หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
ครั้งหนึ่ง ผมมีโอกาสร่วมทีมกับผู้ช่วยนักวิจัย ติดตามเสือโคร่งตัวเมีย ที่นักวิจัยจับติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุในระบบผ่านดาวเทียม
เธอเป็นเสือค่อนข้างอาวุโส แต่เขี้ยวเล็บยังแข็งแรง กระนั้นก็เถอะ จากการตรวจสอบสภาพร่างกายโดยรวมอย่างละเอียด เราก็รู้ว่า เวลาของเธอในการครอบครองอาณาเขตคงใกล้สิ้นสุด หลังจากนั้น จะมีเสือที่แข็งแรงกว่าเข้ามาครองพื้นที่แทน เธอก็จะต้องร่อนเร่ไปอยู่ตามพื้นที่กันดาร เป็นไปตามวิถีของเสือทุกตัว
เราติดตามอยู่นานหลายเดือน ดูเหมือนว่าเธอยังมั่นคงอยู่ในอาณาเขตเดิม
ว่าไปแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสักเท่าไร เพราะเธอคือเสือตัวเมีย ซึ่งมีความกล้าแกร่งมากอยู่แล้ว
เสือโคร่งตัวเมียใช้พื้นที่น้อยกว่าตัวผู้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณประชากรเหยื่อด้วย หากเหยื่อมีมาก การใช้พื้นที่ของเสือก็ลดลง
ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า พื้นที่หากินเฉลี่ยของเสือตัวเมียมีราว 70 ตารางกิโลเมตร ขณะที่เสือตัวผู้มีกว่า 200 ตารางกิโลเมตร
และพื้นที่ของเสือตัวเมียข้างเคียงมีการทับซ้อนกันน้อยมาก แสดงว่าเสือตัวเมียรักษาอาณาเขตอย่างจริงจัง
งานวิจัยในรัสเซียก็พบรูปแบบคล้ายกัน คือ เสือตัวเมียรักษาพื้นที่ค่อนข้างมั่นคงและมีการทับซ้อนกับเสือตัวเมียข้างเคียงต่ำ
ดูเหมือนว่าเสือโคร่งตัวผู้มีโลกที่กว้างกว่า แต่เมื่อรู้จักและเข้าใจมากขึ้น ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องของเสือไม่ได้วัดกันที่ว่าใครมีพื้นที่กว้างกว่า
เพราะพื้นที่ที่เล็กไม่ได้หมายความว่าเจ้าของพื้นที่จะอ่อนแอหรือหาพื้นที่ไม่ได้
เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยว
ตัวเมียมีพื้นที่ของตัวเอง และตัวเมียข้างเคียงก็มีพื้นที่ของตัวเอง การทับซ้อนกันมีน้อยมาก
นั่นหมายความว่าเสือแต่ละตัวรู้ดีว่า ตรงไหนคือพื้นที่ของตัวเอง และตรงไหนคือพื้นที่ของอีกตัว
คงไม่ผิดหากจะพูดว่าการครอบครองพื้นที่ เป็นเรื่องของความสามารถในการรักษามันไว้
เสือโคร่งตัวหนึ่งครอบครองพื้นที่อยู่หลายปี
ในพื้นที่กว่า 200 ตารางกิโลเมตรของเสือโคร่งตัวผู้นั้น มีพื้นที่ของเสือตัวเมียอยู่ในนั้น 3-4 ตัว ตราบใดที่มันยังแข็งแรง ยังทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็งมันก็ยังเป็นเจ้าของพื้นที่นั้น
แต่วันหนึ่งอาจมีเสืออีกตัวที่แข็งแรงกว่าเข้ามา เมื่อถึงเวลานั้น เสือตัวเก่าก็ต้องถอยออกไป
ในวิถีของเสือ ผู้ที่เคยครอบครองพื้นที่มาก่อนไม่มีสิทธิพิเศษกว่าหรอก
พวกมันรู้ดีว่าวันหนึ่งก็ต้องหลีกทาง

เพื่อความสะดวก และเลี่ยงความสับสนในการเก็บข้อมูล นักวิจัยเรียกเสือโคร่งตัวเมียตัวนี้ว่า “มาร์กาเร็ต” อันหมายถึง มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงผู้กล้าแกร่งแห่งอังกฤษ
วิถีของเธอทำให้ผมไม่แปลกใจว่า ทำไมเสือตัวเมียจึงสามารถครอบครองพื้นที่ของตัวเองอยู่ได้นาน
ความแกร่งของมันไม่ได้อยู่ที่ร่างกายกำยำ แต่อยู่ที่การดำรงอยู่
ในสังคมสัตว์ป่า ตัวผู้ไม่ได้ถูกวางไว้ในตำแหน่งผู้ตัดสินใจ หรือผู้นำตัวเมียคล้ายจะอ่อนแอกว่า
แต่เราต่างรู้ดีว่าชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องของกำลัง ชีวิตยังมีเรื่องของการอดทน การปรับตัว และการอยู่กับความไม่แน่นอน
ในเรื่องเหล่านี้ “ผู้หญิง” แข็งแกร่งกว่าที่คำว่า “แข็งแรง” จะอธิบายได้ และเธอสามารถทำให้พื้นที่เล็กๆ นั้นกลายเป็นโลกทั้งใบของคนอีกหลายคน
เสือตัวผู้ดูจะมีความแข็งแรงในแบบที่มองเห็นได้ง่าย แต่เสือตัวเมียมีความแข็งแรงอีกแบบหนึ่ง มันรู้จักพื้นที่ที่มันมีอยู่ และรู้วิธีรักษาไว้ด้วยความสามารถของตัวเอง
วันหนึ่งสัญญาณจากมาร์กาเร็ตหายไปหลายวัน ทุกคนเริ่มวิตก เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานไฟป่าที่มีภารกิจใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจป่า และช่วยเราค้นหาด้วย
โชคดีเรารับสัญญาณได้จากบริเวณโป่งใหญ่แห่งหนึ่ง เราได้พิกัดที่เธออยู่ รุ่งขึ้นเราเดินทางไปที่นั่น เส้นทางลื่นไถล ต้องใช้เวลากว่าครึ่งวัน เรารับสัญญาณได้เธอยังอยู่แถวนั้น เมื่อตามเข้าไปดูก็พบซากกระทิงโตเต็มวัย ซากถูกกินไปครึ่งตัวแล้ว บริเวณรอบๆ มีลำห้วยสายเล็กหลายสาย พื้นที่เป็นหุบห้วยเช่นนี้เราจึงรับสัญญาณไม่ได้ ซากมีรอยเขี้ยวกดฝังตรงหลอดลมคออย่างแม่นยำ
ความอาวุโสของเธอไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำหน้าที่อย่างที่เรากังวล
เธอคงครองพื้นที่ได้อีกระยะเวลาหนึ่ง เหตุผลไม่เพียงเธอมีประสบการณ์มากขึ้น แต่เพราะเธอเป็นเสือตัวเมีย
บทเรียนที่มาร์กาเร็ตสอน เรื่องของความแข็งแรง คือการยืนอยู่กับชีวิตของตัวเองได้นานพอ ดูแลสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบ ผ่านวันที่ยากลำบาก ยอมรับวันที่ตัวเองอ่อนแรง เมื่อถึงวันที่ต้องหลีกทาง ก็รู้จักหลีกทางอย่างสงบ
ที่สำคัญ เธอ ทำให้ผมเข้าใจลึกซึ้งว่า ภายนอกของชีวิตที่ดูเหมือนจะเปราะบาง แท้จริง “แกร่ง” กว่าที่เราคิด
