‘เคน โลช’ ในวัยย่าง 90 หนังกับ ‘การเมือง’ ‘ซ้าย’ ที่แตกแยก ‘ขวาจัด’ เรืองอำนาจ
ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง
ปัจจุบัน “เคน โลช” นักทำหนังฝ่ายซ้ายชาวอังกฤษ มีอายุย่าง 90 ปีแล้ว
โลชสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานได้เข้าฉายในสายการประกวดของคานส์มากที่สุด ด้วยจำนวนรวม 15 เรื่อง และมีหนัง 2 เรื่องของเขาที่คว้ารางวัล “ปาล์มทองคำ” มาได้ นั่นคือ “The Wind That Shakes the Barley” และ “I, Daniel Blake”
ปีนี้ โลชจะเดินทางไปเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อีกหน เพื่อเปิดตัวหนังเรื่อง “Land and Freedom” ฉบับบูรณะฟื้นฟูให้มีความคมชัดแบบ 4K
หนังเรื่องนี้ออกฉายครั้งแรกเมื่อ 31 ปีก่อน โดยมีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์ยุคสงครามกลางเมืองในประเทศสเปน
หนังเล่าเรื่องของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อังกฤษที่เดินทางไปสเปน โดยมีความหวังว่าฝ่ายซ้ายทุกกลุ่มจะรวมพลังกันเพื่อต่อสู้โค่นล้มเผด็จการฟาสซิสต์
ทว่า เมื่อไปถึงที่นั่น เขากลับต้องเผชิญหน้ากับความแตกแยกทางอุดมการณ์ระหว่างขบวนการเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายหลายกลุ่ม นี่คือความแตกแยกที่คนทำหนังอาวุโสชาวอังกฤษเห็นว่ายังคง “ฝังรากลึก” มาถึงปัจจุบัน
“ความแตกแยกของฝ่ายซ้ายคือประเด็นสำคัญที่ถูกสำรวจตรวจสอบในหนังเรื่องนี้ เพราะมันส่งผลต่อความพ่ายแพ้ (ของฝ่ายต่อต้านฟาสซิสต์) ในสเปน”

เมื่อสนทนาถึงความแตกแยกของกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้าย “เคน โลช” ก็แสดงความผิดหวังต่อ “ยัวร์ ปาร์ตี้” (Your Party) “พรรคซ้ายใหม่” ของสหราชอาณาจักร ว่าได้ละทิ้งโอกาสสำคัญในการจะรวมพลังฝ่ายซ้ายให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อรณรงค์ต่อสู้กับกลุ่มการเมืองขวาจัด
ภายหลังพรรคการเมืองที่มีจุดยืนสังคมนิยม ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนสำคัญของพรรคแรงงาน คือ “เจเรมี คอร์บิน” และ “ซาราห์ ซุลตานา” เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในระหว่างผู้ก่อตั้งสองฝ่าย
“เราเคยมีความหวังครั้งใหญ่ เมื่อคอร์บินและซุลตานามารวมพลังกัน กระทั่งประชาชนร่วม 8 แสนคนให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมกับพรรคการเมืองนี้ ซึ่งจะทำให้พวกเขากลายเป็นพรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกมากกว่าพรรคการเมืองทั่วไปถึง 3 เท่า
“แต่สิ่งที่ทำให้ผมหดหู่ใจก็คือมันมีพฤติกรรมบางอย่าง (ของผู้นำพรรค) ที่ย่ำแย่เอามากๆ กระทั่งพวกเขาต้องสูญเสียโอกาสทางประวัติศาสตร์ของตนเองไป”
นี่คือความเสียดายของโลชที่แสดงตนเป็นพันธมิตรกับคอร์บินมาอย่างยาวนาน

โลชผู้ถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกของพรรคแรงงานเมื่อปี 2021 เนื่องจากเขาปฏิเสธที่จะร่วมคว่ำบาตรอดีตสมาชิกที่ถูกพรรคขับออกก่อนหน้านั้น (ส่วนใหญ่คือฝ่ายสนับสนุน “เจเรมี คอร์บิน”) ระบุว่า ปัจจุบัน พรรคการเมืองหลักของสหราชอาณาจักรล้วนใช้วาทศิลป์แบบ “นักการเมืองขวาจัด” กันโดยถ้วนหน้า
“ประชาชนที่ไม่มีอะไรติดตัวเลย มักถูกกล่าวโทษอยู่เสมอ ส่วนพวกคนร่ำรวยในระบบนี้กลับหลีกหนีไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น พวกเขาคือกลุ่มคนที่ให้เงินทุนสนับสนุนฝ่ายขวาจัด” ผู้กำกับฯ อาวุโส บรรยายถึงสังคมการเมืองของสหราชอาณาจักรและโลกตะวันตกยุคปัจจุบัน
ขณะที่วิกฤตศรัทธาที่มีต่อนายกรัฐมนตรี “เคียร์ สตาร์เมอร์” และความขัดแย้งใหญ่ภายในรัฐบาลพรรคแรงงานตอนนี้ ก็คือภาวะ “ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน” ตามมุมมองของโลช
“ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ผู้คนจะหันมาต่อต้านรัฐบาลของสตาร์เมอร์ เพราะเขาสื่อสารอะไรไม่ได้เลย ซึ่งนั่นถือเป็นข้อผิดพลาดร้ายแรงสำหรับคนเป็นนักการเมือง ‘โทนี แบลร์’ อาจเคยทำเรื่องฉิบหายวายวอดหลายอย่าง แต่เขายังมีพรสวรรค์ในการพูดจาสื่อสารกับประชาชน”
ก่อนที่เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ 2 สมัย จะวิพากษ์พรรคการเมืองที่ตนเองเคยเป็นสมาชิกต่อว่า
“(จุดยืนทางการเมืองของสตาร์เมอร์และแกนนำพรรคแรงงานรุ่นปัจจุบัน) ไม่มีอะไรยึดโยงกับขบวนการแรงงาน หรือผลประโยชน์ของชนชั้นแรงงาน
“พวกเขา (พรรคแรงงาน) จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้ ‘แอนดี เบอร์แนม’ ได้ขึ้นเป็นผู้นำพรรคคนใหม่ เพียงเพราะเบอร์แนมมีจุดยืนที่ค่อนข้างโน้มเอียงมาทางฝ่ายซ้าย”
ย้อนกลับมาที่หนังเรื่อง “Land and Freedom” โลชเห็นว่าการที่หนังอายุเกิน 3 ทศวรรษเรื่องนี้ ถูกนำมาฟื้นฟูและจัดฉายใหม่ในปี 2026 นั้นมีนัยยะทางการเมืองที่สำคัญซ่อนอยู่
“มันเป็นเรื่องพิเศษมาก ที่ผมได้กลับมายังคานส์พร้อมหนังเรื่องนี้ นี่คือหนังที่พูดถึงสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์ครั้งแรก ตอนที่พวกเราลงมือถ่ายทำมัน ความรู้สึกของเราก็คือลัทธิฟาสซิสต์ไม่มีทางจะรุ่งเรืองขึ้นมาได้อีกแล้ว
“แต่พอมาถึงปัจจุบัน พวกเราก็ต้องเผชิญหน้ากับพวกขวาจัดอีกครั้ง คราวนี้ พวกเขาไม่ได้มาในเครื่องแบบทหาร ทว่า ปรากฏกายภายใต้รูปลักษณ์อื่น”
สำหรับโลช ประเด็นหลักของหนังที่ว่าด้วยเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ ความแตกแยกระหว่างผู้คน และความรู้สึกไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ได้กลายเป็นประเด็นเร่งด่วนร่วมสมัยสำหรับทวีปยุโรป ณ ทศวรรษ 2020
“ภาษาที่พวกเขา (นักการเมืองขวาจัด) ใช้เพื่อต่อต้านผู้อพยพ นั้นแฝงไว้ด้วยแนวคิดเหยียดเชื้อชาติ พวกเขามองหาแพะรับบาป แต่ไม่ยอมสำรวจตรวจสอบปมปัญหาที่ก่อให้เกิดความยากจนและสงครามอย่างจริงจัง… พวกเขากล่าวโทษเหยื่อบางกลุ่มเพื่อสนองตอบต่อความรู้สึกหวั่นวิตกและไม่มั่นคงปลอดภัยของผู้คนจำนวนมาก
“พวกเขาปลุกเร้าสภาวะฮิสทีเรียรวมหมู่ขึ้นมา”
ดังนั้น โลชจึงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของเพื่อนนักทำหนังจำนวนหนึ่ง เช่น “วิม เวนเดอร์ส” (ผู้กำกับฯ ชาวเยอรมัน) ที่ออกมาแสดงความเห็นว่า ภาพยนตร์ควรเว้นระยะห่างจากการเมือง
“ความทุกข์เข็ญยากลำบากที่ผู้คนต้องเผชิญ มันเกิดจากการเลือกทางการเมืองของพวกเรา และอำนาจที่พวกเรามอบให้แก่กระบวนการคัดสรรตัวแทนทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ การเมืองจึงเป็นประเด็นหลักของการทำภาพยนตร์อย่างไม่ต้องสงสัย คนทำหนังสมควรจะทำหน้าที่เป็นประจักษ์พยานในยุคสมัยของตนเอง”
นี่คือจุดยืนอันแน่วแน่มั่นคงของคนทำหนังฝ่ายซ้ายชื่อ “เคน โลช”
ที่มาเนื้อหา https://www.theguardian.com/film/2026/may/17/ken-loach-your-party-infighting-jeremy-corbyn-zarah-sultana
