สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
ในเครื่องแบบ”มั่นคง”
สัปดาห์ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล
สวมเครื่องแบบ”อาสาสมัครรักษาดินแดน”ในฐานะ”นายกองใหญ่” ปฏิบัติ ภาระกิจ “ด้านความมั่นคง” ต่อเนื่อง
ทั้งการตรวจชายแดน ที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน อุบลราชธานี
ทั้งการตรวจเยี่ยมกองทัพเรือ ที่อู่ตะเภา
ว่าที่จริง ภาพนายอนุทิน”องอาจ”ใน”เครื่องแบบ”ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะใส่มาหลายครั้ง
ด้านหนึ่ง อาจเป็นรสนิยมความชอบส่วนตัว และคบค้าเพื่อนทั้งในกองทัพและหลักสูตรความมั่นคงอย่างกว้างขวาง
ด้านหนึ่ง ต้องยอมรับว่าที่นายอนุทินมายืนในจุดนี้ได้ ปัจจัยเรื่อง”ความมั่นคง”เป็น”แรงส่ง-แรงหนุน”สำคัญ
โดยเฉพาะกรณีพิพาทกับกัมพูชา มีส่วนทำให้นายอนุทินและภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งท่วมท้น
นอกจากนี้ จุดยืน ในนาม”พรรคสีน้ำเงิน”ก็เกื้อหนุนให้รู้สึกปลอดภัยใน”กำแพงอนุรักษ์นิยม”อันแข็งแกร่ง
หลายๆองค์ประกอบเหล่านี้ อาจเป็นคำอธิบายได้ว่าทำไม นายอนุทิน ชื่นชอบ”เครื่องแบบ” ที่ประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อไปถึง”ความมั่นคง”อย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามมีข้อน่าสังเกตุ “บางประการ” ที่อยากชี้ชวนให้พิจารณา
หลังเกิดเหตุความไม่สงบ 51 จุด ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ดูเหมือน นายอนุทิน ที่เคยมีปฏิกิริยาตอบสนองเรื่อง”ความมั่นคง”ฉับไวมาตลอด
แต่ ในกรณีนี้นายอนุทิน ดูจะเลือกอยู่ใน”ที่ตั้ง”มากกว่า
จนสื่อมวลชนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าจะเดินทางลงพื้นที่3 จังหวัดใต้หรือไม่
คำตอบจากนายอนุทิน คือ “ลงไปก็ทำความลำบากเจ้าหน้าที่เปล่าๆ”
ชัดเจนว่ากรณีปัญหาภาคใต้ นายอนุทินวางบทบาทของตนเองไว้”ห่างๆ”
และภาวะห่างๆนี้ จับต้องได้ยิ่งขึ้น จากกรณีมีการกล่าวหาว่าเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ กราดยิงวัยรุ่นในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
มีการเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
แต่คำตอบจากนายอนุทินคือ “…พื้นที่ดังกล่าวประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งอำนาจสูงสุดเป็นของแม่ทัพภาคที่ 4 และฝ่ายทหารเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ รัฐบาลต้องตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างละเอียดก่อนว่าสามารถตั้งกรรมการเข้าไปซ้อนทับอำนาจของผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึกได้หรือไม่”
แม้ฟังดูมีเหตุผล “รื่นหู”คนในกองทัพ
แต่ก็ชวนให้ตั้งคำถามว่า นายกฯและรัฐบาล ซึ่งมีความชอบธรรมสูงสุดจากการเลือกตั้ง
จะไม่มีช่องหรืออำนาจในการฝ่าทะลวง “กฎอัยการศึก” ได้เลยหรือ
คำตอบไม่น่าจะใช่
เว้นแต่ว่าคำธิบายของนายอนุทิน คือ การ”กันตัวเอง”ออกมาจากปัญหา”ความมั่นคง”ร้อนๆนี้อย่างจงใจ
“จงใจ”ด้วยปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความยุ่งยากอันสลับซับซ้อน ไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย
และที่สำคัญอาจก่อให้เกิดประเด็นในเชิงลบให้อีกด้วย
นี่จึงอาจเป็นเหตุผล ให้นายอนุทิน “สงวนท่าที” และขอยืนอยู่ห่างๆ
มอบภาระกิจนี้ให้ “กองทัพ” ไปเต็มๆ
ซึ่งแน่นอน กองทัพ ย่อมพอใจ กับ”อำนาจ”และความ”รับผิดชอบ” นี้ อย่างไม่ต้องสงสัย
ตัวอย่างแห่งความพอใจ ก็คือ การโยกย้ายนายทหารที่กำลังเสร็จสิ้น
มีข่าวกระเซ็นกระสายว่า นายอนุทิน เห็นชอบกับกองทัพ ที่จะให้แม่ทัพภาค 4 พล.ท.นรธิป โพยนอก ทำหน้าที่ต่อไป
แม้ว่าจะเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่อาจคลี่คลายปัญหาในภาคใต้ได้ก็ตาม
แต่นายอนุทินก็สนับสนุนกองทัพเต็มที่
ซึ่งแน่นอนว่า จุดยืนนี้ อาจทำให้นายอนุทินและรัฐบาลรู้สึก”มั่นคง”
มั่นคงในความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพ
อย่างไรก็ตาม จะนำไปสู่ความมั่นคงอันยั่งยืนแท้จริงในการแก้ไขปัญหาภาคใต้หรือไม่
เสียงระเบิดอันยืดเยื้อ ดูเหมือนจะ”ดัง”จนกลบเสียงอื่นๆไปจนหมด
———————-
