bg-single

WUTHERING HEIGHTS | ‘จากวรรณกรรมคลาสสิค’

31.05.2026

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

ใครที่เรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษต้องคุ้นเคยกับ Wuthering Heights (1847) นวนิยายเรื่องเดียวในชีวิตของเอมิลี บรอนเต้ ภายใต้นามปากกาที่ฟังเป็นชื่อผู้ชายเนื่องจากสมัยนั้นนักเขียนสตรียังไม่เป็นที่ยอมรับ

เอมิลีเสียชีวิตด้วยวัณโรคหลังจากนวนิยายตีพิมพ์เพียงปีเดียว ขณะที่พี่น้องตระกูลบรอนเต้อีกคนที่นักศึกษาวรรณคดีอังกฤษรู้จักดี คือ ชาร์ล็อตต์ บรอนเต้ ผู้ประพันธ์นิยายเรื่อง Jane Eyre

เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ ได้รับการยอมรับนับถือในผลงานที่กล้าหาญและวิพากษ์สังคมอย่างโดนใจตั้งแต่หนังเรื่องแรกที่เธอกำกับฯ คือ Promising Young Woman และต่อมาก็ Saltburn ซึ่งเสียดสีชนชั้นสูงอย่างไม่เกรงใจ

สำหรับ Wuthering Heights เฟนเนลล์เขียนบทและกำกับฯ เอง จากเค้าโครงเรื่องของนวนิยายเรื่องสำคัญกลางศตวรรษที่ 19 ที่ได้รับการยกย่องมากและมีการสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

แต่ครั้งนี้เป็นหนังประเภทที่จินตนาการขึ้นใหม่ภายในเค้าโครงเรื่องและตัวละครดั้งเดิม

ดังนั้น หนังจึงให้ความรู้สึกไม่เหมือนตอนที่อ่านหนังสือเมื่อห้าสิบปีที่แล้วเลย ต้องกลับไปรื้อฟื้นทบทวนความทรงจำและความประทับใจของตัวเองใหม่หมด

ข้อแตกต่างสำคัญอย่างหนึ่งคือนิยายเล่าเรื่องผ่านสายตาของคนนอก และคำบอกเล่าของเนลลี่ แม่บ้านผู้รู้เห็นและมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ “วัตเธอริง ไฮต์ส” และ “ธรัชครอส เกรนจ์”

นี่เป็นเทคนิคการเขียนนวนิยายแบบกำหนดกรอบจากมุมมองคนอื่น ซึ่งมองได้ว่าเรื่องที่เล่าอาจไว้ใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมาจากเลนส์ฟิลเตอร์ของคนนอกและคนที่มีส่วนอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ใช่เจ้าของเรื่องราวจริงๆ

แต่หนังไม่ได้ใช้เทคนิคนี้ในการเล่าเรื่อง

หนังเลือกที่จะเปิดเรื่องด้วยฉากอันโหดเหี้ยมร้ายกาจของการแขวนคอบนตะแลงแกง ณ จัตุรัสกลางเมือง ต่อหน้าสาธารณชน-ในลักษณะที่ชาวเมืองทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ชายและหญิง มาชุมนุมดูการประหารชีวิตราวกับเป็นมหรสพ

ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เฝ้ามองอย่างหวาดเสียวลุ้นระทึก หรือเฮฮา ตื่นเต้นไปกับนาทีที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายกำลังจะละจากร่างของคนคนหนึ่ง

ที่สำคัญอีกประการคือฉากนี้เป็นการวางรากฐานและกรอบศีลธรรมของยุคสมัยด้วยฉากการแขวนคอบุคคลที่โดนพิพากษาตัดสิน ประณาม และประจานโทษฐาน “คนบาป”

ขณะเดียวกัน ในเชิงสัญลักษณ์ ด้วยเสียงและภาพจากอากัปกิริยาของคนที่ขาดอากาศใกล้จะสิ้นใจ ฉากนี้ก็ผสานลักษณาการของมรณะเข้ากับตัณหาราคะ จนดูประหนึ่งว่าความตายและความใคร่นั้นเป็นเรื่องเดียวกัน

…นั่นคือจุดหมายปลายทางของชีวิตซึ่งถึงแก่กาลอวสานอย่างทุกข์ทรมานสุดขีด

ลักษณาการอันเป็นไคลแม็กซ์นั้นแทบไม่ผิดเพี้ยนกันเลย

หนังเริ่มเล่าถึงชีวิตวัยเด็กของแคเธอรีน ในครอบครัวเจ้าของที่ดินชื่อ มิสเตอร์เอิร์นชอว์ (มาร์ติน คลูนส์) ซึ่งสภาพจิตแปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย และพล่าผลาญทรัพย์สินไปกับการพนัน

แคเธอรีนพบเด็กชายที่อดอยากไร้ที่พึ่ง และพามาหาพ่อ ซึ่งรับอุปการะไว้ ท่ามกลางคนในบ้านที่บ่นว่ากลายเป็นภาระที่จะต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเพิ่มขึ้นในขณะที่สภาพเศรษฐกิจในบ้านร่อยหรอลงแทบจะไม่มีอะไรกินอยู่แล้ว

เด็กชายนั้นถูกเรียกว่า ฮีธคลิฟ สมัยเด็กสวมบทบาทโดยนักแสดงเด็กมหัศจรรย์ โอเว่น คูเปอร์ (Adolescence) และโตขึ้นมาเป็นหนุ่มที่สวมบทบาทโดยดาราสุดหล่อสุดฮอต คือ เจคอบ เอลอร์ดี (Frankenstein)

ส่วนแคเธอรีนก็โตขึ้นมาเป็นสาวสวยที่สวมบทบาทโดยมาร์โก้ รอบบี้ (I-Tonya, Barbie)

แคเธอรีนกับฮีธคลิฟวิ่งเล่นด้วยกันทั่วท้องทุ่งบนเนินสูง ที่ได้ชื่อว่า Wuthering Heights ซึ่งแปลและสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่า โคกสูงเนินรกร้างอันโดนแรงลมพัดกระหน่ำ

สมาชิกในบ้านอีกคน คือ เนลลี่ (หง เชา, The Whale) ซึ่งดูเหมือนหนังจะบอกเป็นนัยๆ ว่าเป็นลูกนอกสมรสของเอิร์นชอว์กับหญิงรับใช้ผิวเหลือง

เนลลี่นี่เองที่เป็นคนเล่าเรื่องหลักในนวนิยาย และเป็น “ตัวร้าย” หรือ “นางอิจฉา” หรือ “ตัวกระตุ้น” ด้วยการเป็นกุญแจสำคัญที่พรากตัวละครเอกของเรื่องไป

ปูมหลังความรักความผูกพันแนบแน่นของสองหนุ่มสาว อันถูกชะตาลิขิตในลักษณะที่เรียกว่า “คู่รักที่ดวงดาวกำหนดให้โคจรสวนทางกัน” เช่นเดียวกับเรื่องราวของโรเมโอกับจูเลียต โดยวิลเลียม เชกสเปียร์ ซึ่งเป็น star-crossed lovers อันเป็นเรื่องราวที่โด่งดังและกินใจคนทั่วไป มีการพาดพิงถึงไว้จากปากของหนึ่งในตัวละครที่ตกเป็นเหยื่อผู้ติดกับอยู่กับการทนทุกข์แสนสาหัส

หนังถ่ายภาพอย่างประณีตงดงาม และโดดเด่นด้วยคอสตูม “ผิดยุค” ซึ่งน่าจะเป็นความตั้งใจไม่ให้จำกัดด้วยยุคสมัย รวมทั้งงานออกแบบที่อลังการงานสร้างอย่างสะดุดตาสะดุดใจ

และแม้ว่าหนังจะไม่เดินเรื่องอย่าง “ซื่อตรง” กับนวนิยาย โดยเบนเข็มแยกออกมาในหลายจุด โดยเฉพาะลำดับเหตุการณ์ และเชื้อชาติผิวพรรณของตัวละคร

ทว่า แก่นหลักของเรื่องราวยังคงเกี่ยวกับความรักอันลึกล้ำแนบแน่นและผกผันขึ้นลงด้วยอารมณ์รุนแรงเยี่ยงธรรมชาติอันอยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ ความรุนแรงในครอบครัวซึ่งกลายเป็นบาดแผลเรื้อรังอันเกินเยียวยา การแบ่งแยกชนชั้นในสังคม ความหมกมุ่นและการแก้แค้นอันขมขื่น ฯลฯ

หนังสนใจในรายละเอียดปลีกย่อยแม้เพียงจุดเล็กจุดน้อยของการวางองค์ประกอบภาพ การใช้สัญลักษณ์ เพื่อสื่อสารความหมายและอารมณ์บรรยากาศของเรื่อง

แม้จะมีบางบทบางตอนที่ดู “เกินจริง” หรือ “เว่อร์” จนเหลือเชื่ออยู่บ้าง แต่ก็เป็นหนังที่สมควรดูและดูได้อย่างเพลิดเพลินเสียด้วย

ภายใต้ความพิถีพิถันละเมียดละไมซึ่งขัดกับความร้อนแรงของพายุอารมณ์ ดุจดังชื่อหนังและนวนิยายที่ตั้งชื่อได้เหมาะเจาะลงตัวที่สุด…

WUTHERING HEIGHTS

กำกับการแสดง

Emerald Fennell

แสดงนำ

Margot Robbie

Jacob Elordi

Hong Chau

Shazad Latiff

Martin Clunes

Owen Cooper



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ก่อนจะถึงการรับรองผลการเลือกตั้ง ปริศนากระบวนการสรรหาที่ปรึกษาบอร์ดใหม่ก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
“วัชระพล“ ลุยตรวจพาราไดซ์บีช เช็คการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต พร้อมถกส่วนเกี่ยวข้องปมการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.
‘ภคมน’ จี้ ‘กรวีร์’ ประธานวิปรัฐบาล พูดความจริงให้จบ ชี้รัฐบาลพยายามบีบกรอบวันซักฟอกตามความสะดวกตัวเอง ตั้งคำถามใครกันแน่ไม่ยอมถอย
นอนหงายท้องมองเพดาน
ร็อคสตาร์ | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
หากไม่เลิกราซะก่อน…ปลาคงปีนต้นไม้ได้ | กวีกระวาด : ภูมิชัย ดำรงชัย
น้องโนรากับกีตาร์ไฟบิน | กวีกระวาด : ชิตะวา มุนินโท
มองการเมืองแคนาดาจากอีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก
กระแสการเมืองขวาจัดจากฝรั่งเศสถึงอังกฤษ
ปมการศึกษา-ค่าครองชีพ ชนวนเหตุจุดประท้วงฝรั่งเศสครั้งใหญ่
GREEN เดียร์
โง่… ห่วย… เลวแต่ได้เป็นรัฐบาลอีก 2 ปี