พฤษภาเลือด เส้นทาง กระสุน จากอาคารสูง อำนาจ รุนแรง ทะลวงทะลุร่าง
ยุทธการแดงเดือด
พฤษภาเลือด
เส้นทาง กระสุน จากอาคารสูง
อำนาจ รุนแรง ทะลวงทะลุร่าง
วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 นายวรศักดิ์ ฉัตร์วีระสกุล มาร้องทุกข์ว่า นายเกียรติคุณ บุตรของตนถูกผู้ใดไม่ทราบใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตอันเนื่องมาจากสถานการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้น
จากคลิปภาพและพยาน และจากสำนวน DSI คือ
ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล และนายประจวบ ประจวบสุข เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มประชาชน ซึ่งมาสังเกตการณ์การชุมนุมบริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 เป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 100 คน
โดยส่วนใหญ่ต่างมองไปทางฝั่งตรงข้าม คือ แนวยางที่ถูกไฟไหม้บริเวณชุมชนบ่อนไก่ ซอยงามดูพลี
สังเกตได้ว่าผู้มายืนดูเหตุการณ์ต่างคิดว่าบริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 น่าจะปลอดภัย เพราะอยู่ห่างจากแนวทหารถึง 200-300 เมตร และบริเวณนั้นไม่มีแนวยาง หรือการยิงประทัด หนังสติ๊กแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน จากคลิปก็มีการยิงกระสุนปืนเข้าใส่ผู้สังเกตการณ์
วิถีกระสุนน่าจะมาจากฝั่งตรงข้ามและจากที่สูงเนื่องจากบรรดาผู้สังเกตการณ์ต่างพากันหลบเข้ามาทางตอม่อใต้ทางด่วนมากขึ้นและพยายามก้มต่ำ
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้งสองเสียชีวิต
ในบทสรุปของบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล และนายประจวบ ประจวบสุข น่าจะเป็นการยิงแบบชี้เป้า ไม่ใช่ยิงกราด เพราะจากเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตเพียง 2 รายนี้เท่านั้น
ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากจำนวนผู้สังเกตการณ์เป็นร้อยคน ซึ่งผู้ยิงน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร
นั่นเป็น 2 คนซึ่งเสียชีวิตจากการถูกยิงบริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 แต่ยังมีอีก 1 คนซึ่งเสียชีวิตจากการถูกยิงที่บริเวณทางเท้าหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลุมพินี
คือ นายสมัย ทัดแก้ว อายุ 35 ปี ชาวศรีสะเกษ
นายสมัย ทัดแก้ว มีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เดินทางไปทำงานเป็น รปภ. ขณะมาถึงบริเวณถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการปะทะกันระหว่างทหารกับกลุ่ม นปช.
ทำให้นายสมัย ทัดแก้ว ไปทำงานไม่ได้ และได้หลบอยู่บริเวณทางเท้าหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลุมพินี
จากรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน สน.ลุมพินี เลขที่ 065 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2553 ระบุว่า นายสมัย ทัดแก้ว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ด้านหลังทะลุลำไส้โดยไม่ทราบว่ายิงมาจากฝ่ายใด
ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้นำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท
นางรุ่งโรจน์ ภรรยาของนายสมัย ทัดแก้ว (ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่อยู่ด้วยกันมา 6 ปี) ให้สัมภาษณ์ว่า
นายสมัย ทัดแก้ว ถูกยิงที่ชุมชนบ่อนไก่ขณะกำลังจะนั่งวินมอเตอร์ไซค์เพื่อไปทำงานบริเวณปากซอย ขณะนั้นประมาณเวลา 19.00 น. ซึ่งยังมืดสนิทเพราะรัฐบาลตัดน้ำตัดไฟ
เมื่อเปิดไฟรถมอเตอร์ไซค์ นายสมัยจึงถูกยิงเข้าที่กลางหลัง
รู้ข่าวจากโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทที่นายสมัย ทัดแก้ว เข้ารักษาตัวจากวันที่ 16 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม เป็นเวลา 15 วัน เวลา 03.00 น. นายสมัยตื่นนอนบอกนางรุ่งโรจน์ขอให้เช็ดตัว
ขณะเช็ดตัวในท่านอนคว่ำนายสมัยมีอาการไอและหายใจไม่ออก ตาเหลือก จึงเรียกพยาบาลเพื่อปั๊มหัวใจ
ต่อมานางพยาบาลแจ้งว่านายสมัยเสียชีวิตแล้ว
นายสมัยถูกยิง 1 นัดบริเวณไขสันหลังขาดทะลุลำไส้ใหญ่ ขณะรักษาตัวตั้งแต่ช่วงเอวลงมาไม่มีความรู้สึก
ขยับตัวไม่ได้
เมื่อดูเอกสารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี สถานีตำรวจคลองตัน เลขที่ 114 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553
ภายหลังการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เจ้าหน้าที่ตำรวจมาชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นพ.ภานุมาศ ณ พัทลุง แพทย์ชันสูตรพลิกศพ ระบุว่า
สภาพศพเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม ผิวคล้ำ
พบบาดแผลทางเข้ากระสุนรูปร่างกลม 1 วง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร บริเวณกลางอก
มีบาดแผลที่ลำตัว หน้าท้อง บริเวณใต้ชายโครง
สันนิษฐานการตายว่า มาจากอาการแทรกซ้อนของบาดแผลกระสุนปืนบริเวณอก ประมาณการเสียชีวิต 8-12 ชั่วโมง
ได้นำศพตรวจละเอียดที่ศูนย์อำนวยการพลิกศพต่อไป
จากการรับฟังข้อมูลของ “คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ” (คอป.) อันจัดตั้งขึ้นตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553
โดยมี นายคณิต ณ นคร ดำรงตำแหน่งเป็นประธาน
ต่อกรณีความรุนแรงบริเวณบ่อนไก่ สีลม ช่วงวันที่ 22 เมษายน-19 พฤษภาคม 2553 ระบุว่า
พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุณ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ
มีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่บ่อนไก่ถูกยิงเสียชีวิตกระสุนเข้าด้านหลัง แนวกระสุนน่าจะมาจากสวนลุมพินี
แนวกระสุนอันทำให้มีผู้เสียชีวิตมาจากอาคารสูง มีอำนาจรุนแรง แต่ละศพกระสุนทะลุร่างออกไป
ส่วนอีกคนเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่บริเวณตึกอื้อจือเหลียง ถูกยิงจากด้านหน้า ขณะเคลื่อนที่จากสะพานไทย-เบลเยียม มุ่งหน้าไปด่านทหาร
รปภ.บ่อนไก่ถูกยิงเสียชีวิต กระสุนเข้าด้านหลัง แนวกระสุนน่าจะมาจากสวนลุมพินี ซึ่งแนวกระสุนผู้เสียชีวิตมาจากอาคารสูง มีอำนาจรุนแรง แต่ละศพกระสุนทะลุร่างออกไป
กรณีที่ พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุณ อ้างถึง น่าจะเป็นนายสมัย ทัดแก้ว
ส่วนกรณี นายสุพจน์ ยะทิมา อายุ 37 ปี ชาวอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เป็นการ์ด นปชป.จังหวัดพิษณุโลก
แต่ไม่มีรายละเอียดว่าไปอยู่หลังสวนลุมพินีได้อย่างไร
แบบรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมแจ้งโดย นางสุมิตา ยะทิมา ภรรยาระบุว่า สามีร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย
ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม รัฐบาลสั่งทหารให้สลายการชุมนุมได้เกิดการปะทะระหว่างทหารกับประชาชน ทหารได้ใช้อาวุธสงครามยิงใส่ประชาชนจนถูกนายสุพจน์ที่ศีรษะจำนวน 2 นัด
เสียชีวิตทันที
รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี สน.ปทุมวัน เลขที่ 096 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม ระบุว่า เกิดเหตุวันที่ 17 พฤษภาคม เวลาประมาณ 04.00 น. สถานที่เกิดเหตุ หลังสวนลุมพินี แขวงลุมพนี เขตปทุมวัน
ผู้ตาย นายสุพจน์ ยะทิมา ถูกกระสุนที่บริเวณศีรษะ ไม่ทราบว่าผู้ใดกระทำความผิด
สภาพบาดแผลถูกกระสุนปืนทำลายสมอง
