MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตในไทย-ใส่ออปชั่นเต็มเหนี่ยว
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
โหมโรงมาพักใหญ่กับรถรุ่นล่าสุดจากค่ายเอ็มจี MG URBAN รถแฮทช์แบ็ค 5 ประตู ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า
เป็นรถยนต์ที่เน้นความเรียบง่าย โปร่งโล่ง เหมาะกับคนเมือง ด้วยนิยาม LIFE EASY
แม้โดยพื้นฐานจะใกล้เคียงกับรุ่น MG4 ที่เน้นสมรรถนะก็ตาม เพราะในบางประเทศที่เข้าไปทำตลาดจะใช้ชื่อรุ่น MG4 URBAN
MG URBAN เป็นรถที่คลอดจากสายการผลิตในประเทศไทย
มี 3 รุ่นย่อย STANDARD, MAX และ ULTRA

พัฒนาขึ้นบน SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM แพลตฟอร์ม แบบ CELL-TO-BODY (CTB) ผสานโครงสร้างตัวถังและแบตเตอรี่เข้าเป็นหนึ่งเดียว มีความยืดหยุ่นสูง
ช่วยให้ตัวรถเบาขึ้นแต่ยังคงความแข็งแกร่ง ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ และยังเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
กระจังหน้าแบบปิดสนิทตามสไตล์รถไฟฟ้า โลโก้ MG เรืองแสง (Illuminated Logo) กลางกระจังที่ดูหรูและทันสมัย
ไฟหน้า LED ทรงเรียวลากยาวไปตามขอบฝากระโปรง พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ
ไฟ DRL (Daytime Running Light) ขนาบข้างเสริมความโดดเด่น
ด้านข้างสัดส่วนเป็นแฮทช์แบ็คที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ความสูง 1,549 มม. ทำให้ขึ้น-ลงสบายขึ้น
หลังคาโค้งลงอย่างนุ่มนวลไปยังสปอยเลอร์หลังที่ติดตั้งมาในตัวถัง

เส้นสายตัวถังมีการเล่นแสงเงาด้วยรอยเว้าตื้นๆ บริเวณกลางประตู
ฐานล้อที่ยาวถึง 2,750 มม. เห็นได้ชัดจากด้านข้าง ทำให้รถดูเตี้ยและกว้างกว่าความเป็นจริง
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
ด้านหลังคือจุดที่คนจำ MG Urban ได้มากที่สุด กับไฟท้าย LED ออกแบบเป็นลายธง Union Jack ลากเชื่อมกันข้ามแผงท้ายรถ
ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าอัตโนมัติ ทั้งปุ่มจากในรถ ด้านนอก หรือสั่งผ่านสมาร์ตโฟน
ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์เน้นความโปร่ง

ภายในใช้โทนเทา-ดำแผงหน้าปัดออกแบบแนวราบ (Horizontal Layout) เน้นความกว้างของสายตา ไม่มีปุ่มกดเยอะ
ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ SOFT TOUCH ในหลายจุดเพิ่มความหรูหรามากขึ้น
พวงมาลัยทรงแบบตัด D-Shape หุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง มีปุ่มควบคุมเสียง, รับ-วางสาย และปุ่มช่วยขับขี่ฝั่งซ้ายขวา
ไมล์ดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว
ตรงกลางจอ Infotainment สัมผัส 15.6 นิ้ว ใหญ่เต็มตา วางตำแหน่งให้หันมายังผู้ขับขี่เล็กน้อย
สามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงใช้ปรับออปชั่นต่างๆ ของรถ
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด
ลำโพงมีให้ 4-6 จุด แยกตามรุ่นย่อย
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) 50 วัตต์
เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบป้องกันการไหล
AMBIENT LIGHTS 256 เฉดสี
หลังคากระจกพาโนรามิกขนาดใหญ่
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางทุกรุ่น พร้อมระบบเป่าลม
เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลมเช่นกัน
เบาะหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ ลาย Diamond Cut
เบาะนั่งด้านหลังพับได้แบบ 60 : 40 พร้อมที่เท้าวางแขน ที่วางแก้วน้ำ มีที่วางเท้าค่อนข้างกว้าง
พื้นที่เก็บสัมภาระสองชั้นด้านท้ายรถ จุได้มากสูงสุดถึง 480 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,266 ลิตร

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS MOTOR
รุ่น STANDARD ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า
MAX และ ULTRA ให้พละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร เท่ากันทั้งสามรุ่น
แบตเตอรี่แบบ LITHIUM-IRON PHOSPHATE
รุ่น STANDARD ความจุ 42.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 435 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ความจุ 53.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
รุ่น STANDARD ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE จาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 28 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 82 kW
ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW
รุ่น MAX และรุ่น ULTRA ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 88 kW
ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW
โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ECO, NORMAL, SPORT, SNOW และ CUSTOM
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังทอร์ชั่นบีม

ตัวช่วยการขับขี่และความปลอดภัยจัดมาแบบเน้นๆ ด้วยระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) ระดับ L2
มี SMART AUTO PARKING SOLUTION ช่วยอำนวยความสะดวกในการควบคุมรถ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
ระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ, ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ, ระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน, ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า, ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตา ฯลฯ
รวมถึงระบบ i-SMART PRO สั่งงานผ่านสมาร์ตโฟน อาทิ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ, สั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล, ปลดล็อกรถ, เปิดเครื่องปรับอากาศ ฯลฯ
ถือว่ามีออปชั่นช่วยขับขี่และความไฮเทคจัดเต็มรุ่นหนึ่ง
ส่วนราคารุ่นเริ่มต้น 5 แสนบาทเศษ

ปิดท้ายกับงานคาร์โชว์กลางปี FAST AUTOSHOW 2026 โดยบริษัทคิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด มีพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ เป็นประธานจัดงาน
ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 14 ยังอยู่ที่เดิมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 1- 5 กรกฎาคม 2569
เน้นคอนเซปต์มีทั้งรถใหม่ป้ายแดง และรถมือสองคัดสรรแล้วให้เลือกอย่างจุใจ
โซนรถใหม่ 13 แบรนด์ และรถมือสองคัดเต็นท์ชื่อดังมีมาตรฐานมาประชันในงาน 5 ราย
รถยนต์ใช้แล้วที่ซื้อจากในงานรับประกัน ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายได้ และไมล์แท้
หากผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งซื้อคืน 100%
นอกจากนี้ยังมีโซนขายรถ ผู้เข้าชมงานสามารถนำรถยนต์ประเมินราคาฟรี โดย Motorist แพลตฟอร์มซื้อ-ขายรถยนต์ออนไลน์
ผู้ซื้อรถในงานลุ้นรับรางวัลเพียบ หรือแค่เข้ามาชมก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษเช่นกัน
ใครที่กำลังเมียงๆ มองๆ รถใหม่หรือมือสอง รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งไปชมกันได้
เข้างาน ฟรี เหมือนเดิม!!!
