bg-single

เปิดมหากาพย์ เยียวยา ครูสอบตกลูกจ้างชั่วคราว

29.06.2026

| การศึกษา

ดูท่าว่าปัญหาการเยียวยากลุ่มครูจ้างเหมาบริการที่สอบไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ระบบลูกจ้างชั่วคราว จะยังไม่จบลงง่ายๆ

หลังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างครูอัตราจ้างจาก “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว” ตามมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ที่อนุมัติอัตราเพียง 7,588 ตำแหน่ง จากที่เสนอขอไปมากกว่า 70,000 อัตรา

ที่ตามมาคือ ครูจำนวนหนึ่งได้เข้าสู่ระบบการจ้างงานที่มีความมั่นคงมากขึ้น ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ทางสังคมดีขึ้น

แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับมีผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านระบบถึง 202 คน ที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนในอาชีพ

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อ นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว สมาชิกวุฒิสภา ด้านการศึกษา ได้ตั้งกระทู้ถาม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการเลิกจ้างครูโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ครูคลังสมอง (ครูวิทย์-คณิตฯ) และครูโครงการขาดแคลนขั้นวิกฤต ก่อนที่จะครบสัญญา ซึ่งในอดีตไม่เคยปรากฏมาก่อน

โดยนายประเสริฐชี้แจงว่า สัญญาจ้างเหมาบริการเดิมจะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2569 แต่เนื่องจากงบประมาณที่ สพฐ.ได้รับมานั้นครอบคลุมถึงเพียงแค่เดือนพฤษภาคม 2569 ในส่วน ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังเร่งเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสตามมติ คปร. ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบจาก “การจ้างลูกจ้างชั่วคราว” มาเป็น “การคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว” เบื้องต้น คปร.จำนวน 7,588 อัตรา เพื่อให้ครูได้รับรายได้ที่สูงขึ้นและเข้าสู่ระบบประกันสังคม (มาตรา 33) ซึ่งจะช่วยให้มีสวัสดิการที่มั่นคงกว่าเดิม

แต่จากการปรับเปลี่ยนระบบดังกล่าวส่งผลกระทบให้มีบุคลากรตกค้างและได้รับผลกระทบจำนวน 202 ราย จาก 75 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

สพฐ.จะใช้นโยบาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ 4 ข้อ

ดังนี้

กลุ่มตำแหน่งธุรการโรงเรียน และครูช่วยสอน ที่ผ่านการคัดเลือกไปเป็นลูกจ้างชั่วคราว จะนำคนกลุ่มนี้ขึ้นบัญชีรายชื่อทดแทนตำแหน่งว่าง

กลุ่มผู้สอบขึ้นบัญชี รวมถึงกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวและจ้างเหมาที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เข้าสู่อัตราว่างจากการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ (ตามหลักเกณฑ์ ว.6) ซึ่งรองรับได้อีกส่วนหนึ่งกว่า 2,050 อัตรา

โรงเรียนหรือเขตพื้นที่ฯ มีความจำเป็นเร่งด่วน สพฐ.จะพิจารณาจัดสรร “งบเจียดจ่าย” ในรูปแบบจ้างเหมาบริการ รายได้ 9,000 บาทต่อเดือน เพื่อพยุงไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

กลุ่มขาดคุณสมบัติ เช่น ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือไม่ผ่านการประเมิน ศธ.จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเป็นรายกรณี

“ส่วนข้อเสนอของวุฒิสมาชิกที่ต้องการให้กลุ่มครูที่ได้รับการเยียวยา 9,000 บาท ได้รับการดูแลให้เท่าเทียมกับเพื่อนครูอีกกว่า 7,588 คนที่ผ่านการคัดเลือก ผมเข้าใจดีว่ารายได้ไม่ถึง 10,000 บาท สู้กับค่าครองชีพในยุคปัจจุบันได้ยาก และผมพร้อมรับข้อสังเกตและจะพยายามอย่างเต็มที่ ควบคู่กับแนวทางทั้ง 4 ด้านข้างต้น เพื่อเยียวยาบรรดาครูเหล่านั้นให้ดีที่สุด ส่วนการตรวจสอบยอดจำนวนผู้ที่ได้รับการเยียวยานั้น จะได้สั่งการให้ สพฐ.เร่งทบทวนและตรวจสอบตัวเลขทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมครูทุกคนอย่างทั่วถึงและเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ขอบคุณข้อห่วงใยของสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้ง”

นายประเสริฐกล่าว

ขณะที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ได้มีการหารือเรื่องดังกล่าว และมีข้อสรุปมติที่ประชุม กมธ. (แบบไม่เป็นทางการ) ดังนี้

1. ให้เยียวยากลุ่มที่เสียสิทธิทั้ง 202 คน โดยด่วนในอัตราเดือนละ 18,000 บาทขึ้นไปหรืออย่างน้อยให้เท่ากับตำแหน่งเดิม

2. ให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงการดำเนินงานการคัดเลือก และรายงานข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน

อย่างไรก็ตาม สพฐ.ได้จัดทำคำขอจัดตั้งงบประมาณในปี 2570 ที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2570 นี้ เพื่อใช้ในการเพิ่มค่าจ้างให้มีอัตราเงินเดือนเท่ากับลูกจ้างชั่วคราว เช่น ตำแหน่งที่ใช้วุฒิปริญญาตรี 4 ปี 18,225 บาทต่อเดือน เป็นต้น

รวมถึงจะเสนอ คปร.อนุมัติงบจัดจ้างครูในอัตราลูกจ้างชั่วคราวเพิ่มเติม จากที่ได้รับมา 7,588 อัตรา ในปีงบ 2569 ส่วนจะได้รับเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับ คปร.

อย่างไรก็ตาม ความยากไม่ได้อยู่แค่การขออัตราลูกจ้างชั่วคราวเพิ่มเติมจากที่ได้รับมาเท่านั้น การเสนอคงอัตราเดิมที่ได้รับในปี 2569 จำนวน 7,588 อัตรา ก็ยังลูกผีลูกคน

เพราะขณะที่มีข้อถกเถียงเรื่องเยียวยากลุ่มสอบตก กลุ่มที่สอบผ่านล่าสุดก็ใช่ว่าจะมีความมั่นคงในชีวิต เพราะจะสิ้นสุดสัญญาจ้างในวันที่ 30 กันยายนนี้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น หากยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก คปร.ก่อนวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่ากับว่ากลุ่มลูกจ้างทั้งหมดจะต้องกลับไปเข้าสู่การจ้างแบบเหมาบริการรูปแบบเดิม

ปัญหาวนลูป และยังเป็นเรื่องยากสำหรับ ศธ.และ สพฐ. ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด ภายใต้เงื่อนไข “ไม่เพิ่มคน ไม่เพิ่มภาระงบประมาณ” ของภาครัฐในเวลานี้ ศธ.และ สพฐ.อาจต้องมองหาทางเลือกอื่นควบคู่กันไป

เพราะหากปล่อยให้ความไม่แน่นอนยืดเยื้อออกไป ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่บุคลากร 202 คน หรือ 7,588 อัตราเท่านั้น

แต่จะสร้างแรงกดดัน กลายเป็นปัญหาลุกลาม ถึงขั้นจัดม็อบบุกกระทรวง ทวงคืนสิทธิ์ เช่นที่ผ่านมาอีกครั้ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชนวน “กบฏแมนฮัตตัน” และความล้มเหลว ทั้งที่สามารถคุมตัว ‘จอมพล’ ป.’ ได้แล้ว
THE BRIDE! | ‘คืนชีพ’
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (6)
เปิดมหากาพย์ เยียวยา ครูสอบตกลูกจ้างชั่วคราว
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (11)
เรากำลัง ‘ดูแล’ หรือ ‘สอดส่อง’ ตัวเองกันแน่
Polymarket, Kalshi นวัตกรรมพนันรูปแบบใหม่!
Songs in the Key of Life : วงดนตรีที่ไม่เคยมีอยู่จริง
เส้นทาง พัฒนา ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หนังสือพิมพ์ รายวัน
พฤษภาเลือด ภาพ จากวีดิทัศน์ ชัดเจน เส้นทาง กระสุน ปลิดชีพ
สถานการณ์หลังเลิก MoU! ความท้าทายที่คุมไม่ได้บนเวทีโลก
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว มองข้ามช็อต เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-พัทยา ‘ผมอยากให้ประชากรแฝงมีสิทธิ์โหวต’