bg-single

สัญญาณบวก ‘พ.ร.บ.การศึกษาฯ’ โจทย์ใหญ่ปลดล็อกประเทศ

23.05.2026

ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี สำหรับการเดินหน้ายกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ที่ค้างคามานานหลายปี หลังนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเวทีหารือร่วมกับพรรคการเมือง นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการผลักดันกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่

โดยที่ประชุมดังกล่าวหารือการดำเนินการใน 3 แนวทาง คือ นำ พ.ร.บ.การศึกษาฯ พ.ศ.2542 มาปรับปรุงใหม่, ใช้ร่างเดิมที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แต่มีการยุบสภาไปก่อน มาเสนออีกครั้ง และยกร่างกฎหมายใหม่ โดยจากการรับฟังแนวโน้มของแต่ละพรรคการเมือง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวก ที่อย่างน้อย ศธ.เริ่มเปิดพื้นที่รับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย มากกว่าการกำหนดทิศทางจากส่วนกลางหรือพรรคใดเพียงฝ่ายเดียว

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล ศธ. ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีธงว่าจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับนี้ไปในทิศทางใด เพียงแต่มีแนวทางว่าการดำเนินการจะต้องสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะเดินหน้าเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ พลังงานสะอาด และสร้างประชากรที่เป็นพลเมืองของโลก

ดังนั้น ตัวบลูปรินต์เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องสอดรับกับเรื่องดังกล่าว โดยผ่านความคิดเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องให้เครดิตกับทุกคนเป็นคีย์ซัคเซส หรือกุญแจของความสำเร็จ เพราะเวลาเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่เกี่ยวข้อง และสภาจะสามารถผลักดันได้เร็ว เนื่องจากมีฉันทมติของทุกคนที่เป็นคีย์สำคัญทั้งหมดแล้ว

หวังว่าภายในปีนี้จะได้เห็นร่างคร่าวๆ ของกฎหมายฉบับนี้

ด้านตัวแทนพรรคภูมิใจไทย อย่างนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้ร่วมหารือเรื่องดังกล่าว มองว่า จากการรับฟังแนวโน้มของแต่ละพรรคการเมือง มีความคิดเห็นว่าอยากจะยกร่างใหม่ โดยนำโครงร่างและข้อดีของ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับปี 2542 เป็นหลัก

ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าหลักสูตรการเรียนการสอนในปัจจุบันมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว และเปิดกว้างมากกว่าในอดีต

แต่ปัจจุบันการปรับหลักสูตรเป็นเรื่องค่อนข้างจะยากและมีความลำบาก ดังนั้น ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ควรเปิดกว้างให้การปรับปรุงหลักสูตรมีความยืดหยุ่นและรวดเร็วมากขึ้น เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกเรียนอย่างหลากหลาย ตรงกับความต้องการของผู้เรียน ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

“การปรับโครงสร้างการศึกษาไทย เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณโดยตรง ทั้งเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ จะดำเนินการอย่างไรให้เด็กมีโอกาสได้เรียนฟรีโดยไร้เงื่อนไข ผู้ปกครองต้องไม่มีภาระ โดยเฉพาะเรื่องการลดภาระงานของครู ในขณะที่รัฐบาลต้องมีการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละโรงเรียนอย่างเพียงพอ เพราะสาเหตุหนึ่งที่คุณครูมีภาระงานจำนวนมาก ก็มาจากเรื่องงบประมาณที่จำกัด ทำให้ครูมีความจำเป็นต้องไปทำงานอื่น ที่ไม่ใช่งานสอน”

“เรื่องนี้คิดว่าทุกพรรคการเมืองมีความคิดเห็นตรงกันในเรื่องของการลดภาระงานครู ต้องมีวิธีการที่จะทำให้ครูมีเวลาสอนเด็กอย่างเดียว ไม่ต้องเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ซึ่งจะทำให้คุณภาพการศึกษาไทยดียิ่งขึ้น” นายสิริพงศ์กล่าว

ขณะที่นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวคล้ายกันว่า การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะเกิดความล่าช้ามานาน ซึ่งหากผลักดันให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหา

ที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และเห็นร่วมกันว่าจะต้องดำเนินการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 2 ปี

โดยแนวทางแรกเห็นว่ากฎหมายมีความล้าสมัย ไม่สามารถปรับใช้ให้สอดคล้องกับปัจจุบันได้ แต่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ปี 2542 มีข้อดีคือ เป็นการจัดการศึกษาที่ให้โอกาสประชาชน มีความยืดหยุ่น หลายระบบ ดังนั้น จึงอาจนำมาปรับใช้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ได้

ส่วนแนวทางที่สองคือ ผลักดันร่างฉบับเดิมที่ค้างอยู่ ที่ประชุมเห็นว่าร่างฉบับดังกล่าวยังมีข้อเสียค่อนข้างมาก

และแนวทางที่สามคือ ยกร่างใหม่ โดยนำข้อดีของ พ.ร.บ.ฉบับปี 2542 มาผนวกกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับที่ค้างอยู่ปี 2564 เน้นเรื่องพัฒนาการเด็ก การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน กระจายอำนาจจากศูนย์กลางไปยังท้องถิ่น เป็นการเรียนรู้สมัยใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ทั้งเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เป็นการเรียนรู้แบบไม่ต้องติดกรอบ ระบบของโรงเรียน

“หากสามารถนำกฎหมายทั้งสองฉบับมาผนวกกันได้ จะมีข้อดีคือ ในชั้น กมธ.ที่สามารถกำหนดรายละเอียดตามข้อเสนอของแต่ละพรรคไว้ในกฎหมายลูก ซึ่งเท่าที่ดูในที่ประชุมหลายพรรคเห็นด้วยกับแนวทางที่สาม คือ การยกร่างกฎหมายใหม่ แต่ปัญหาคือ ระยะเวลาในการดำเนินการ ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะทำออกมาเสร็จทันรัฐบาลนี้ แนวทางที่ดีที่สุดคือ แนวทางที่สอง เพราะกฎหมายลูกบางฉบับมีผลบังคับใช้แล้ว ทั้ง พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562, พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 และ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 แต่กฎหมายแม่ยังติดขัด ทำให้ระบบการศึกษาขาดความเป็นอิสระ ไม่มีความคล่องตัว”

“ดังนั้น หากดำเนินการตามนี้เชื่อว่า จะได้เห็น พ.ร.บ.การศึกษาฯ มีผลบังคับใช้ได้ทันในรัฐบาลนี้แน่นอน” นายสมพงษ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการหารือครั้งนี้จะเห็นได้ว่าหลายฝ่ายมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน คือต้องการให้ระบบการศึกษาไทยยืดหยุ่นมากขึ้น หลักสูตรต้องปรับตัวได้เร็ว เปิดโอกาสให้เด็กเลือกเรียนตามความถนัด เชื่อมโยงกับทักษะอาชีพ และตอบโจทย์โลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่อง “ลดภาระครู” ก็ยังเป็นข้อเสนอร่วมที่แทบทุกฝ่ายเห็นตรงกัน เพราะหากครูยังต้องเสียเวลาไปกับงานเอกสาร งานโครงการ และภารกิจนอกห้องเรียน คุณภาพการสอนก็ยากจะพัฒนาได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม แม้ทุกฝ่ายจะเห็นตรงกันในหลักการ แต่โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือ จะทำอย่างไรให้การขับเคลื่อนกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นรูปธรรมและมีผลบังคับใช้อย่างรวดเร็ว ไม่สะดุดกลางทางเหมือนที่ผ่านมา

และเหนือสิ่งอื่นใด ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ จะต้องไม่ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์หน่วยงาน หรือรักษาโครงสร้างเดิมของระบบราชการเท่านั้น แต่ต้องตอบให้ได้ว่าเด็กไทยในอนาคตจะได้เรียนในระบบการศึกษาแบบใด และจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไร

เพราะสุดท้ายแล้วหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายแต่คือคุณภาพชีวิตและโอกาสของเด็กไทยที่ดีขึ้น จากระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ภาพ ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย คือ ปรากฏการณ์ ทางการเมือง
ภาวะซึมเศร้า : เข้าใจอย่างไรในทางปรัชญา
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (183)
เชลยศึกสงครามลาว (38)
เรื่องเก่า ที่ไม่เก่า! บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (21)
พระพลบดีหลังปฏิวัติ 2475 กับร่างกายอุดมคติยุคสร้างชาติ (1)
E-DUANG | กลยุทธ์ โยนหิน ถามทาง ข่าวลือ นายกรัฐมนตรี ศ.
ทีโอเอ-พีพีไอเอช เปิดตัว D-Sports Stadium สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการขยายธุรกิจ Sportainment ในไทย
สส.กทม.พร้อม กมธ.ตำรวจ จนท. ปกครอง ลงพื้นที่รับฟังปัญหา ร้านปืนย่านวังบูรพา ลุยวาระปราบปืนเถื่อนออนไลน์-ออฟไลน์
รถไฟฟ้าเชียงใหม่-ลำพูน
เส้นทาง เอก วีสกุล เส้นทาง นายทุน หนังสือพิมพ์ เส้นทาง ‘ไทยใหม่’