โผนายพลผ่านฉลุยแต่ส่อไม่สงบ จับตาเอฟเฟ็กต์ ‘อาวุโสข้ามหัว’ เป็นกับระเบิดเวลา ก.พ.ค.ตร.?
คอลัมน์ โล่เงิน
ต้องยอมรับ บรรยากาศการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งนายพลตำรวจ หรือบอร์ดกลั่นกรอง ใช้เวลามาราธอนกว่า 19 ชั่วโมง ตั้งแต่ 10.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม ถึง 05.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม บนชั้น 20 ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น มีความลงตัว
หัวโต๊ะมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. รายล้อมไปด้วยกรรมการ ประกอบด้วย รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และตัวแทน ก.พ. ได้ใช้เวลาการพิจารณาการคัดเลือกข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปจนถึงระดับผู้บังคับการ
เรียกว่าหารือกันอย่างละเอียด แบบเรียงคน กรรมการแต่ละคนซักกันยิบ มีไม่เห็นตรงกันบ้างแต่ถกเถียงกันไม่แรง
เพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจ และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2567
ถือเป็น พิธีกรรม ที่ต้องบริหารสารพัดตั๋วให้ลงตัว รวมทั้งยึดหลักอาวุโส ความรู้ ความสามารถ ให้เป็นไปตามกฎหมาย
ที่สำคัญปิดช่องโหว่ให้น้อยที่สุด ไม่ให้เกิดผู้เสียสิทธิ์มาร้องเรียนคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ในภายหลัง
สําหรับตำแหน่งที่ว่าง 163 ตำแหน่ง เป็นรอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง ระดับผู้บัญชาการ 19 ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ 41 ตำแหน่ง และผู้บังคับการ อีก 94 ตำแหน่ง รวมกับแต่งตั้งโยกย้ายทดแทนด้วย บัญชีเฉียด 300 ตำแหน่ง
ระดับ “รอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ” พิจารณาแต่งตั้งเรียงตามลำดับอาวุโส 100% ได้แก่ พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ส่วน พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รอง จตช. ขึ้นตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ โดยสลับกับ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ หรือ “บิ๊กแมน” ปัจจุบันเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ โยกมาเป็น รอง ผบ.ตร. แทน
ระดับ “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” ว่าง 6 ตำแหน่ง พิจารณาแต่งตั้งเรียงตามลำดับอาวุโส 100% ได้แก่ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.4 พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พล.ต.ท.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบช.สตส. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5
ระดับ ผบช. ตำแหน่งหลักอยู่ที่เดิม ได้แก่ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. พล.ต.ท.ยศวินท์ หรรษมนตร์ ผบช.ส. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบช.กมค. และ พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.)
ตําแหน่งที่น่าสนใจ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. มือทำงานนักสืบชั้นครู ใกล้ชิด ผบ.ตร.คนที่ 16 และมีสัญญาณแรงหนุนกว่า 5 G วาระกวาดล้างต่างด้าวทำผิดกฎหมายบนผืนแผ่นดินไทย โยกเป็น ผบช.สตม. พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. นรต.41 รุ่นเดียว “ผบ.ต่าย” เป็น ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. นรต.รุ่น 46 ลูกน้องใกล้ชิดแม่ทัพสีกากี เป็น ผบช.ภ.2
พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผบช.สพฐ.ตร. นรต.รุ่น 44 ทีมทำงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. ขยับคุมพื้นที่สีน้ำเงิน เป็น ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นรต.รุ่น 45 ขึ้น ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 นรต.รุ่น 42 สไลด์ไปเป็น ผบช.สพฐ.ตร.
พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 นรต.รุ่น 48 แรงส่งชัดเจน ผงาด ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. นรต.46 ขึ้น ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รอง ผบช.ภ.6 นรต.รุ่น 44 อัพเก้าอี้ ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จตร.(สบ.8) นรต.45 โยกเป็น ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบช.สยศ.ตร. นรต.รุ่น 45 โยกเป็น ผบช.ภ.8
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 52 โยกเป็น ผบช.ปส. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. นรต.รุ่น 42 อดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. และใกล้ชิด พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร เลื่อนเป็น ผบช.ทท.
พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. นรต.46 มือปราบอาชญากรรมไซเบอร์ ได้แรงหนุนปราสาทสายฟ้า เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.สอท. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 48 มือทำงานปราบนอมินีต่างด้าว ของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร. ที่ได้รับเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร. เป็น ผบช.สกบ. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. นรต.รุ่น 45 ได้รับการเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร. เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. นรต.รุ่น 48 เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.สทส. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. นรต.รุ่น 50 เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ศิวะแพทย์ รอง ผบช.สยศ.ตร. ขึ้น ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 เลื่อนเป็น ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. เป็นต้น
จากนี้ ผบ.ตร.จะนำรายชื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วันที่ 28 สิงหาคม เวลา 14.00 น. มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ก.ตร.เพื่อให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ก.ตร.มีอำนาจหน้าที่เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ หรือทักท้วงเพื่อให้ ผบ.ตร.นำกลับไปพิจารณาทบทวนและนำมาเสนอ ก.ตร.อีกครั้งได้
หาก ก.ตร.เห็นชอบแล้ว นายกรัฐมนตรีจะนำรายชื่อเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป
แนวโน้มมติ ก.ตร. เป็นไปตาม “บอร์ดกลั่นกรอง” เพราะได้ผ่านกระบวนการหล่อหลอมจากตั๋วทุกสารทิศ รวมทั้งบัญชีที่แต่ละ บช.เสนอมา
แม้จะมีข่าวว่า เสนอไปอีกอย่างแต่โผพลิกอีกอย่าง เพราะมีรายการปาดหน้า บรรดา “นาย” วางขุมกำลังเด็กตัวเองทิ้งทวน แต่กระบวนการแต่งตั้งจาก บช.ที่เป็น “สารตั้งต้น” สามารถทำให้จบลงได้
อย่างไรก็ตาม บทเรียนการแต่งตั้งนายพลตำรวจเมื่อปีกลาย พบว่าการแต่งตั้งในกลุ่มความรู้ความสามารถ โควต้า 50% หลัง มักเกิดปัญหาเมื่อแต่งตั้งผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่า เช่น รอง ผบช. ครองตำแหน่ง 2 ปี ข้ามหัวผู้ที่มีอาวุโสมากกว่า ครองตำแหน่ง 3-5 ปี ซึ่งมีแคนดิเดตจำนวนมาก แต่ตำแหน่งมีจำกัด
ถึงขนาดมีกรณีตัวอย่างที่ ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยเยียวยา
ดังนั้น ในการแต่งตั้งครั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาและ ก.ตร. จำเป็นต้องมีคำอธิบายและหลักฐานผลงานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่า เหตุใดจึงเลือกผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่า หากไม่สามารถอธิบายได้จะเปิดช่องให้เกิดการร้องเรียนซ้ำรอยเดิม ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบคุณธรรม และทำให้เกิดข้อกังขาว่าเป็นการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือการเมืองเข้ามาแทรกแซง
หากตำรวจรายใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งจะมีสิทธิ์ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งแต่งตั้ง
โดย ก.พ.ค.ตร.จะพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร.ถือเป็นที่สุด
หากผู้ร้องทุกข์ไม่พอใจผลการพิจารณาของ ก.พ.ค.ตร. ก็มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาของ ก.พ.ค.ตร.
