bg-single

ตำแยแมวบำรุงร่างกาย แก้หอบหืด ภูมิแพ้สำหรับทาสแมวในหน้าฝน

13.06.2026

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

ย่างเข้าเดือนหกฝนก็ตกพรำๆ นอกจากจะมี “เสียงกบมันก็ร้องงึมงำ ระงมไปทั่วท้องนาแล้ว” ก็เริ่มมีเสียงคนไอหอบกระเทือนไปทั้งบ้านเช่นกันไอแบบนี้ไม่ใช่ไอหวัดธรรมดาแต่เป็นไอหืด

โรคหืด คืออาการที่เกิดจากหลอดลมตีบแคบ เพราะการอักเสบเรื้อรัง ทำให้หลอดลมมีความไวต่อสารกระตุ้นต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ มลพิษ และการแปรปรวนของอากาศ เป็นต้น ส่งผลให้หายใจไม่สะดวกและมีเสียงหวีด เหนื่อยหอบ กลายเป็นโรคหอบหืด ไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก โดยเฉพาะตอนกลางคืนและช่วงเช้ามืด และอาจเสียชีวิตได้หากอาการรุนแรง

โรคหืดเป็นโรคที่พบได้บ่อย คนไทย 100 คน พบโรคหืดได้ถึง 7 คน และพบมากใน 2 ช่วงอายุ คือ วัยเด็ก และวัยกลางคน โดยไม่จำเป็นต้องมีประวัติโรคหืดในวัยเด็ก ปัจจุบันมีแนวโน้มโรคหืดเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากมลภาวะทางอากาศที่รุนแรงมากขึ้น นับเป็นโรคที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของพลเมืองไทยวัยเจริญพันธุ์

การที่เมืองไทยมีอุบัติการณ์โรคหืดมากขึ้น เพราะมีปัจจัยกระตุ้นให้หลอดลมบวมตีบได้เกือบตลอดทั้งปี นับตั้งแต่ฤดูฝุ่น PM 2.5 ช่วงหน้าหนาวผ่านการแปรปรวนของภูมิอากาศช่วงหน้าร้อนแล้ง เข้าสู่อากาศร้อนชื้นในเดือน 6 และแปรเป็นเย็นชื้นช่วงเข้าพรรษาเดือน 8 ทั้งฝุ่น ความชื้น และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้ว ย่อมทำให้หลอดลมและระบบทางเดินหายใจเปราะบางเสี่ยงต่อการเป็นโรคไอหืดไม่มากก็น้อย

แปลกแต่จริงที่พืชยามักเกิดมาคู่กับฤดูกาลของโรคภัยไข้เจ็บ กรณีโรคหอบหืดช่วงเข้าหน้าฝน ก็มีวัชพืชยาและอาหารชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของน้องแมว นั่นคือ ต้นตำแยแมว ชื่อวิทยาศาสตร์ Acalypha indica Linn. ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าตำแยแมวมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมที่ใด แต่สามารถพบได้ในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นในทวีปแอฟริกา อเมริกาใต้ และเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ

อนุทวีปอินเดียนิยมใช้ตำแยแมวเป็นทั้งยาและอาหารมาแต่โบราณ มีชื่อเรียกพื้นเมืองในภาษาทมิฬว่า “กุปไปเมนิ” (Kuppaimeni) และในภาษากลางฮินดีว่า “กุปปิ” (Kuppi) ซึ่งทุกวันนี้ยังใช้เป็นยาในระบบการแพทย์อายุรเวท อูนานิและสิทธา ทั่วอินเดียอย่างกว้างขวาง

ล่าสุด มีบทความเรื่อง “การทบทวน Acalypha indica linn (พืชตำแยอินเดียหรือตำแยแมว) ซึ่งเป็นยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาอย่างสำคัญ” (A review on Acalypha indica linn an important medicinal activity of herbal medicine) โดยเพิ่งตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับโลกของอินเดียเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2569 นี้เอง ชื่อ “วารสารโลกว่าด้วยชีววิทยา เภสัชวิทยาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ” (World Journal of Biology Pharmacy and Health Sciences, 2026, 25 (03), 114-116) ในบทคัดย่อ ได้กล่าวถึงความสำคัญของวัชพืชเล็กๆ ที่อยู่ในวงยางพารา (Euphorbiaceae) ชนิดนี้ ซึ่งมีสารประกอบพฤกษเคมี (Phytochemical) ที่แตกต่างหลากหลายของสารอัลคาลอยด์ ฟีนอล ฟลาโวนอยด์ ซาโปนิน เทอร์ปิน แทนนิน และไกลโคไซด์ และมีสรรพคุณออกฤทธิ์ต่างๆ กันทั้งในมนุษย์และสัตว์

วารสารโลกของอินเดียฉบับนี้รวบรวมไว้น่าสนใจ ได้แก่ ช่วยรักษาการมีบุตรยาก แก้โรคหอบหืด โรคปอดบวม รักษาเบาหวาน รักษาโรคเกาต์ (โรคข้ออักเสบจากกรดยูริก) โรครูมาติสซั่ม (โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์) ลดการอักเสบ ฆ่าเห็บและรักษาผิวหนังอักเสบจากเห็บไร สมานแผล ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงไต เป็นยาถ่ายพยาธิ ยาระบาย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ รักษาแผลในกระเพาะลำไส้ และยังใช้ผงเมล็ดตำแยแมวรักษาโรคบิดมีตัว (amoebiasis) ที่ทำให้เกิดฝีบิดที่ตับ (amoebic liver abscess) อีกด้วย

ในที่นี้ขอแนะนำการปรุงยารักษาโรคหอบหืดภูมิแพ้ด้วยวิธีการต้ม ถึงแม้สารไซยาโนจินิก ไกลโคไซด์ (cyanogenic glycosides ) ในต้นตำแยแมวจะเป็นพฤกษเคมีที่ไม่มีพิษต่อน้องแมว น้องหมา แต่อาจมีฤทธิ์ทำให้คนอาเจียนรุนแรงได้ จึงต้องใช้กรรมวิธีประสะหรือฆ่าพิษเสียก่อนด้วยการต้มเดือด โดยถอนต้นตำแยแมวใบดกขนาดสูง 30-50 เซนติเมตร ใช้ทั้งต้นเหนือดินและราก จำนวน 3 ต้นจากแหล่งที่ปลอดสารพิษ ทำความสะอาดอย่างหมดจด สับเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนนำมาต้มน้ำประมาณ 1.5 ลิตร ต้มเคี่ยว 3 เอา 1 จนได้น้ำยาสีชาเขียวแกมน้ำตาลอ่อนประมาณ 500-600 มิลลิลิตร (ม.ล.) แบ่งดื่ม 2 ครั้ง ครั้งละ 250-300 ม.ล. ก่อนอาหารเช้า-เย็น

น้ำยาตำแยแมวรสจืดไม่เหม็นเขียว ดื่มง่ายเหมือนดื่มน้ำชาจีน ต้มดื่มอุ่นๆ เมื่อเริ่มมีอาการแพ้อากาศ ไอ จาม ดื่มติดต่อกัน ไม่เกิน 3 วัน หมออายุรเวทอินเดียใช้ตำแยแมวช่วยกระตุ้นให้คนไข้อยากอาหาร และบำรุงร่างกาย โดยนำใบตำแยแมวมาปรุงอาหารประเภทแกงเลียงกินข้าวได้เกลี้ยงชาม แต่ถ้าหากใช้เฉพาะส่วนรากต้มดื่มเพียงวันละแก้ว (250-300 ม.ล.) จะช่วยขับปัสสาวะ กระจายเลือดลม แก้ปวดหลังปวดเอว และช่วยทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้นด้วย

เมืองไทยเรานิยมใช้วัชพืชชนิดนี้สำหรับน้องแมวเพราะหาง่ายกว่าแคทนิป (มินต์กัญชาแมว) ต่างกันที่กัญชาแมวใช้ส่วนใบ แต่ตำแยแมวใช้ส่วนรากซึ่งทำให้น้องแมวฟินเหมือนกัน และสารไซยาโนจินิก ไกลโคไซด์ในตำแยแมวต้นสดจะช่วยให้น้องแมว (โดยเฉพาะแมวสูงวัย) ขย้อนก้อนขนที่สะสมในทางเดินอาหารออกมา ช่วยให้แมวสบายตัวยิ่งขึ้นโดยไม่เป็นอันตรายใดๆ

ปัจจุบันชาติที่รู้จักใช้ตำแยแมวเพื่อรักษาคนได้ดีที่สุดคือ อินเดีย เห็นได้จากชื่อสามัญของวัชพืชชนิดนี้ว่า “ตำแยอินเดีย” (Indian-Nettle) และชื่อวิทยาศาสตร์ อินดิก้า (indica) ก็บ่งบอกชัดเจนว่าเมดอิน อินตะระเดีย เหมือนกัญชาอินดิก้า (Cannabis indica) นั่นเอง ด้วยเหตุที่ตำแยแมวเป็นวัชพืชที่แพร่พันธุ์รวดเร็วแม้ในที่แห้งแล้ง ต้นทุนวัตถุดิบต่ำวงการวิจัยยาแผนปัจจุบัน และอุตสาหกรรมยาของอินเดียจึงมุ่งมั่นทำวิจัยสรรพคุณและการใช้ตำแยแมวในคนโดยอาศัยแนวทางการใช้ยาของการแพทย์อินเดียดั้งเดิม พร้อมทั้งทำการศึกษาแยกและสกัดสารออกฤทธิ์แต่ละตัวออกมาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันตัวใหม่ที่ได้จากธรรมชาติ (New Natural Drugs) สำหรับใช้ทดแทนยาเภสัชเคมีที่มีราคาแพงกว่า ซ้ำอันตรายกว่าด้วย

เบื้องต้นอินเดียตั้งเป้าผลิตยาแผนปัจจุบันตัวใหม่จากตำแยแมว เพื่อใช้แทนยาเคมีราคาแพงบางตัว ได้แก่ ยาต้านเบาหวาน (anti-diabetic) ยาต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) ยารักษาตับ (hepato protective) รวมทั้งยาต้านมะเร็ง (anti-cancer) ด้วย

อินเดีย-ไทยใช่อื่นไกล มีวัฒนธรรมและการแพทย์ดั้งเดิมใกล้เคียงกัน อะไรที่วงการวิจัยยาอินเดียทำได้ ไทยเราก็ควรทำได้เช่นกัน โดยเฉพาะสมุนไพรชนิดเดียวกันอย่างเช่น ตำแยแมว ก็ควรนำมาวิจัยเป็นตำแยคน ตามอย่างอินเดีย เพื่อผลิตยาดีจากธรรมชาติ ราคาถูกสำหรับคนไทย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กลยุทธ์ ล่อเสือ ออกจากถ้ำ ยุทธการ พลีชีพ ของ ยิ่งชีพ
แกะรอย ‘อนุทิน’ บุกแดนมังกร จีบ 4 กลุ่มทุนจีนระดับบิ๊ก ดึงลงทุนไทย 7 หมื่นล้าน
ยืนหยัดกลางพายุ : สุนทรียศาสตร์แห่งการไม่ยอมจำนน จาก Memento ถึง The Odyssey
เกมเมียนมาที่กรุงเทพฯ อย่างไรและทำไม?
ยุทธศาสตร์ ‘เม่น’ กับ ตำราพิชัยสงคราม ‘ซุนวู’
จีนกับเกมกำหนดระเบียบโลก AI
เพลงหวานที่ปักกิ่ง ยาขมที่กรุงเทพฯ ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ธงทอง จันทรางศุ | อัพสกิล รีสกิล
ไม่ยุติธรรมก็ไม่สงบ | เหยี่ยวถลาลม
ย้อนเส้นทางรักวันแรก ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ สู่วันฉลองวิวาห์- โชคดีต่างเป็นคู่ชีวิตกันและกัน
เจ้าฟ้าและสามัญชน | จดหมายรัก
นอนมาตามลือ ‘สำราญ’ ผงาด ผบ.ตร.คนที่ 16 ฝ่าด่านอาวุโส ยุทธศาสตร์ 7 ปี สัญญาณแรงจาก ‘บ้านใหญ่สีน้ำเงิน’