bg-single

จับตา การบริหาร สกสค.-องค์การค้าฯ ยุคครูไก่-ประเสริฐ ดูแลคุณภาพชีวิตครู

06.07.2026

| การศึกษา

ระหว่างที่สังคมจับตาดราม่าการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย (มท.) ซึ่งถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสอย่างหนักนั้น

ฝั่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ดูเหมือนจะนิ่งสงบ แต่ก็มีแรงกระเพื่อมอยู่เป็นระยะ โดยมีการตรวจสอบการทำงานของหลายหน่วยงาน รวมถึงโครงการขนาดใหม่ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก

หนึ่งในโครงการที่ถูกจับตาและมีการทบทวน คือ โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (Digital Skill/Credit Portfolio)” วงเงินงบประมาณกว่า 1,500-1,600 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2569-2570 ซึ่งมีเสียงคัดค้าน รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่า

ขณะเดียวกัน การตรวจสอบภายใน ศธ. ไม่ได้จำกัดเฉพาะโครงการใช้งบประมาณขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงการบริหารองค์กรในหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งที่ผ่านมามีข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบการทำงาน ของนายพีระพันธ์ เหมะรัตน์ เลขาธิการ สกสค. ในหลายกรณี

อาทิ การแต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัด และกรณีการตัดสูทให้เจ้าหน้าที่ สกสค. เป็นต้น

นำไปสู่การตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงฯ โดยมีนายชูสิน วรเดช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ซึ่งได้ข้อสรุปออกมาแล้ว

เหลือเพียงจัดทำรายละเอียด เพื่อเตรียมเสนอให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พิจารณา ในเร็วๆ นี้

ระหว่างนั้น บอร์ด สกสค.มีมติตั้งกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. และคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ซึ่งดูเหมือนเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ

แต่ที่น่าจับตาคือ การยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ของนายพีระพันธ์ ที่เกิดขึ้นหลังบอร์ดมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569

แม้ในหนังสือลาออกจะระบุเหตุผลว่า “ปัญหาสุขภาพ” แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์แวดล้อมที่เกิดขึ้น ย่อมทำให้การลาออกครั้งนี้ถูกตั้งคำถามว่า เป็นเพียงเหตุผลส่วนตัว หรือเป็นผลพวงจากแรงกดดันในการบริหารองค์กร โดยจดหมายลาออกจะมีผลในอีก 3 เดือนข้างหน้า คือวันที่ 21 กันยายน 2569

อย่างไรก็ตาม แม้เลขาธิการ สกสค.จะยื่นหนังสือลาออก ก็ไม่ได้ทำให้กระบวนการตรวจสอบยุติลง

ตรงกันข้าม ที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค.ครั้งล่าสุด วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ยืนยันมติแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานเลขาธิการ สกสค.

และแต่งตั้งให้นายปราโมทย์ แสนกล้า เป็นประธาน

และมอบหมายให้ ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เป็นประธานสรรหาผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.คนใหม่ โดยระหว่างนี้จะพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ขึ้นมารักษาการผู้อำนวยการองค์การค้าฯ จนกว่ากระบวนการสรรหาจะเสร็จสิ้น

พร้อมกำหนดกรอบเวลาให้สรุปผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากผลประเมินไม่ผ่าน นายพีระพันธ์อาจต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ก่อนวันที่ 21 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่การลาออกมีผลตามหนังสือลาออก

งานนี้ดูเหมือนว่านายประเสริฐ ในฐานะเสมา 1 จะเอาจริง โดยกำชับในที่ประชุมว่า แม้นายพีระพันธ์จะยื่นหนังสือลาออก แต่ยังต้องรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.ต่อเนื่องจนถึงโดยวันที่ 21 กันยายน 2569 ตามที่ได้ยื่นหนังสือลาออกไว้ โดยระหว่างรักษาการให้ทำเฉพาะเรื่องที่มีความจำเป็น และไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนเรื่องที่สำคัญๆ หากจะดำเนินการต้องแจ้งให้บอร์ด สกสค.รับทราบก่อน

“ผมให้เวลาคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายพีระพันธ์ดำเนินการประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือจนถึงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ หากผลประเมินไม่ผ่าน จะมีผลให้นายพีระพันธ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หมายความว่านายพีระพันธ์อาจต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนวันที่ 21 กันยายน ซึ่งเข้าใจว่าทางคณะกรรมการประเมินจะนำข้อสรุปจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ถูกร้องเรียน ซึ่งมีนายชูสิน วรเดช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน มาประกอบการพิจารณาด้วย โดยทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้สรุปผลสอบเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดและจะเข้ามารายงานข้อสรุปให้ผมรับทราบอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้”

นายประเสริฐกล่าว

พร้อมกันนี้ยังมีรายงานข่าวด้วยว่า ในที่ประชุมบอร์ด สกสค. วันที่ 25 มิถุนายน ใช้เวลาถกกันนานกว่า 3 ชั่วโมง

นอกจากถกกันเรื่องทั่วไป และกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณขององค์การค้าฯ ซึ่งได้มีการหารืออย่างกว้างขวางแล้ว

วาระที่พูดถึงกันมาก คือเรื่องการรายงานเรื่องสถานะการเงินของ สกสค. ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีความห่วงใย และให้ สกสค.ไปดำเนินการปรับแก้ไขตามข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทุกประเด็น

รวมถึงกรณีอดีตผู้บริหาร สกสค.นำเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษากรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ไปซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจากบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด โดยมิชอบ รวมเป็นเงินกว่า 2,500 ล้านบาท

โดยที่ผ่านมามีการพิพากษาให้อดีตประธานและกรรมการกองทุนฯ รวม 16 ราย และบริษัท บิลเลี่ยนฯ และกรรมการบริษัทฯ รวม 3 ราย ร่วมกันนำเงินจำนวน 2,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ส่งคืนศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษา คือวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 โดยที่ผ่านมา สกสค.ได้ยื่นบังคับคดี เพื่อติดตามทวงเงินจำนวนดังกล่าวคืนกลับมาแล้วกว่า 100 ล้านบาท

คงต้องจับตาว่า การบริหาร สกสค.-องค์การค้าฯ ในช่วงการเปลี่ยนผ่านยุคครูไก่-ประเสริฐ จะเดินหน้าไปในทิศทางใด โดยเฉพาะการดูแลสวัสดิการ และคุณภาพชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษาหลายแสนคน ที่ถูกจับตา

และต้องเผชิญกับข้อครหา ทั้งเรื่องการทุจริต และการบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (จบ)
ผีนัต ทำไมต้องเป็นผีตายโหง?
จับตา การบริหาร สกสค.-องค์การค้าฯ ยุคครูไก่-ประเสริฐ ดูแลคุณภาพชีวิตครู
WICKED : FOR GOOD | ‘ชั่วร้ายชั่วนิรันดร์’
ครบรอบ 30 ปี Everything Must Go อัลบั้มที่งดงามที่สุด ของวง Manic Street Preachers
Alive : ความเป็นชาย กับวิกฤตวัยกลางคน
คำถามถึงทีวีไทย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (12)
โผทหาร ไม่ลงตัว คิวชื่อ ‘เสธ.ปูด้วง’ คุมตึกแดง ตท.26 ส่งชิง เลขาฯ สมช. จับตา ‘ฉก.คอแดง’ เปลี่ยนแผน ‘แม่ทัพไก่’ ขยับ 5 เสือ
ระเบิดปั๊มอีกแล้ว ‘วิกฤตชายแดนใต้’ : บททดสอบนักธุรกิจท้องถิ่น ท่ามกลางความล้มเหลวด้านความมั่นคง
ครั้งหนึ่งในชีวิต-ฝันที่เป็นจริง ไปดูฟุตบอลโลก โชกฝน ที่สนามฟิลาเดลเฟีย
คนกรุงไม่เปลี่ยน ‘ผู้นำ’ ร.อ. ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ วิเคราะห์ ‘เซอร์ไพรส์’ ในผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ ‘มัลลิกา’ รุ่ง-‘ส้ม’ ร่วง