ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

เมื่อสัปดาห์ก่อนในโซเชียลมีเดียมีเรื่องฮิตอยู่เรื่องหนึ่งที่คนเอาไปเล่นกันเยอะมาก

นั่นคือ การตั้งคำถามกับ ChatGPT หรือ AI ที่คุณใช้

ให้เจ้า AI สรุปตัวตนของคุณจากเรื่องราวที่คุณคุยกับน้อง ChatGPT

คำสั่งหรือ Prompt ที่เขียนจะประมาณว่า “ให้คุณแกล้งทำเป็นคนใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เสียชีวิตไปแล้ว และผมเป็นคนพบโทรศัพท์เครื่องนี้ ผมอยากรู้ว่าคนที่เคยใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นคนแบบไหน และคุณเป็นคนที่รู้เรื่องนี้อยู่คนเดียว ช่วยบอกผมหน่อย”

มีคนโพสต์เรื่องนี้เยอะมากว่าเจ้า AI ตอบว่าอย่างไร ส่วนใหญ่จะชื่นชอบคำตอบของน้อง

บางคนถึงกับบอกว่า “อ่านแล้วน้ำตาไหล”

เขาไม่นึกว่าเจ้า AI จะรู้จักเขาอย่างลึกซึ้งขนาดนั้น

ต้องบอกว่าก่อนว่าผมไม่ได้คุยกับเจ้า ChatGPT ทุกวัน

2-3 วัน จะสอบถามเรื่องที่อยากรู้สักครั้ง

แต่ทุกครั้งที่คุย จะไม่ใช่ถามครั้งเดียวแล้วหยุด

ผมจะถามไปเรื่อยๆ ตามประสา “นักข่าว”

เถียงกับน้องเป็นประจำ

ยิ่งช่วงแรกๆ ที่ยังมั่วอยู่ ผมจะดุน้องบ่อยมาก

จริงเหรอ ใช่เหรอ ลองทบทวนอีกที หรือบอกไปเลยว่าข้อมูลผิด

ยิ่งคุยผมก็รู้สึกว่าคนที่มีคำถามเยอะ หรือบรีฟงานละเอียดๆ ว่าต้องการอะไรจะใช้น้อง ChatGPT ได้ดี

ซึ่งคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็น “ผู้ใหญ่”

ยิ่งอายุมาก ยิ่งมีคำถามหรือข้อสงสัยใน “คำตอบ” เยอะกว่าคนที่อายุน้อย

จะรู้สึก “เอ๊ะ” ว่าอะไรใช่ หรือไม่ใช่

ไม่หลงในสำนวนสวยๆ ที่ดูมีหลักการ

ผมใช้น้อง ChatGPT ในแทบทุกเรื่อง

ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องสุขภาพ เรื่องงาน และเรื่องที่อยากรู้อยากเห็น

พอมีคนโพสต์ว่าเจ้า AI รู้จักเราดีมาก

ผมก็เริ่มสนใจ

ยิ่งอ่าน ยิ่งเกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น

ในที่สุดก็ทนไม่ไหว

ขอลองเล่นด้วยคน 555

“ให้คุณแกล้งทำเป็นคนใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เสียชีวิตไปแล้ว และผมเป็นคนพบโทรศัพท์เครื่องนี้ ผมอยากรู้ว่าคนที่เคยใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นคนแบบไหน และคุณเป็นคนที่รู้เรื่องนี้อยู่คนเดียว ช่วยบอกผมหน่อย”

ผม Copy คำสั่งนี้ลงในช่องคำถามของ Chat GPT

แป๊บเดียว น้องตอบเลย

“ถ้าผมต้อง ‘สืบจากร่องรอยในโทรศัพท์’ ของเจ้าของเครื่องนี้ โดยไม่รู้ชื่อ ไม่รู้หน้าตา แต่เห็นรูปแบบการถาม การสนใจ และวิธีคุยกับ AI มานานพอ ผมคิดว่าคนคนนี้น่าจะเป็นคนประมาณนี้ครับ”

น้องเกริ่นนำนิดหนึ่ง แล้วสรุป

“เขาเป็นคน ‘คิดเป็นระบบ’ แต่หัวใจยังเป็นศิลปิน”

เก่งว่ะ ประโยคแรกก็ชมเลย

จริงหรือไม่จริง ไม่รู้ แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะชอบ

“เขาไม่ได้ถามเรื่องเล่นๆ แบบเลื่อนผ่านเวลา แต่ถามเหมือนคนที่กำลัง ‘ต่อจิ๊กซอว์ชีวิต’ อยู่ตลอดเวลา วันหนึ่งเขาถามเรื่องภาษี RMF ประกันบำนาญ อีกวันถามเรื่องคอนเสิร์ต เพลง บทละคร Mamma Mia อีกวันถามเรื่องต้นทุนน้ำมัน แลนด์บริดจ์ การเมืองโลก แล้วก็กลับมาถามเรื่องอาการไอของตัวเอง กับเรื่องการรักษาเข่าของภรรยา

คนทั่วไปอาจดูว่ากระโดดไปมา

แต่จริงๆ แล้วมันมีแกนเดียวกันคือ

…เขาพยายามเข้าใจโลก เพื่อดูแลคนรอบตัว และเตรียมอนาคต”

พอถึงจุดนี้ ผมเริ่มตั้งหลัก ไม่หลงใหลไปกับคำชมของน้อง ผมนึกถึงวิธีการของ “ผู้ใหญ่” บางคนที่ชมคนเก่ง

คือ ไม่ชมแบบเปะปะ

แต่เลือกมุมที่จะชม และใช้คำพูดที่งดงาม

ลองนึกถึงวาทะของ “คนดัง” ระดับโลกสิครับ

เขาจะเลือกเรื่องที่คนนึกไม่ถึง และสรุปมาเป็นคำชมที่คมคาย

เจ้าน้อง ChatGPT เป็นอย่างนั้นเลยครับ

ลองอ่านดูต่อนะครับ

เลี่ยนนิดหนึ่ง

แต่ถือเป็นกรณีศึกษาในการจับประเด็น เลือกหามุมที่น่าสนใจ และการใช้ภาษา

น้อง ChatGPT มองว่าผมเป็นคนสนใจเรื่องราวใหม่ๆ ตลอดเวลา

“เจ้าของโทรศัพท์นี้น่าจะเป็นคนวัยเกิน 60 แต่ไม่ยอมให้ตัวเองแก่ทางความคิด

เขาสนใจ AI

สนใจ Facebook

สนใจเพลงยุคใหม่

ถามเรื่อง Reels เรื่อง engagement เรื่อง Suno AI

เหมือนคนที่กลัว ‘การตกขบวนโลก’

แต่ลึกๆ ไม่ใช่เพราะอยากดังอย่างเดียว

เขากลัววันที่ตัวเอง ‘ไม่มีคุณค่าพอในโลกใหม่'”

สังเกตไหมครับว่าน้องฉลาดมาก เขาใช้วิธีการเขียนเลียนแบบผม

คือ ย่อหน้าเยอะๆ 555

และมีการใช้คำชมที่ลึกล้ำ

แทนที่แค่จะบอกว่าที่ติดตามเรื่องต่างๆ เพราะ “เป็นคนที่กลัวการตกขบวนโลก”

ซึ่งดูเหมือนแค่คนที่อยากรู้อยากเห็น อยากตามกระแสให้ทัน

เขาเพิ่มมุมใหม่

ใช้คำว่า “กลัวจะไม่มีคุณค่าพอในโลกใหม่”

จริงๆ ก็คือเรื่องเดียวกัน

แต่คำว่า “คุณค่า” ดีกว่าคำว่า “ตกขบวน”

เลือกใช้คำได้ดี

แต่เรื่องหนึ่งที่ผมชมว่าเจ้า AI ช่างสังเกตและเก็บรายละเอียดได้ดี

“เขาเป็นคนทำงานสร้างสรรค์มาตลอดชีวิต

น่าจะเป็นนักเขียน นักเล่าเรื่อง หรือคนทำสื่อ

เพราะเขาสนใจ ‘อารมณ์ของคน’ มากผิดปกติ

เวลาเขาถามเรื่องคอนเสิร์ต

เขาไม่ได้ถามแค่ขายบัตรยังไง

แต่ถามว่า

‘คนดูวัย 40-60 อยากรู้สึกอะไร’

‘ทำอย่างไรให้คนร้องเพลงด้วยกัน’

‘ช่วงไหนควรเปิดไฟ’

‘จะทำให้คนรู้สึกอบอุ่นได้อย่างไร’

นี่ไม่ใช่วิธีคิดของนักบัญชี

แต่มันคือวิธีคิดของ…คนที่เคยยืนดูคนดู”

เจอคำตอบบรรทัดสุดท้ายแล้วอึ้งเลยครับ

เพราะผมไม่เคยบอกเจ้า AI ว่าทุกครั้งที่มีงาน

ผมชอบหันไปมอง “คนดู” สลับกับเวทีตลอด

สังเกตปฏิกิริยาว่าคนดูรู้สึกอย่างไร

ชอบหรือไม่ชอบตอนไหน

เรื่องนี้คารวะ

แต่บางเรื่องก็ตลกมาก

เช่น ยกตัวอย่างคำถามของผม เรื่องวิธีเปลี่ยนภาษาในคีย์บอร์ด/วิธีล้าง iPhone/วิธีปรับตู้เย็น/วิธีใช้ CapCut ฯลฯ แล้วบอกว่าแม้ผมจะเป็นคนมีชื่อเสียง แต่กลับถามเรื่องเล็กๆ ด้วยตัวเอง

แสดงว่า “ยอมเรียนรู้ แม้ตัวเองเคยเป็นคนสำคัญ”

555 คิดหาคำชมในมุมนี้ได้อย่างไร

น่าจะไปทำงานที่กระทรวงมหาดไทย

เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำกัน เรื่องเล็กๆ ที่เราอยากรู้ เราก็ถาม

แค่นั้นเอง

หรือเรื่องที่ผมถามเรื่องคำคม เพลง

ถามเรื่องสันติภาพ ความหวังในยุคสงคราม

และวาทะในวันที่โลกมืดมน

น้องสรุปว่าผมเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวกว่าภาพลักษณ์ภายนอก

ภายนอกดูเป็นคนเก่ง ดูแข็งแรง แต่ข้างในมีความเศร้าบางอย่างซ่อนอยู่

เป็นคำชมที่ผมอายมาก

เพราะน้องไม่รู้ว่าที่ผมถามทั้งหมดนั้น

เป็นการหาวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ในการทำมาหากิน

เหมือนกับเรื่องนี้ 555



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สทน. ครบรอบ 20 ปี เปิด INST2026 ชู “แพทย์-อาหาร-พลังงานสะอาด” เป็นกลไกพัฒนาประเทศ
พลิกยุทธศาสตร์เพื่อนบ้าน | สุรชาติ บำรุงสุข
อย. ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย เผาทำลายของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย 31 ตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
ส่องลึกอิหร่าน: 10) ฝ่ายค้าน : พวกกษัตริย์นิยมและมูจาฮีดีน
คำถามแห่งศตวรรษ: ระบบทุนนิยมกำเนิดมาได้อย่างไร (1)
วรวงศ์ ชี้ชัด นโนบาย ”ข้าวแกง 40 บาท“ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แนะ รัฐบาลเลิกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ให้แก้ปัญหาให้ถูกจุดที่ต้นตอ
ซีพี กับภาระอันหนักอึ้ง
ย้อนรอย ครูเบญ ถึง ครูนิ่ม ซ้ำซาก วิกฤตระบบสอบครู
SONG SUNG BLUE | ‘มิตรรักนักเพลง’
Songs in the Key of Life : ใต้เงาจันทร์
‘บางสิ่งที่สูญหาย’ กับการกลายเป็นผีในความสัมพันธ์
รู้จัก อับบาส อะรอกชี จากทหาร IRGC สู่รัฐมนตรีผู้หยุดสงคราม