E-DUANG
การตัดสินใจส่ง 30 ส.ส.พรรคประชาชนไปร่วมลงชื่อเพื่อเสนอร่าง กม.แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย กำลังกลายเป็นคำถามใน ทางการเมือง
ทำไมต้องเป็น 30 ส.ส.จากพรรคประชาชน
ทำไมเมื่อมีข้อเรียกร้องจากพรรคเสรีรวมไทยให้เข้าร่วมในการเสนอกรณี”เขากระโดง”ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจึงไม่มีการขานรับจากพรรคประชาชน
ใครที่เคยตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในกรณี”เขากระโดง”อาจจำเป็นต้องนำมาเปรียบเทียบ
เมื่อเห็นการตัดสินใจในกรณีรัฐธรรมนูญและพรรคเพื่อไทย
ภายใต้บรรยากาศแห่งการเสนอปมว่าด้วย”ระบอบสีน้ำเงิน”ขึ้นมา ปรากฏการณ์นี้ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยจึง
ทรงความหมาย
ยิ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับการตัดสินในกรณี”เขากระโดง”อันชูขึ้นโดยพรรคเสรีรวมไทย ยิ่งมากด้วยความแหลมคม
หรือนี่จะเป็นการจัดกระบวนครั้งใหม่ในทางการเมือง
เกิดความกังขาอย่างแน่นอนเมื่อพรรคประชาชนไม่ยอมเข้าร่วมใน การเสนอกรณี”เขากระโดง”ของพรรคเสรีรวมไทย
บ้างมองว่าพรรคประชาชนอาจนึกถึง”อดีต”เมื่อปี 2566
เป็นบทบาทของพรรคเสรีรวมไทยในห้วงที่พรรคก้าวหน้าเร่งบทบาทของตนภายหลังการลงนามใน MOU กับพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล
รัฐบาลพรรคก้าวหน้าที่มี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี
กระนั้น หากฟังจากพรรคประชาชนก็ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการยื่นข้อเสนอต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้จัดการกับนักการเมืองผ่านเรื่อง”จริยธรรม”
เพราะไม่เห็นด้วยไม่ว่ากรณีของ นายเศรษฐา ทวีสิน ไม่ว่ากรณีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ตาม
จึงได้ปฏิเสธการร้องขออันมาจากพรรคเสรีรวมไทย
นี่ย่อมเป็นความต่างในทางเนื้อหาอย่างมีนัยสำคัญ ณ เบื้อง หน้าการเสนอแก้ไขรัฐธรมนูญของพรรคเพื่อไทย
ประการหลังจึงสะท้อนความชัดเจนของพรรคประชาชน
ไม่มีใครทราบว่าการที่พรรคประชาชนมอบหมายให้ 30 ส.ส.ไปร่วมลงนามเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยมีความเป็นมาอย่างไร
เป็นการร้องขอจากพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาชนเสนอตัวไปเอง
แต่เท่าที่ประธานวิปฝ่ายค้านแถลงก็เด่นชัดว่าพรรคประชาชนเห็นชอบด้วยกับแนวทางการเสนอแก้รัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
เมื่อเห็นร่วมกันในทาง”ความคิด”ก็พร้อมลงนามเพื่อให้ร่างของพรรคเพื่อไทยได้เข้าไปอยู่ในระเบียบวาระ
โดยมิได้ติดข้อจำกัดว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
ท่าทีของพรรคประชาชนเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความแตกต่างขึ้น ในทางการเมือง หากแต่เท่ากับเป็นการปรับขบวนแถวในเรื่องการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ
เป็นคำตอบเบื้องต้นว่าพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยน่าจะเป็นพันธมิตรในแนวร่วมแห่งการแก้รัฐธรรมนูญ
ต้องยอมรับว่า เส้นทางแห่งการแก้ไขและสถาปนารัฐธรรมนูญขึ้น ตามประชามติ 21 ล้านเสียงนั้นได้กลายเป็นพื้นที่ในทางการเมือง
ไม่เพียงแต่ต่อสู้ระหว่าง”รัฐบาล” กับ”ฝ่ายค้าน”
หากแต่ยังมีรายละเอียดต้องสนใจในความละเอียดอ่อนที่อยู่ภายในรัฐบาลด้วยว่ามีเอกภาพอย่างไร
เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลร่วมกัน
