสิ่งของกันตลอดเวลา จนถึงระยะเวลาหนึ่ง พวกที่สูงก็ลงมาอยู่ที่ราบแล้วผสมกลมกลืนกันทางสังคมและวัฒนธรรม มีร่องรอยอยู่ในนิทานปรัมปราหลายเรื่อง

แต่นิทานเรื่องใหญ่และสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ของชนกลุ่มต่างๆ ทั้งพวกที่สูงและพวกที่ราบทั่วสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะบริเวณสองฝั่งโขงทางล้านนากับล้านช้าง คือเรื่องท้าวฮุ่งท้าวเจือง มีบรรพชนเป็นพวกที่สูง แต่เป็น “วีรบุรุษข้ามพรมแดนทางเผ่าพันธุ์” เพราะ “แต่งงาน” กับพวกที่ราบ แล้วกลายเป็นวีรบุรุษในอุดมคติของกลุ่มชนทั้งพวกที่สูงและพวกที่ราบ

คนที่สูงกับที่ราบผสมกลมกลืนกันทางเผ่าพันธุ์และทางวัฒนธรรม เมื่อนานเข้าก็เป็นพวกเดียวกัน ตั้งหลักแหล่งอยู่ร่วมกันในดินแดนที่คนภายนอกเรียกสยาม คนพวกนี้เลยถูกเรียกอย่างรวมๆ เป็นชาวสยาม

เกณฑ์แรงงาน ส่งส่วย

ชาวไร่ชาวนาประชาชนเหล่านี้ ในรัฐจารีตถูกกำหนดเป็นไพร่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานโดยไม่มีค่าจ้าง นอกจากนั้นยังต้องส่งส่วยเป็นทรัพยากรที่กำหนดโดยไม่มีค่าตอบแทน

เมื่อมีสงครามก็ต้องถูกเกณฑ์ไปรบศึกซึ่งมีทางรอดไม่มาก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย