bg-single

ความคิด สำนวน กระบวนการ ‘หนังสือพิมพ์’ ก่อนมิถุนายน 2475

28.07.2026

บทความพิเศษ

ความคิด สำนวน

กระบวนการ ‘หนังสือพิมพ์’

ก่อนมิถุนายน 2475

หากศึกษาจาก “การปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475” ของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ก็จะเข้าใจในด้านของเจ้าของหนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่” และในด้านของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้มากยิ่งขึ้น

นั่นก็คือ พัฒนาการและความโน้มเอียงทาง “ความคิด” ของชนชั้นกลาง

นายเอก วีสกุล ได้ให้ข้อสังเกตว่า นักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2428 และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2431 ประมาณครึ่งหนึ่งจะทำงาน อาชีพอิสระ

นับตั้งแต่เป็นเสมียน ทำงานหนังสือพิมพ์ เป็นนายหน้าการค้า สำหรับผู้ที่มีโอกาสแล้วก็ไม่มีใครรีรอในการคิดและเตรียมการเข้าประกอบอาชีพทางการค้าด้วยตนเองเลย

รวมทั้งตัว นายเอก วีสกุล เอง ซึ่งไม่ได้มีความประสงค์เข้ารับราชการตั้งแต่ต้น

ไม่ว่า นายเอก วีสกุล ไม่ว่า นายเล็ก โกเมศ ไม่ว่า นายบุญศรี เชิดเกียรติกุล ที่เป็นนายทุนหนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่”

ก็ล้วนมีพื้นฐานทางการศึกษาและเส้นทางอาชีพเช่นนี้

ระบบโรงเรียน สร้างคน

อาชีพใหม่ อาชีพอิสระ

ขณะเดียวกัน นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ได้ขยายประเด็นว่าด้วย “อาชีพอิสระ” ของคนรุ่นใหม่โดยเน้นไปยังผู้ประกอบอาชีพการงานโดยอิสระกลุ่มนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ในปลายทศวรรษ 2460

เหตุเพราะว่าได้มีคนชั้นกลางรุ่นใหม่ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากระบบโรงเรียนสมัยใหม่

เช่น โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนปทุมคงคา และโรงเรียนมัธยมในต่างจังหวัด ฯลฯ ได้หันเหวิถีชีวิตมาประกอบอาชีพการงานโดยอิสระมากขึ้น

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ มีความเห็นว่า

ในอันที่จริง การเปลี่ยนแปลงนี้ในประการสำคัญเป็นผลกระทบมาจากระบบราชการสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นเองได้พัฒนามาจนถึงจุดสูงสุดในกลางทศวรรษ 2460

กล่าวคือ มีจำนวนข้าราชการสูงสุดถึง 8 หมื่นคนในปี 2466 ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่อาจเพิ่มขึ้นไปได้อีกแล้วในสมัยนั้น

รัฐบาลเองจำเป็นต้องลดทอนจำนวนข้าราชการลงตามลำดับ

ดังนั้น ผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาในช่วงเวลานั้นแม้ว่ามีความประสงค์ต้องการรับราชการก็คงเป็นเรื่องยาก

ตัวอย่างของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ นายมาลัย ชูพินิจ นายโชติ แพร่พันธุ์ นายเอก วีสกุล นายปรีชา อินทรปาลิต นายแสน ธรรมยศ นายสนิท เจริญรัฐ ฯลฯ

และในทางความรู้สึกนึกคิด นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เห็นว่า

น่าจะหมายรวมไปถึงคนชั้นสูงบางส่วนซึ่งได้กลายมาเป็นคนชั้นกลางรุ่นใหม่หรือ “ผู้ดีใหม่” ของต้นทศวรรษ 2470 ซึ่งได้แก่ ม.จ.อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ (2448-2475) และ ม.ล.บุปผา กุญชร (2448-2506) ด้วย

แล้ว นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ก็กล่าวถึง “ศรีบูรพา”

ภาพร่าง ของ “ศรีบูรพา”

ปฏิวัติ 2475 “นครินทร์”

นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ (2448-2517) สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ในเบื้องต้นก็มีความประสงค์ต้องการรับราชการอยู่เหมือนกัน

ได้สมัครเป็นผู้ช่วยล่ามประจำกรมแผนที่ทหารแต่ก็เสียเวลารอการเรียกบรรจุ

และมีปัญหาถูกต่อรองให้ลดเงินเดือนลงอีก จึงได้ตัดสินใจแน่วแน่ไม่ขอเข้ารับราชการ (ชนิด สายประดิษฐ์ 2521)

ตัวอย่างนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องพิเศษ

เพราะว่าสมาชิกของ “คณะสุภาพบุรุษ” ทุกคน (ฉุน ประภาวิวัฒน์ 2521) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2472 ต่างก็มีประวัติความเป็นมาที่คล้ายคลึงกัน คือ เมื่อสำเร็จการศึกษาจากระดับชั้นมัธยมแล้วก็ได้เลือกประกอบอาชีพการงานโดยอิสระอยู่นอกวงราชการ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างอาชีพนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ให้มี “สถานภาพ” และมี “คุณภาพ” สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ

โชติ แพร่พันธุ์ ชอบเรียกความพยายามนี้ว่า เพื่อทำให้ “วิชาขี้ข้าเป็นของสูง” (ประจวบ กาญจนลาภ 2515) และชื่อ “คณะสุภาพบุรุษ” เองก็บ่งบอกความตั้งใจอย่างมากของคนกลุ่มดังกล่าว

คือ คงมีความหมายเหมือนกับที่ “ศรีบูรพา” เขียนไว้ในนวนิยายเรื่อง “ลูกผู้ชาย”

คือ ผู้ที่มีความเป็นลูกผู้ชายหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตระกูลหรือยศศักดิ์ แต่อยู่ที่ความมานะบากบั่นเพียรพยายามในการสร้างตนเอง

เป็นผู้มีคุณธรรม รู้จักเสียสละและมีความยุติธรรม (ตรีศิลป์ บุญขจร 2523)

คณะสุภาพบุรุษได้ออกนิตยสารรายปักษ์ชื่อ “สุภาพบุรุษ” ในปี 2472 และนายกุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็ได้ทำงานและเขียนบทความในหนังสือพิมพ์อื่นๆเป็นประจำอยู่อีกหลายฉบับ

ซึ่งได้แก่ บางกอกการเมือง ไทยใหม่ และศรีกรุง (ในเวลาต่างๆ กัน) เป็นต้น

เสียงสะท้อน หนังสือพิมพ์

ก่อน มิถุนายน 2475

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ในปี 2474 หนังสือพิมพ์การเมืองหลายฉบับไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถตัดทอนรายจ่ายลงได้ และมีความเห็นอีกด้วยว่าการตัด ทอนรายจ่ายแต่เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางแก้ปัญหา

ตัวอย่างเช่น หนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่” ได้กล่าวว่า

“รัฐบาลได้มาดหมายจะฟันรายจ่ายลง 17 ล้าน อันเป็นจำนวนไม่น่าเชื่อว่าจะตัดทอนลงได้ และการหารายได้เพิ่มก็ยังไม่ได้ลงมือกระทำอะไร มีข่าวว่าจะเก็บภาษีที่ดินก็ยังเงียบอยู่” (ไทยใหม่, 19 พฤศจิการยน 2474)

ส่วนหนังสือพิมพ์ “เจริญกรุง” เห็นว่า รัฐบาลไม่อาจแก้ปัญหาได้แล้วมีแต่สูบเลือดคนจนด้วยการจับคนไม่เสียเงินรัชชูปการไปทำงาน และกล่าวเสียดสีว่า

“นี่แหละประเทศที่ปกครองอย่างฉันบิดาและบุตร” (เจริญกรุง, 24 พฤศจิกายน 2474)

ในปลายปี 2474 เช่นกัน กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้เขียนบทความชื่อ “มนุษยภาพ” ลงพิมพ์ใน “ไทยใหม่” (8, 11 ธันวาคม 2474) ครั้นหนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่” ถูกคำสั่งปิด

เขาก็ได้ลงบทความเดียวกันนั้นพิมพ์ต่อเนื่องไปในหนังสือพิมพ์ “ศรีกรุง” (21 ธันวาคม 2474)

นี่เป็นบทความวิจารณ์การเมืองซึ่งอยู่ในแนวทางเดียวกับที่กล่าวมาแล้ว

เพียงแต่ว่าภาษาเขียนและการอ้างอิงต่างๆ ใกล้เคียงไปในทางบทวิจารณ์การเมืองแบบตะวันตก

อ่านสำนวน กระบวนท่า

จับความคิด “ศรีบูรพา”

คําว่าการเมืองแบบตะวันตกของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ให้น้ำหนักไปยังการปรากฏขึ้นของบทความ “มนุษยภาพ” ของกุหลาบ สายประดิษฐ์

ไม่ว่าที่ “ไทยใหม่” ไม่ว่าที่ “ศรีกรุง”

หากจับสำนวนบทวิจารณ์อันปรากฏใน “ไทยใหม่” เดือนพฤศจิกายน 2474 กับบทความเรื่อง “มนุษยภาพ” ในเดือนเดียวกัน

ก็ย่อมจะมองเห็นร่องรอยของความสัมพันธ์

เหตุผลอัน “ศรีบูรพา” สำแดงผ่านคำพูดของ ดุสิต สมิโตปกรณ์ ในเรื่องสั้นชื่อ “ทำงาน-ทำเงิน”

นับว่าใกล้เคียง

ผลจึงไม่เพียงแต่ทำให้ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และเพื่อนจำนวนหนึ่งต้องออกจาก “ไทยใหม่”

หาก “ศรีกรุง” ก็ต้องถูกปิด แท่นตรึงไว้ด้วยโซ่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า หรือเปลี่ยนสนามการค้า เป็นสนามรบ!
ความคิด สำนวน กระบวนการ ‘หนังสือพิมพ์’ ก่อนมิถุนายน 2475
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (186)
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (24)
โรงพยาบาลอานันทมหิดล (1) สถาปัตยกรรมประจำรัชกาลที่ 8 และโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของไทย
เชลยศึกสงครามลาว (41)
E-DUANG | รุก และ รับ ทาง การเมือง จาก กรณี “ฮั้ว-โกง” ส.ว.
อาศิรวาท
รศ.ดร.ปิติ เปิดร่างข้อเสนอกฎหมาย-นโยบาย เจรจาแก้ไขยุติสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
พินิจนัย 2 ท่าที ปมน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนักข้ามแดน ผ่านถ้อยแถลง ของ ‘จีน’ และ ‘ประชาสังคมไทย’
World Cup 2026 ขับเคลื่อนด้วย AI
แลนด์มาร์กข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา…เพื่อใคร