| การศึกษา
ตัดภาพจบด้วยดี สำหรับกรณี “ครูนิ่ม” หรือ น.ส.ชณัฐดา วรสาร ครูอัตราจ้างสอนวิชา “ฟิสิกส์” โรงเรียนเขาวงพิทยาคาร จ.กาฬสินธุ์ ร้องขอให้ตรวจสอบ และบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)สมุทรปราการ หลังเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกอันดับที่ 1 กลุ่มวิชาฟิสิกส์ การสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี พ.ศ.2569
จึงลาออกจากงานเดิม และตัดชุดข้าราชการ แต่สุดท้ายถูก สพม.แจ้งว่ามีการตรวจข้อสอบใหม่ ส่งผลให้ตกไปอยู่อันดับที่ 2 ทั้งที่มีหนังสือเรียกตัวเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเข้ารับราชการแล้ว
ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทำให้ “ครูนิ่ม” ต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรม
ทาง สพม.ต้นสังกัดชี้แจงว่า เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในขั้นตอนการพิมพ์ โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ในฐานะผู้รับจ้างจัดสอบ ตรวจพบข้อผิดพลาด จึงได้เร่งทำการตรวจสอบและประมวลผลคะแนนใหม่ทั้งหมดอย่างละเอียดนั้น
เมื่อดำเนินการตรวจสอบพบว่า เนื้อหาของข้อสอบไม่ตรงกับปกชุดข้อสอบ
ในการจัดสอบนั้น มหาวิทยาลัยจัดข้อสอบ 2 ชุด คือ ชุด A และชุด B เป็นการออกข้อสอบสลับไขว้กัน เพื่อป้องกันการทุจริตในระหว่างการสอบ
ต่อมา มสด.สอบสวนไปทางโรงพิมพ์ ซึ่งทางโรงพิมพ์แจ้งว่ามีการพิมพ์ซ่อมข้อสอบ เนื่องจากในระหว่างการผลิตมีข้อสอบเสียหายประมาณ 8-9 ชุด เมื่อปกสลับกัน ทำให้คะแนนผู้เข้าสอบน้อยกว่าความเป็นจริง
มหาวิทยาลัยจึงดำเนินการตรวจข้อสอบให้ใหม่ จนพบว่าจากเดิมที่มีอยู่ 9 คะแนน เป็น 47 ซึ่งผ่านเกณฑ์ของ สพฐ.ทำให้ลำดับของผู้เข้าสอบขยับขึ้นมาเป็นลำดับที่ 1
เป็นเหตุให้ผู้ที่เคยอยู่ลำดับที่ 1 เลื่อนไปอยู่ลำดับที่ 2 แทน
หลังมีการเจรจา เพื่อเยียวยาหลายครั้ง ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา “ครูนิ่ม” รับข้อเสนอกลับไปเป็นครูอัตราจ้างสอนวิชา “ฟิสิกส์” ที่โรงเรียนเขาวงพิทยาคาร จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าในบ้านเกิดที่เคยเรียนจบมา ขณะที่ มสด.แสดงความรับผิดชอบด้วยการมอบเงินเยียวยาจำนวน 400,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมยอมรับในความผิดพลาด และจะนำไปปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มสด. ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคในขั้นตอนการดำเนินงาน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องของการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการนำข้อผิดพลาดดังกล่าวไปทบทวนและตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก โดยปลายปี 2567 เกิดกรณีครูเบญ หรือ น.ส.เบญญาภา เย็นอุดม สอบติดพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอน ลำดับที่ 1 เอกวิทยาศาสตร์ สังกัด สพม.สระแก้ว แต่เมื่อผ่านไป 3 วัน กลับชื่อหายและปรากฏชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้สอบได้ในลำดับที่ 1 แทน
เมื่อสอบถามไปยังหน่วยงานจัดสอบคือ สพม.สระแก้ว กลับได้รับแค่คำขอโทษ โดยไม่ได้รับคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น
ก่อนเดินทางบุกยื่นหนังสือ ร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ในขณะนั้น นำไปสู่การตรวจสอบ สุดท้าย สพม.รับเยียวยา และจ้างเป็นครูอัตราจ้าง ที่โรงเรียนทัพราชวิทยา อ.ตาพระยา ซึ่งเป็นโรงเรียนใกล้บ้าน

ขณะนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เด้งรับ ดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งนิติกรลงไปสืบสวนหาข้อเท็จจริง และเก็บเอกสารมาทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าเรื่องนี้คนผิดก็ต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน เพียงแต่จะเป็นฐานความผิดใด
สุดท้าย ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่า การสอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ กระทั่งหลังจากที่มีการลงประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรฯ ในเว็บไซต์ของ สพม.สระแก้ว ปรากฏว่ามีบุคคลภายนอกนำข้อสอบบางข้อไปโพสต์ทางโซเชียล ว่ามีข้อสอบผิด จึงตรวจสอบคะแนน และมีการประมวลผลคะแนนใหม่ทั้งหมดทุกสาขาวิชา พบว่า น.ส.เบญญาภาได้คะแนนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในบางภาค จึงไม่ผ่านการเลือกสรรฯ
และเพื่อความชัดเจน ยังได้ส่งกระดาษคำตอบของ น.ส.เบญญาภา เย็นอุดม และผู้สอบได้ลำดับที่ 1 ให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ตรวจสอบลายมือชื่อและร่องรอยการแก้ไขกระดาษคำตอบแล้ว ไม่พบความผิดปกติใด
ตัดจบที่การดำเนินการจัดทำประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรฯ ผิดพลาด เกิดจากการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งสองกรณีถือเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ที่เกิดข้อผิดพลาดจากระบบ และความเลินเล่อคน แม้พิสูจน์ไปไม่ถึงการทุจริต เรียกรับเงินเพื่อรับผลประโยชน์จากการสอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงความเคลือบแคลงใจที่ยังค้างคา
แม้วันนี้ “ครูนิ่ม-ครูเบญ” จะได้รับการเยียวยาเป็นที่พอใจ และผลการสอบสวนจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกความผิดพลาด กลับลดทอนความน่าเชื่อถือของระบบสอบครูเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สำคัญที่สุดคือ ผลกระทบทางจิตใจ ของคนที่ตั้งใจจริง สอบเป็น “ครู”
เพราะสุดท้ายแล้ว หน่วยงานที่จัดสอบ ไม่ว่าจะเป็น ศธ., สพฐ. หรือกระทั่งมหาวิทยาลัยผู้รับจ้าง จะยืนยันวางมาตรการไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย
ก็ไม่สามารถการันตีได้ 100% ว่าจะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีกแน่นอน!!
